สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

ไกรราศ แก้วดี เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเสมอภาคและอธิปไตยของประชาชน และเรียกร้องให้รับรองว่าไม่ให้บุคคลหรือคณะบุคคลใช้อธิปไตยในทางที่ผิด นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการบรรจุประเด็นสำคัญของประชาชน เช่น การบำนาญ การส่งเสริมสหกรณ์ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายไกรราศ แก้วดี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ไกรราศ แก้วดี สปช. ๒๐ จังหวัดสกลนครครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตนําเรียน ให้ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณารับทราบว่าเป็นความปิติใหม่ของคนไทย ที่เราไม่ค่อย ได้เห็นพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญ มีครั้งนี้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้บรรจุร่างรัฐธรรมนูญตามความเห็นของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีอยู่ ๓ สายทางที่เข้ามาสู่รัฐสภาของเรา

ในประการแรกก็คือพี่น้องประชาชนได้ส่งมาทางรัฐสภา เช่น เฉพาะของ พี่น้องชาวจังหวัดสกลนคร ได้รับการบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘๓ (๔) เรื่องของ การบํานาญประชาชน และได้กําหนดให้มีการส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งเป็นความปรารถนา ของพี่น้องประชาชน

และในประการที่ ๒ ก็เวที ๑๑ เวทีของแต่ละจังหวัด พี่น้องประชาชน ชาวสกลนครก็ได้ต้องการที่จะให้เห็นการเมืองที่สุจริต ต้องการให้เอาจริงเอาจังกับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และต้องการที่จะกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับงบประมาณ

ในประการที่ ๓ ในการอภิปรายของ สปช. ของเราเอง ได้เสนอแนะประเด็น ที่ต้องการปฏิรูปและได้รับการบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ในมาตรา ๒๘๒ ในร่างรัฐธรรมนูญ ได้บรรจุเรื่องของกระบวนการยุติธรรมชุมชน เพื่อต้องการให้คดีความนั้นได้สําเร็จในชั้น ระดับตําบล หมู่บ้าน และในมาตรา ๒๙๓ ให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมจากธุรกิจการผูกขาด รวมถึงให้รัฐต้องป้องกันการผูกขาด และในมาตรา ๙๒ ให้รัฐส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๖ เรื่องของนิยามซึ่งท่านเพื่อนสมาชิกได้กรุณานําเรียนให้ทราบซึ่งอาจจะเกิด ความสับสน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ส่วนมากในรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาอย่างมากเราก็จะใช้คําว่า ประชาชน หรือ บุคคล ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในภาค ๑ หมวด ๒ ส่วนที่ ๑ มาตรา ๒๖ ได้บัญญัติซึ่งก่อให้เกิดความสับสนพอสมควร เช่น ใช้คําว่า ประชาชนชาวไทยย่อมมีฐานะเป็นพลเมือง มาตรา ๓๔ บุคคลย่อมเสมอกันในทางกฎหมาย มาตรา ๓ อํานาจและอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ซึ่งก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ในมาตรา ๓ เหมือนกันนะครับ ใช้คําว่า อํานาจอธิปไตย ซึ่งเรื่องนี้ผมเห็นว่าน่าจะใช้คําที่พี่น้องประชนได้คุ้นเคยเช่น ใช้คําว่า พี่น้องประชาชนคําเดียว เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความสับสนในเรื่องของการตีความตามกฎหมาย เช่น ในกฎหมายรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เราจะใช้คําว่า เสมอภาค แต่ว่าประชาชนกับพลเมือง ก็ไม่เสมอภาคกัน แม้แต่ในเรื่องของหน้าที่ของพี่น้องประชาชน พลเมืองมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ตามมาตรา ๒๗ นั่นหมายถึงว่าประชาชนไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งในข้อเท็จจริงในองค์กรปกครองท้องถิ่น ปัจจุบันมีประชากรแฝงอยู่มาก แล้วเขาก็ได้รับงบประมาณตามประชากรที่มีในทะเบียนราษฎรนั้น ขณะที่คนเหล่านั้นไม่ต้องเสียภาษี แต่องค์กรปกครองท้องถิ่นต้องดูแลคนทั้งหมด ผมยกตัวอย่างเช่น ที่ระนอง มีประชากรที่ไม่ใช่พลเมืองอยู่มากกว่าคนที่เป็นพลเมือง ที่เทศบาลป่าตองก็มีประชากรแฝงที่ไม่ใช่พลเมืองตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มีมากกว่า พลเมืองด้วยซ้ําไปนะครับ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ในร่างรัฐธรรมนูญที่น่าสนใจไม่ได้กําหนดให้การเลือกตั้ง เป็นหน้าที่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ ซึ่งพี่น้องประชาชนคุ้นเคยมา ๑๗ ปี เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นความกลัวของคนถ้าหากว่าไม่ได้ไปเลือกตั้งเพราะจะเสียสิทธิทางการเมือง ซึ่งเป็นความคุ้นเคยที่น่าจะทําให้ต่อเนื่อง แต่ผมดูในเหตุผลประกอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ในมาตรานี้ไม่ได้กําหนดให้การไปเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชน ซึ่งอาจจะให้ประชาชน ไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย นอกจากนั้นอาจจะให้มีความรู้สึกว่า ส.ส. ส.ว. ไม่ใช่ตัวแทนของ คนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญได้กําหนดให้เป็นหน้าที่ ให้พี่น้องประชาชนมีหน้าที่ในการเลือกตั้งเหมือนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐

ประการที่ ๓ ซึ่งเพื่อน ๆ สมาชิกได้กรุณานําเรียนหลายท่านแล้วนะครับ เป็นความห่วงใยที่มีองค์กรตรวจสอบภาคประชาชนมากขึ้น ความจริงผมไม่ได้ห่วงเรื่อง องค์กรภาคประชาชน ผมเห็นว่ามีข้อดีอยู่บ้างในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องของการทุจริต มีข้อดีอยู่บ้างในเรื่องของการเข้ามาร่วมกิจการในการบริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะในการบริหาร ในองค์กรปกครองท้องถิ่น ซึ่งน่าจะมีกรรมการระดับที่เกี่ยวข้องกับระดับกรรมการที่ทําแผน ทํางบประมาณในโครงสร้างองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้อยู่ในรูปองค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งในการมีส่วนร่วมนั้นมีเพียงแต่การมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๔ นาที ต่อปีนะครับ แต่ว่าเนื่องจากว่ามีประสบการณ์เมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้กําหนด ให้มีองค์กรภาคประชาชนเข้ามาร่วมในการดําเนินการ ยกตัวอย่างเช่น ให้มีการแก้ไขปัญหา ที่ดินที่อยู่อาศัยของราษฎร มีกรรมการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดตั้งขึ้น แล้วก็ มีสมัชชาเกษตรกร ๔ ภาคเข้ามาร่วม ในเวลาที่ดําเนินการจริง ๆ ก็จะมีกลุ่มหนึ่งแอบอ้าง พี่น้องประชาชนไปอาศัย ไปแบ่งแปลง แบ่งเขตจนเกิดเรื่องที่ปะทะ ประดังกันทั้งที่สุราษฎรธานี และในหลายจังหวัดไปใช้ที่เป็นที่สาธารณะ สร้างกระต๊อบเป็นร้อย ๆ หลัง อ้างชื่อของ เครือข่ายพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวครับ ถ้าเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับ ในกฎหมายแล้วก็ไม่มีการควบคุมดูแล พี่น้องประชาชนเองก็ไม่สามารถที่จะตรวจสอบ ควบคุมดูแลให้ทั่วถึง ในข้อนี้ผมเห็นว่าควรจะได้กําหนดให้มีจริยธรรมสําหรับสมัชชาพลเมือง จริยธรรมสําหรับสภาตรวจสอบภาคพลเมือง จริยธรรมสําหรับองค์กรที่เกี่ยวข้องที่สามารถ ให้คุณให้โทษหรือสามารถที่จะเรียกรับผลประโยชน์ได้ เพื่อจะได้มีความเท่าเทียมกันระหว่าง การมีจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กับการมีจริยธรรมขององค์กรภาคประชาชนที่เข้ามา มีอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

ผมมีเรื่องนําเรียนไว้สุดท้ายครับ ความจริงหลายท่านก็นําเรียนแล้วนะครับ มองเตสกิเออร์ เมธีฝรั่งเศสได้พูดไว้ในหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่จําเป็น ไม่ต้องอธิบายเหตุผลเพราะเสี่ยงต่อการโต้แย้ง ผมเห็นหลายมาตรา อย่างเช่นมาตรา ๓๔ เราใช้คําว่า พลเมือง ใช้คําว่า ประชาชน แล้วเรารองรับว่าทุกคนมีความเสมอภาคตามกฎหมาย แล้วก็ใช้คําว่า สถานะบุคคล และอธิบายว่าเหตุที่มีบทบัญญัตินี้ไว้ก็ต้องการให้มีความเสมอภาค ระหว่างประชาชนด้วยกัน ก็จะมีความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นก็นําเรียนนะครับว่าหลายอย่าง ก็จําเป็น ที่จริงไม่ใช่ยาวนะครับ ปี ๒๕๕๐ ก็มี ๓๐๙ มาตรา แต่ยาวกว่าประเทศฝรั่งเศส นิดหนึ่งครับ ประเทศฝรั่งเศสมี ๘๙ มาตรา ร่างตั้งแต่ปี คศ. ๑๗๙๓ สาธารณรัฐที่ ๑ แก้ไข กันมาหลายฉบับ สุดท้ายปี คศ. ๑๙๕๘ แต่ที่ตรงกันก็คือมาตรา ๓ ให้อํานาจอธิปไตย เป็นของประชาชนโดยใช้ผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร แต่เขาก็เขียนล็อก (Lock) ไว้ว่า ห้ามผู้ใดอ้างการใช้อํานาจอธิปไตยไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือคณะบุคคลครับ