เกษมสันต์ จิณณวาโส เสนอแนะให้แก้ไขปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และการประเมินผลกระทบของโครงการต่างๆ เพื่อให้กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน และไม่เกิดช่องว่างระหว่างกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ปัจจุบันกับรัฐธรรมนูญใหม่ นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้แก้ไขบทบาทขององค์กรอิสระ เพื่อให้สามารถทำงานอย่างอิสระและมีคอนทริบิวชันที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของประเทศได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส สมาชิกสภาปฏิรูปลําดับที่ ๑๖ ในโอกาสต่อไปที่อยากจะแสดง ความเห็นประกอบการจัดทํารายละเอียดในรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดทํา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายมาตราที่ได้กําหนดไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๙๒ แล้วก็มาตรา ๒๘๗ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน อยากจะนําเรียนอย่างนี้ว่าในบางมาตรานั้น เราพูดถึงเรื่องกระบวนการจัดทําแผนยุทธศาสตร์ มีเรื่องของการที่บางมาตราไม่ได้พูดถึง ยุทธศาสตร์ชาติ อย่างเช่น ในมาตรา ๑๔๕ ตรงนี้ผมคิดว่าต้องทําความเข้าใจให้ตรงกันว่า ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าในทุก ๆ กระบวนการที่พบเราเน้นเรื่องการมีส่วนร่วม ในเกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทําแผน การจัดทํานโยบาย การแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ การจัดทํากิจกรรมแผนงานโครงการ รวมทั้งเมื่อแผนงานหรือโครงการจะนําไปสู่การปฏิบัติ เราก็ยังมีบางมาตราไปเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิชุมชน หรือสิทธิพลเมืองในมาตรา ๖๔ เมื่อเช้ามีท่านสมาชิกได้อภิปรายที่เกี่ยวข้องกับมาตรานี้ไว้ค่อนข้างชัดเจน ผมอยากเรียนเสริม อย่างนี้ว่าในฐานะที่ทํางานทางด้านนี้โดยตรง ในเรื่องกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของอีไอเอนั้น หรืออีเอชไอเอนั้นทางกระทรวงก็พยายามปรับปรุงหลาย ๆ ด้านให้มีความคล่องตัว แต่ส่วนที่มานั่งอ่านหรือพิจารณาในตัวเจตนารมณ์ที่กําหนดไว้ โดยจะเอาเรื่องของกระบวนการ จัดทํา อีไอเอ หรืออะไรต่าง ๆ นั้นไปให้หน่วยงานภายนอกนั้น ผมคิดว่าคนที่กําหนด หรือเขียนไว้ในตัวร่างนี้อาจจะยังไม่เข้าใจประเด็นที่ชัดเจนว่าความเป็นกลางนั้นเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้ายังไม่เข้าใจตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะลองพิจารณาทบทวนดูอีกสักครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต สิ่งที่ผมอยากนําเรียนก็คือว่าในการจัดทํางานหลาย ๆ ด้าน ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะที่เป็นปัญหามากคือเรื่องของอีเอชไอเอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีหลายกลุ่มมาพบ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนทั้งนั้น หลายกลุ่มก็ให้ความเห็น ส่วนใหญ่แล้ว เป็นประเด็นในเรื่องของการรับฟังการเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ผมอยากนําเรียนอย่างนี้ ก็คือว่าท้ายที่สุดก็ให้ข้อเสนอแนะไปว่าทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าสิ่งที่ท่านหรือหลายฝ่าย เรียกร้องนั้น จริง ๆ แล้วแก้ง่าย เราไปแก้ที่ร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟัง ความเห็น ทุกอย่างจะจบหมดเลยครับ ถ้าเราแก้ประเด็นนี้ในสิ่งที่ท่านอยากจะให้เกิด กระบวนการหรือท่านอยากจะให้มีการทํารายละเอียดตั้งแต่รับฟังความเห็น ตั้งแต่เรื่อง ของการจัดเตรียมโครงการ หรือเราเรียกกันในภาษาที่วางแผน คือทําโพรเจคท์ ฟอร์มูเลชัน (Project formulation) นั้น ถ้าชุมชนหรือท้องถิ่นไม่เห็นด้วย ตั้งแต่ต้นอย่างอื่นไม่ต้องทําแล้ว ทุกอย่างจบหมด ผมคิดว่าถ้าเราอยากจะทํานั้นเราน่าจะเริ่ม ตั้งแต่ท้องถิ่นเป็นต้นไป
เรื่องต่อมาที่อยากจะนําเรียนอีกประเด็นหนึ่งก็คือเราพูดถึงการประเมิน สิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ที่เราใช้ภาษาอังกฤษว่า เอสอีเอ นั้น เรื่องนี้มันเป็นประเด็น ที่เรามองด้านเดียวเท่านั้นเองของกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืน เขามองถึงเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมหรือโครงการที่เกิดขึ้น ในเรื่องเศรษฐกิจหรือในสังคมนั้น หรือแม้แต่ในสิ่งแวดล้อม สิ่งที่สําคัญคือเขาดูเรื่อง แอบซอร์พทีฟ คาพาซิตี (Absorptive capacity) ของกระบวนการพัฒนาทั้งระบบ แต่ที่เราพูดกันอยู่ เราไปมุ่งเน้นในเรื่องของเอสอีเอเรื่องเดียว ถ้าเน้นในเรื่องอย่างที่ผมนําเรียนต่อท่าน กระบวนการเรื่องการวางผังเมือง กระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงทั้งอีไอเอ (EIA) หรืออีเอชไอเอ ทั้งหมดมันจะสอดคล้องซึ่งกันและกัน สิ่งที่ผมอยากจะนําเรียน โดยเฉพาะ ในวรรคสองของมาตรา ๖๔ ได้มีโอกาสหารือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านบอกว่า เหมือนมาตรา ๖๗ วรรคสองของเดิม เกือบจะใช่ครับ แต่ท่านย้ายถ้อยคําอย่างเช่นถ้อยคําว่า และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและมีผู้มีส่วนได้เสียก่อน ท่านตัด จากบรรทัดที่ ๒ มาไว้บรรทัดที่ ๔ กระบวนการซึ่งมันจะเกิดขึ้นและเป็นผลในอนาคตนั้น แตกต่างจากมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยสิ้นเชิง ตรงนี้ต่างหาก คือสิ่งที่ผมคิดว่าท่านต้องคิดให้รอบคอบ ถ้าท่านคิดไม่รอบคอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ท่านคงทราบดี เราพยายามจะพัฒนาประเทศเพื่อรองรับเรื่องเศรษฐกิจในภูมิภาค เรื่องเออีซี (AEC) เราอยากจะทําเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราจะเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่กําหนด กติกาไว้นั้นจะทําให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนเสียเวลามาก ที่ผมนําเรียนอย่างนี้ก็หมายความว่า กรณีอย่างนี้ถ้าเอาเอสอีเอมาเขียนไว้แล้วขาดความชัดเจนนั้น เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้น ที่เราอยากจะเห็นเป็นวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ทุกอย่างเกิดไม่ได้ ตรงนี้ต่างหาก คือสิ่งที่ผมคิดว่าควรจะต้องช่วยพิจารณาทบทวนหรือจะปรับปรุง หรือถ้าไม่แน่ใจท่านจะ ชะลอไว้บางส่วนหรือจะตัดออกก็ยังได้
อีกเรื่องหนึ่งในมาตรา ๖๔ ที่ผมอยากนําเรียนก็คือว่าบทบาทขององค์กรอิสระ ที่ผ่านมานั้น ผมมีโอกาสกํากับกับองค์กรนี้มาก่อน สิ่งที่มันเป็นปัญหามากที่สุด คือบุคลากรขององค์กรในระดับบริหารที่ลงไปแทรกแซงงานประจํา ถ้าท่านไม่แก้ไขบทบาท ของกรรมการกับฝ่ายบริหารหรือฝ่ายธุรการออกจากกัน ท่านจะให้เขาทํางานอย่างเป็นอิสระ และมีคอนทริบิวชัน (Contribution) ที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการพัฒนาของประเทศนั้น มันเกิดไม่ได้ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่ผมอยากจะฝากเรียนท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ทีนี้ในหลาย ๆ โครงการที่ท่านกล่าวถึงโดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในภาษาของกฎหมายหรือความหมาย ของคําว่า สิ่งแวดล้อม มันรวมความเรื่องทรัพยากรไว้แล้ว เพราะฉะนั้นในหลายส่วนที่ท่านกล่าวไว้ ยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๒๘๗ เราไปพูดถึงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ การเร่งรัดอะไรต่าง ๆ นั้น ผมยังมองอย่างนี้ด้วยซ้ําไปว่าในมาตรา ๒๘๗ (๑) กับ (๒) ที่ท่านกล่าวไว้ ในประโยคแรกของทั้ง ๒ วงเล็บนั้นท่านจับมารวมกัน ท่านไม่ต้องยกตัวอย่าง เพราะแผนบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมเรื่องทรัพยากรรายสาขา รวมเรื่องมลพิษทุกประเภทอยู่แล้ว คือถ้าเราไปใส่รายละเอียดมาก เมื่อเช้ามีท่านสมาชิก หลายท่านให้ความเห็นว่าถ้าเราใส่รายละเอียดมากมันก็จะไม่เป็นรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้ รัฐธรรมนูญในหลายมาตราเราลงรายละเอียดมากเกิน ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่ผมค่อนข้างกังวล และที่กังวลหนักขึ้นไปใหญ่ก็คือว่าวันใดก็แล้วแต่ที่ตัวร่างนี้ผ่านความเห็นชอบ กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ปัจจุบันมันจะเกิดช่องว่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันจะเกิดช่องว่างตรงนี้ ต่างหากคือสิ่งที่มันเป็นผลกระทบอย่างมหาศาล ขอความกรุณาท่านช่วยกรุณาดู ทบทวนหรือปรับปรุงในบางประเด็นให้ชัดเจนด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วแทนที่จะเป็นผลดี กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวต่อไป ขอบพระคุณมากครับ