ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ อภิปรายเรื่องการรักษาพยาบาลในระบบสาธารณสุข โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำว่า "มาตรฐานระดับเดียวกัน" ในร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอที่จะใช้คำว่า "โอกาสการเข้าถึง" แทน
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๓๖ จะขออนุญาตอภิปรายในประเด็นซึ่งจริง ๆ แล้วอาจจะมีลักษณะ หรือสอดคล้อง หรือจะพูดว่าซ้ํากับท่านประธานพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ข้างต้นได้พูดไปแล้วนะครับ แต่ขอเรียนว่ามิได้มีการตกลงกันมาก่อนเลย แต่เนื่องจากว่า ตัวกระผมเองเป็นแพทย์ดูแลรักษาผู้ป่วยมาตลอดชีวิตในการรับราชการ จึงทราบและเข้าใจ ในประเด็นของการรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี จะขออภิปรายในประเด็นมาตรา ๕๘ (๒) ที่บรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญว่ารับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอันจําเป็นอย่างเท่าเทียมกัน ในประโยคหลักนี้ยอมรับว่าครอบคลุมและสมบูรณ์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว แต่เมื่อดูในเจตนารมณ์ รายมาตราของวงเล็บนี้กลับมีการอธิบายความที่ไม่น่าจะตรงกับประโยคหลักในร่างรัฐธรรมนูญ เสมือนเป็นการแอบแฝงวัตถุประสงค์ หรือความต้องการเป็นการบิดเบือนข้อหลักที่บรรจุ ในร่างรัฐธรรมนูญ ในเจตนารมณ์เขียนอธิบายความของคําว่า ได้มาตรฐาน ว่าหมายถึง การได้รับบริการที่ต้องมีมาตรฐานในระดับเดียวกันเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ํา ในการรับบริการสาธารณสุข ก็ไม่รู้ว่าอธิบายเจตนารมณ์ได้อย่างไรจึงออกมาในรูปแบบนี้ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วทําไมไม่กล้าที่จะเขียนลงไปชัด ๆ เลยว่ามาตรฐานระดับเดียวกัน ในประโยคหลักไปเลย ไม่จําเป็นต้องแอบซ่อนไว้ในเจตนารมณ์ให้คนเข้าใจผิดเช่นเดียวกับ ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนในประโยคหลักเดียวกันที่ว่า และได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุข ขั้นพื้นฐานอันจําเป็นอย่างเท่าเทียมกัน มาตรฐานระดับเดียวกันและขั้นพื้นฐานอันจําเป็น อย่างเท่าเทียมกัน เขียนลงไปในประโยคหลักเลย แต่อย่างไรก็ตามผมก็ไม่เห็นด้วยกับคําว่า มาตรฐานระดับเดียวกัน มาตรฐานในระบบ ขององค์การอนามัยโลกได้จํากัดความโดยเน้นเรื่องของการเข้าถึงบริการ ความเท่าเทียมกัน ของโอกาสการเข้าถึงบริการ ซึ่งใช้คําว่า มาตรฐานการเข้าถึง และอธิบายเรื่องของคุณภาพ ที่ได้มาตรฐานซึ่งใช้คําว่า มาตรฐานคุณภาพ เพราะฉะนั้นในความเป็นมาตรฐานมันน่าจะ หมายถึงคุณภาพแล้วก็การเข้าถึงหรือโอกาสการเข้าถึงบริการ แต่คุณภาพพูดไว้แล้ว ในประโยคหลัก ดังนั้นคําว่า ได้มาตรฐาน จึงน่าจะหมายถึงโอกาสการเข้าถึงบริการซึ่งเท่าเทียมกัน น่าจะเหมาะสมกว่า คําว่า มาตรฐานระดับเดียวกัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างง่าย ๆ เข้าใจง่าย ๆ ทุกคนฟังแล้วเข้าใจ ตัวอย่างชาย ๓ คน สูง ๑๕๐ เซนติเมตร ๑๖๐ เซนติเมตร และ ๑๗๐ เซนติเมตร ต้องการดูกีฬาแต่มีกําแพงกั้นไว้สูง ๑๗๕ เซนติเมตร มาตรฐาน ระดับเดียวกันคือให้ม้ารองเท้าทุกคนขนาดสูงเท่ากันคือ ๓๐ เซนติเมตร เพื่อให้คนทั้ง ๓ คน มองเห็นกีฬาข้ามกําแพงได้ ชายคนที่ ๑ สูง ๑๕๐ เซนติเมตร ได้ม้ารองเท้าได้ ๓๐ เซนติเมตร จะสูง ๑๘๐ เซนติเมตร เกินไป ๕ เซนติเมตร ชายคนที่ ๒ สูง ๑๖๐ เซนติเมตร ได้ม้ารองเท้า ๓๐ เซนติเมตร จะสูง ๑๙๐ เซนติเมตร เกินไป ๑๕ เซนติเมตร ชายคนที่ ๓ สูง ๑๗๐ เซนติเมตร ได้ม้ารองเท้า ๓๐ เซนติเมตร จะสูง ๒๐๐ เซนติเมตร เกินไป ๒๕ เซนติเมตร ทั้ง ๓ คน ดูกีฬาได้ทุกคน แต่สูงเกินจําเป็นไป ๒ คน แต่ถ้าชายทั้ง ๓ คน ได้ม้ารองเท้าระดับเดียวกัน สูงแค่ ๑๐ เซนติเมตร จะมีชายคนที่ ๓ เท่านั้นที่สามารถดูกีฬาข้ามกําแพงได้ การได้ม้ารองเท้า ที่สูงไม่เท่ากันแต่ทําให้ชายทั้ง ๓ คน ได้ดูกีฬาได้อย่างเหมาะสม การได้ม้ารองเท้าทุกคนก็คือ โอกาสการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน การได้ม้ารองเท้าไม่เท่ากันแต่ทุกคนได้ดูกีฬาข้ามกําแพง นั่นคือมาตรฐานคุณภาพ ความสูงของม้ารองเท้าที่ไม่เท่ากันให้ชายทั้ง ๓ คน เขาจะมอง หรือไม่ครับว่าไม่เท่าเทียม ไม่ใช่ระดับเดียวกัน เขาคงไม่มองเช่นนั้นแต่รู้สึกพอใจมากกว่า ยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งเช่นการขึ้นเครื่องบิน มีทั้งชั้นธุรกิจ มีทั้งชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ ได้ขึ้นเครื่องบินก่อนได้นั่งเก้าอี้ใหญ่กว่า เสิร์ฟอาหารที่มีทางเลือกแล้วดีกว่า ชั้นประหยัด ขึ้นเครื่องบินทีหลังกว่า ได้นั่งเก้าอี้ตัวแคบกว่าและได้อาหารที่มีตัวเลือกน้อยลง แต่ทั้งเครื่องบินทั้งหมดสามารถบินไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัยและไปถึงที่หมาย พร้อมกัน การไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยพร้อมกันถือว่าเป็นมาตรฐานระดับเดียวกันหรือไม่ เท่าเทียมกันไหม ง่าย ๆ อย่างนี้ แต่ละมุมมองและแต่ละทัศนคติของแต่ละบุคคลยังอาจจะ คิดไม่เหมือนกันเลยครับ ถามกลับไปว่าการบริการทางการแพทย์สามารถหรือไม่ที่จะอธิบาย และให้เข้าใจได้อย่างง่าย ๆ เช่นเดียวกับม้ารองเท้าหรือไม่ เท่ากับการขึ้นเครื่องบินหรือไม่ ประชาชนจะเข้าใจไหมว่าสิ่งที่เขาได้รับการรักษาพยาบาลนั้นเหมาะสมกับตัวเขาแต่ละคน แม้จะไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ระดับเดียวกัน ผู้ป่วยแต่ละคน มีลักษณะร่างกายไม่เหมือนกัน ระยะเวลาที่เป็นโรคก่อนมาโรงพยาบาลแม้เป็นโรคเดียวกัน ก็อาจจะรุนแรงไม่เท่ากันเพราะว่าระยะเวลาที่เป็นโรคนั้นยาวนานไม่เท่ากัน ดังนั้นความเข้าใจว่า ต้องเป็นระดับเดียวกันอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เจตนารมณ์ที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ต้องชัดเจนไม่แอบแฝง ไม่ต้องการคําอธิบายแล้วอธิบายอีกซ้ําซ้อนไปเรื่อย ๆ จนไม่มีที่สิ้นสุด จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า มาตรา ๕๘ (๒) ที่ระบุไว้ว่ารับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง มีคุณภาพได้มาตรฐาน และได้รับ สิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานอันจําเป็นอย่างเท่าเทียมกันนั้นดีอยู่แล้ว แต่เจตนารมณ์รายมาตรา ของวงเล็บนี้ขอให้คําอธิบายความของคําว่า ได้มาตรฐานที่เขียนไว้ว่า หมายถึงการได้รับ การบริการที่ต้องมีมาตรฐานระดับเดียวกันเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ําในการบริการสาธารณสุข ให้ตัดออกไป ไม่จําเป็นต้องอธิบายความ เพราะถ้าใช้ความเดิมแล้วจะก่อให้เกิดข้อโต้แย้ง เกิดความขัดแย้งโดยไม่จําเป็นและไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ําใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากกรณีนี้ไม่มีความเหลื่อมล้ําอยู่แล้ว แพทย์ทุกคนดูแลผู้ป่วย หวังจะให้ผู้ป่วยหาย และปลอดภัยทุกคน คําว่า เลี้ยงไข้ เป็นความเข้าใจผิด ไม่มีในสารบบของแพทย์ ผมเป็นหมอมา ตลอดชีวิต ผมรู้ว่าแพทย์ทุกคนคิดอย่างไร ผมอยู่โรงเรียนแพทย์ ผมสอนนักศึกษาแพทย์ เรื่องจริยธรรมของการแพทย์มาตลอด แพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นแพทย์ เท่านั้นถึงจะรู้ว่า การรักษาพยาบาลคนไข้นั้นเป็นอย่างไร ขอขอบคุณครับ