ชูศิลป์ เสนอแก้ ม.๕๘(๓) แยกสิทธิสุขภาพ-คุ้มครองเจ้าหน้าที่ พร้อมปรับ ม.๕๙

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

ชูศิลป์ คุณาไทย เสนอแก้ไขมาตรา ๕๘ (๓) ให้แยกประเด็นคุ้มครองพลเมืองและบุคลากรสาธารณสุขออกเป็นข้อ (๔) เพื่อเพิ่มสิทธิในการรับข้อมูลสุขภาพ และเรียกร้องให้รัฐคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่เสี่ยงภัยหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งเสนอแก้ไขมาตรา ๕๙ เพื่อให้บริการสาธารณะมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยเพิ่มบทบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการใช้บริการ

พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านสาธารณสุข ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้เวลาอภิปรายเพียงครั้งเดียว ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาประมาณสัก ๑๐ กว่านาที ก่อนอื่นกระผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านที่เสียสละเวลาอันมีค่า ประกอบด้วยความวิริยะ อุตสาหะ และเจตนาอันดีงามในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จนเป็นผลสําเร็จ ผมขอเป็นกําลังใจให้ต่อทุกท่านเป็นอย่างยิ่งนะครับ ในภาพรวมของ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้มีเจตนารมณ์และมาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะทําให้บ้านเมือง เปลี่ยนแปลงไปใน ๔ ทิศทาง เริ่มตั้งแต่การสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองต้องใสสะอาด และสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นําชาติสู่สันติสุข นอกจากนี้ผมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังมีเนื้อหาที่สําคัญที่ไม่เคยกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ คือในเรื่องของการปฏิรูป และสร้างความปรองดองเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเป็นธรรม อันนําชาติสู่สันติสุข อย่างแท้จริง ซึ่งผมเห็นด้วยและขอสนับสนุนในภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ

สําหรับภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญเฉพาะด้านสาธารณสุขซึ่งผมอยู่ด้าน สาธารณสุข มีเนื้อหาสาระสําคัญอยู่ในสิทธิพลเมืองในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และในส่วน การปฏิรูปด้านต่าง ๆ ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นทิศทางที่นําไปสู่ความสําเร็จได้เป็นอย่างดี ตรงตามเป้าหมายของการสาธารณสุข คือคนไทยทุกคนมีสุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อเป็นกําลังสําคัญของชาติในการร่วมพัฒนาประเทศในทุกด้าน สุขภาพดีหมายถึงสุขภาวะ ที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคมและทางปัญญาที่มีความเป็นองค์รวมของสุขภาพ ที่เชื่อมโยงกันทั้ง ๔ มิติ และสุขภาวะทั้ง ๔ มิตินี้จะเกิดขึ้นได้จะต้องประกอบด้วยบุคคล ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่มีทิศทางการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ พลเมืองเป็นศูนย์กลางซึ่งหมายถึงสุขภาพที่ดีของพลเมือง ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านได้กรุณาขยายสิทธิและเพิ่มสิทธิต่าง ๆ ของพลเมืองในด้านสาธารณสุข ครอบคลุมตั้งแต่สิทธิด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและภัยต่อสุขภาพ และมีการเพิ่มมาตรการที่สําคัญอยู่ในส่วนการปฏิรูปงาน ด้านสาธารณสุขอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การเพิ่มสิทธิพลเมืองในการรับข้อมูลด้านสุขภาพ ที่ถูกต้องและทันสมัยจากรัฐ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการสร้างพลเมืองให้มีความรอบรู้ ด้านสุขภาพ นําไปสู่พลเมืองที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเป็นพลเมืองที่สร้าง ให้เป็นใหญ่ได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยและขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนบทบัญญัติด้านสาธารณสุขทุกมาตรา และผมขออภิปรายในบางมาตราเพื่อสนับสนุน และปรับปรุงข้อความให้มีความสําคัญชัดเจนขึ้นดังต่อไปนี้ครับ

ในมาตรา ๕๘ เฉพาะใน (๓) ที่บัญญัติไว้ว่าพลเมืองย่อมมีสิทธิในการ รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่ถูกต้องและทันสมัยจากรัฐ พลเมืองซึ่งได้รับความเสียหาย จากการรับบริการสาธารณสุขและผู้ให้บริการสาธารณสุขซึ่งได้รับความเสียหาย จากการปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมและมาตรฐานแห่งวิชาชีพย่อมได้รับความคุ้มครอง ที่เหมาะสมจากรัฐทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ผมเห็นว่าข้อความในวรรคแรกและวรรคสอง เป็นข้อความที่ไม่สอดคล้องกัน แต่ทั้งสองอย่างนี้มีความสําคัญทั้งคู่นะครับ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการคุ้มครองพลเมืองตามสิทธิของพลเมืองที่พึงจะได้รับอย่างเต็มที่ ผมจึงขอเสนอให้แยก ข้อความการคุ้มครองพลเมืองที่ได้รับความเสียหายมากําหนดอยู่ใน (๔) เพิ่มขึ้น โดยในมาตรา ๕๘ (๓) จะมีข้อความเพียง ได้รับข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องและทันสมัยจากรัฐ สิ่งนี้จะทําให้พลเมืองมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ดูแลตนเองและจัดการสุขภาพ ของตนเองได้ มีพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดีขึ้น ทําให้มีสุขภาพที่ดี ลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรค ไม่ติดต่อเรื้อรังและมีผลทําให้ลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของชาติได้อย่างมหาศาล เรื่องนี้เป็นการให้ความสําคัญที่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในด้านนี้จะต้องทําให้สําเร็จนะครับ เพราะว่าถ้าไม่สําเร็จสิ่งที่กําหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญก็คงจะไม่มีความหมาย ผมขอสนับสนุน มาตรา ๕๘ (๓) ครับ สําหรับ (๔) ที่เพิ่มจะมีข้อความ ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมจากรัฐ กรณีที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขหรือกรณีให้บริการสาธารณสุข ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมและมาตรฐานแห่งวิชาชีพ ผมขอยกตัวอย่าง ในเรื่องนี้นะครับ เช่น แพทย์ พยาบาลที่เข้าไปรักษาพยาบาลให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อ ร้ายแรง เช่นโรคอีโบล่า (Ebola) เกิดได้รับเชื้อโรคแล้วก็ได้ป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรง จากผู้ป่วย แพทย์หรือพยาบาลผู้นั้นควรจะได้รับการคุ้มครอง หรือในอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ แพทย์ พยาบาลเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาพยาบาลให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย ต่อชีวิต แพทย์ พยาบาลเกิดได้รับการบาดเจ็บถึงกับพิการ สมควรจะได้รับการคุ้มครอง ผมเห็นด้วยและขอสนับสนุน (๔) ครับ

ในมาตรา ๕๙ ได้บัญญัติว่าพลเมืองย่อมมีสิทธิเข้าถึงและได้รับบริการ สาธารณะของรัฐที่จัดให้อย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน โดยที่ต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่เสมอ สําหรับมาตรานี้ผมคิดว่าประสิทธิภาพและความปลอดภัยจะมีค่ามากกว่าเรื่องของ ความทันสมัย ผมจึงขอเพิ่มข้อความในการคํานึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ลงในวรรคแรก และขอเพิ่มวรรคที่สองว่า ผู้ได้รับความเสียหายจากบริการสาธารณะย่อมได้รับ ความคุ้มครอง ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งผู้ได้รับความเสียหายในที่นี้หมายถึง ผู้รับบริการและผู้ให้บริการ และการบริการสาธารณะดังกล่าวอาจจะเป็นการบริการสาธารณะ ที่รัฐจัดให้ หรือบริการสาธารณะที่รัฐควบคุม ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันสวัสดิภาพของพลเมือง ผมขอยกตัวอย่างนะครับ กรณีการบริการเดินทางโดยพาหนะบริการสาธารณะรัฐมีหน้าที่ ที่จะจัดให้ หรือควบคุมให้มีการบริการที่มีประสิทธิภาพแล้วก็ความปลอดภัย ผู้รับบริการ อาจได้รับความเสียหาย เช่น ได้รับความบาดเจ็บจากการตกจากรถประจําทางเพื่อเป็นหลักประกัน สวัสดิภาพของผู้รับบริการจึงต้องมีการคุ้มครอง

อีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ การก่อสร้างอาคาร รัฐมีหน้าที่ควบคุม ดูแล และอนุญาต ให้มีการก่อสร้างได้ หากการควบคุมการก่อสร้างการดูแลบกพร่อง ขาดประสิทธิภาพ อาจจะทําให้ตึกถล่มและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้บริการ เช่น กรณีเหตุการณ์โรงแรมรอยัลพลาซ่า ที่จังหวัดนครราชสีมา พังถล่มเมื่อ ๒๐ ปีก่อนนี้ เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วก็บาดเจ็บจํานวนมาก กรณีดังกล่าวผู้เสียหายสมควรที่จะได้รับการคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้ถ้าหากมีกองทุน ในการคุ้มครองดังกล่าวผู้เสียหายก็จะได้รับการชดเชยทันท่วงที เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน ในเรื่องนี้ในมาตรา ๕๙ ผมขอปรับแก้ไขเป็นข้อความดังนี้ พลเมืองย่อมมีสิทธิเข้าถึง และได้รับบริการสาธารณะของรัฐที่จัดให้อย่างต่อเนื่อง ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยที่ต้อง มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ทันสมัยอยู่เสมอ ผู้ที่ได้รับความเสียหาย จากบริการสาธารณะย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

ในมาตรา ๒๙๔ ซึ่งเป็นมาตราอยู่ในเรื่องของด้านสาธารณสุขนะครับ ผมเห็นด้วยครับกับการปฏิรูปด้านสาธารณสุขตามที่บัญญัติทุกข้อของอนุมาตรา แต่ผม ขอเพิ่มเติมข้อความใน (๓) จากเดิมที่กล่าวว่าควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยการส่งเสริม ให้ประชาชนสามารถมีข้อมูลพื้นฐานในการดูแลสุขภาพตนเองไปเป็นข้อความ ควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยการปฏิรูปการสื่อสารสุขภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถ มีข้อมูลพื้นฐานในการดูแลสุขภาพตนเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าในปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารด้านสุขภาพเป็นจํานวนมาก มาจากสื่อต่าง ๆ หลากหลายช่องทาง มีข้อมูลหลายอย่าง ที่นํามาเสนอไม่ถูกต้อง เป็นข้อมูลหลอกลวงอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน ประเทศเราไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ขาดการคัดกรองความถูกต้องของข้อมูลสุขภาพ และขาดการโต้ตอบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ขาดกลไกการบริหารจัดการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านข้อมูลข่าวสารสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ การสื่อสารด้านสุขภาพควรมีการกําหนดนโยบายในระดับประเทศให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีศูนย์ดําเนินงานในการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ไปสู่พลเมือง ทั้งยามปกติ ยามเกิดโรคระบาด หรือยามเกิดภัยพิบัติ การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร ด้านสุขภาพจะต้องครอบคลุมสื่อทุกช่องทางให้มีการสื่อสารสุขภาพที่เหมาะสมกับทุกกลุ่ม ทุกวัยของพลเมืองเพื่อเป็นการให้ความสําคัญในเรื่องนี้ จึงควรบรรจุข้อความในมาตรา ๒๙๔ (๓) เป็น ควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยการปฏิรูปการสื่อสารสุขภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน สามารถมีข้อมูลพื้นฐานในการดูแลสุขภาพตนเอง

จากที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ผมขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และผมขอเน้นว่าการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่นั้นสุขภาพที่ดีของพลเมืองเป็นสิ่งสําคัญ การดูแลและส่งเสริมสุขภาพส่วนตน ครอบครัวและสังคมเป็นหน้าที่ของพลเมืองครับ ขอบคุณครับ