สยุมพร ลิ่มไทย หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้กำลังใจคณะกรรมาธิการยกร่าง และเสนอประเด็นเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองและการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง และการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาธิปไตยอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สยุมพร ลิ่มไทย ก่อนอื่นผมอยากจะให้กําลังใจคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ภายใต้การนํา ของท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ซึ่งผมคิดว่าท่านได้ทุ่มเทการทํางานด้วยความเสียสละอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดก็ขอให้กําลังใจท่าน สิ่งที่ผมจะพูดมี ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรกเกี่ยวกับเรื่องสิทธิพลเมือง
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
ประเด็นแรกเรื่องสิทธิของพลเมือง ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเรื่องสิทธิ ของพลเมืองไว้จํานวนมากในมาตราต่าง ๆ โดยเฉพาะในหมวด ๒ เรื่องประชาชนเป็น การเขียนเพื่อรับรองการมีสิทธิในเรื่องต่าง ๆ ของพลเมืองนะครับ อย่างไรก็ตามในหลายข้อ ของสิทธิพลเมืองจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากว่าหน่วยงานภาครัฐไม่ได้ดําเนินการไปตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดสิทธิดังกล่าวขึ้น ซึ่งผมเรียนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้นะครับ สิทธิของ พลเมืองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมันก็จะไปอยู่ที่กฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกลไกของรัฐที่จะตามมา ถ้าหากว่าหน่วยงานภาครัฐไม่ได้ทําสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญก็เป็นหมัน เขียนไว้ดีอย่างไรก็ไม่นําไปสู่การปฏิบัติเหมือนกับไม่ได้เขียนขึ้นครับ ผมยกตัวอย่างในเรื่องสิทธิพลเมือง หมวด ๒ ตอนที่ ๓ มาตรา ๖๔ เขียนเรื่องสิทธิของ พลเมืองในการที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชน ในการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นธรรม แล้วไปเขียนในวรรคสองไว้นะครับว่า การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้าน คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพจะกระทําไม่ได้ ห้ามไว้นะครับ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ในชุมชน รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายต่าง ๆ ให้ความเห็นประกอบ ก่อนมีการดําเนินการดังกล่าว ข้อนี้ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๓ ฉบับย้อนหลังไป ฉบับปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ และฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ เขียนไว้แบบเดียวกันทั้งนั้นนะครับ แต่ผมจะขอยกตัวอย่างตอนที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่จังหวัดระยอง เรื่องของ มาบตาพุด เป็นกรณีที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนนะครับว่าสิ่งที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ไม่เกิดผล ในการรับรองสิทธิของประชาชนในเรื่องนี้นะครับ เนื่องจากว่าขณะนั้นมีการดําเนินโครงการ จํานวนมากที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง โดยการอนุญาตของ หน่วยงานภาครัฐ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าไม่ได้มีการกําหนดให้มีองค์กรอิสระ ซึ่งเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญในการที่จะมาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาในโครงการดังกล่าว เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ก็ผ่านการอนุมัติมาอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายพอมีเรื่องมาบตาพุด เกิดขึ้นมีการฟ้องคดีไปที่ศาลปกครอง ศาลปกครองถึงสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยสั่งให้ชะลอ โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ๖๗ โครงการ แล้วก็ให้ย้อนกลับ มาให้มีการทําให้เกิดองค์กรอิสระเพื่อให้ความเห็นประกอบ ตอนนั้นต้องใช้ประกาศ สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ เพื่อให้มีองค์กรอิสระเกิดขึ้น แล้วก็มาให้ความเห็นประกอบการ พิจารณาในโครงการดังกล่าว ๖๗ โครงการนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผมอยากจะเรียน ให้เห็นนะครับว่าถึงแม้ว่ามีการเขียนรับรองสิทธิไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีผลนะครับ เพราะว่าไม่มีกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องที่จะออกมาภายหลัง แล้วไม่มีบทบังคับด้วยว่า ภาครัฐจะต้องออกกฎหมาย ออกระเบียบเหล่านี้มาเมื่อไร อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนในประเด็นแรกว่า สิ่งที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ในหลายมาตรา ถ้าหากว่าไม่สามารถบังคับให้นําไปสู่การปฏิบัติได้เขียนให้ดีอย่างไร มันก็ไม่มีประโยชน์ ก็อยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการว่าต้องทําให้เกิดผลการบังคับ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังด้วย อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมขอเรียนเพื่อประกอบ การพิจารณานะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เมื่อตอนเช้าท่านอาจารย์บวรศักดิ์ พูดไว้ชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการเขียนให้เกิดความพอดี ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป คือเดินอยู่ในทางสายกลางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผมเห็นว่ามีบางเรื่อง ที่ยังมีลักษณะที่ผมคิดว่าเป็นการเขียนที่มากเกินไป ซึ่งน่าจะต้องปรับลงมาให้สู่ความพอดี เรื่องของการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมีการเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายเรื่อง ให้มีสมัชชาพลเมือง เขียนไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของประชาชนพลเมือง อาจรวมกันเป็นสมัชชาพลเมือง แล้วก็เขียนอํานาจหน้าที่ไว้ตอนหนึ่งบอกว่า ให้มีหน้าที่ ในการตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรบริหารท้องถิ่น หมายความว่าองค์กรนี้จะอยู่ คู่กับองค์กรท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เลย ตั้งแต่ อบต. เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เพื่อทําหน้าที่หลักอย่างหนึ่งก็คือตรวจสอบการดําเนินงาน ในขณะเดียวกัน ในภาค ๑ มาตรา ๗๑ ก็ยังเขียนให้มีสภาตรวจสอบภาคพลเมืองในระดับจังหวัด อันนี้ ก็ตรวจสอบเหมือนกันเพียงแต่ว่าเป็นการตรวจสอบในระดับจังหวัด แต่ผมคิดว่ามันก็มี ความซ้ําซ้อนกันก็คือต่างก็มีหน้าที่ส่วนหนึ่งในการตรวจสอบ และนอกจากนั้นผมคิดว่าการที่ ไปใช้คําบางคําในการกําหนดองค์กรเหล่านี้ขึ้นผมคิดว่าประชาชนไม่เข้าใจ นั่นก็คือไปใช้คําว่า สมัชชาพลเมือง แล้วก็ไปมีสมัชชาพิทักษ์คุณธรรมแห่งชาติ สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากก็คือ เรื่องการตรวจสอบในระดับท้องถิ่น ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะที่เคยอยู่ ในพื้นที่ คือถ้าเรามองในแง่ดี ดีครับ ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบอย่างใกล้ชิด แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง มุมที่เป็นความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ สมัชชานี้จะเป็นที่รวมตัว ของนักการเมืองท้องถิ่นที่สอบตก ไปเป็นนายกท้องถิ่นไม่ได้แล้วก็มาอยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่มาอยู่โดยตรงก็ส่งนอมินี มา แล้วก็ไปตั้งหน้าตั้งตาที่จะตรวจทุกเรื่องในการดําเนินงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้คนที่ชนะเลือกตั้งซึ่งเป็นคู่แข่งขันของตัวเองทํางานไม่ได้ คือผมมองในแง่นี้นะครับว่าถ้าในมุมนี้มันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ตรวจทุกวันเลยนะครับ ตรวจทุกเรื่องแล้วก็จะทําให้ฝ่ายบริหารลําบากในการทํางาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมฝากไว้ ก็คือว่า
ประการแรก เขียนให้มันง่าย ๆ ที่ประชาชนเข้าใจ ให้มีสภาเดียวได้ไหมครับ ใช้คําว่า สภาพลเมืองไปเลย อันนี้ประชาชนเข้าใจ คําว่า สภา เป็นที่เข้าใจ แล้วก็ให้มี สภาพลเมืองอาจจะให้เป็นสภาในระดับจังหวัดก็น่าจะเพียงพอ โดยให้ประกอบไปด้วยผู้แทน ของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ ให้สามารถเข้ามาได้อย่างหลากหลาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเรียนไว้ก็คือว่า ที่ทางท่านกรรมาธิการได้พูดไว้ตอนต้นนี้นะครับ คือผมเห็นด้วยว่าเจตนารมณ์นั้นต้องการให้พลเมืองเป็นใหญ่ แต่คําว่า พลเมืองเป็นใหญ่ ผมคิดว่ามันยังมีความสําคัญน้อยกว่าการทําให้พลเมืองมีคุณภาพ ถ้าหากว่าเรานึกถึงแต่ว่า ประชาธิปไตยคือการให้พลเมืองเข้ามาเป็นใหญ่แล้วถือว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ในขณะที่ คนที่เข้ามายังมีข้อสงสัยในเรื่องของคุณภาพเราน่าจะไปเน้นเรื่องการพัฒนาคุณภาพ ของพลเมืองให้เป็นจุดเน้นที่สําคัญจะไม่ดีกว่าหรือครับ ในขณะเดียวกันก็ทําให้ระดับของ การตรวจสอบและการมีส่วนร่วมให้มันลดระดับลงมาอยู่ที่ความพอดีแล้วก็ความพอเพียง อย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ