สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๔ · ๘ เมษายน ๒๕๕๘

สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องการชะลอกฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะพระราชบัญญัติกสทช. เนื่องจากปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่สามารถทำงานได้จริง และขาดธรรมาภิบาลในการทำงานของ กสทช. และขอสนับสนุนการชะลอกฎหมายฉบับนี้ไปก่อน และยังชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเพียงพอ และขอเสนอแนะการเพิ่มเติมในกฎหมายดังกล่าว

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณนะคะท่านประธาน เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิฉันขออนุญาตสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ดิฉันคิดว่ามีความสำคัญ ในหน้า ๑๕ ที่ให้ชะลอกฎหมายบางตัว โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ กสทช. กรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเราได้เสนอสิ่งที่สำคัญก็คือการที่พวกเราเรียกว่า ควิกวิน (Quick win) ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็คือเรื่องวินาที และขณะนี้ก็คงได้รับทราบกัน ดิฉันคิดว่าเป็นการทั่วไปนะคะว่า กสทช. ยังไม่ได้มีการดำเนินการ ก็สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัด ของการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่สามารถทำงานได้เรียกว่าในส่วนของ กสทช. ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งดิฉันขออนุญาตพูดเป็นประเด็นแรกนะคะ เราจะเห็นว่าปัญหาการเอารัด เอาเปรียบของผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมไม่ได้ถูกยกระดับหรือแก้ไขปัญหาตามใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เลย ที่ทางคณะกรรมาธิการได้แนบอยู่ในรายงานการประชุม เป็นเพียงการดึงงบประมาณ บางส่วนไปอยู่ในกองทุนดิจิทัล อีโคโนมี เพราะฉะนั้นปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานคุ้มครอง ผู้บริโภคไม่ได้ ปัญหาเรื่องการขาดธรรมาภิบาลในการทำงานของ กสทช. ความรับผิดชอบ ต่อสาธารณะอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการไปดูงานต่างประเทศเกิน ๑๒๐ วัน ดิฉันยังไม่เห็น เป็นรูปธรรมที่ถูกแก้ไขภายใต้กฎหมายฉบับนี้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็สนับสนุนนะคะว่า ควรที่จะชะลอกฎหมายฉบับนี้ไปก่อน ดิฉันคิดว่าปัญหาของ กสทช. ถ้าในส่วนของผู้บริโภค มีอยู่หลายประเด็น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้จริง ในปัจจุบันผ่านรูปธรรมที่สภาปฏิรูปแห่งชาติก็คงเห็นเรื่องการกำหนดเป็นวินาทีที่ประชาชน จะได้ประโยชน์เดือนหนึ่งหลายพันล้านบาท แล้วก็หลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปี ก็ยังไม่สามารถ ที่จะทำได้นะคะ

ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่ากฎหมายที่เรียกว่า กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กฎหมายฉบับนี้ยังอาจจะเรียกว่ามุ่งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ว่าไม่มีสาระ ของการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่เลย ดิฉันขออนุญาตยกรูปธรรมนะคะว่าเมื่อผู้บริโภคพบปัญหา การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือดิจิทัลก็ตาม จะร้องเรียนกับหน่วยงานไหน อย่างเช่น เราซื้อแอพพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ทั้งลาซาดา (Lazada) ไลน์ (line) ราคูเทน (Rakuten) และปรากฏว่า ไม่ได้ส่วนลดตามที่โฆษณาหรือได้สินค้าไม่มีคุณภาพ ดิฉันมีข้อร้องเรียน ซื้อรองเท้าแล้วไม่ได้รองเท้า เงินก็คืนไม่ได้ ไม่รู้จะไปจัดการอย่างไร ปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกเขียน อยู่ในกฎหมายกองทุนพัฒนาเพื่อเศรษฐกิจและอีโคโนมีเลยนะคะ ไม่ได้เขียนอยู่ในกฎหมาย ฉบับนี้เลย หรือข้อมูลล็อก ไฟล์ (Log file) ต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลของผู้บริโภคจะทำอย่างไรว่า การเก็บข้อมูลเหล่านั้นจะทำอย่างไรและดิฉันคิดว่าปัญหาสำคัญอันหนึ่งก็คือการพิสูจน์ มีการโฆษณาแล้ว ข้อมูลผู้บริโภคเองก็ตรวจสอบไม่ได้ ล็อก ไฟล์ ต่าง ๆ ผู้บริโภคจะเข้าไป ตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อย่างไร

ประเด็นที่ ๓ ที่ยังไม่พบในกฎหมายกองทุนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็คือการกำกับดูแลหรือการควบคุมผู้ประกอบการนะคะว่า หน่วยงานไหนจะทำหน้าที่ออก เรกกูเลชันเมื่อเจอปัญหา เมื่อทำธุรกรรมไม่ถูกต้อง หรือเกิดทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ไม่ปลอดภัยโกงกันง่าย ๆ จะจัดการให้กับผู้บริโภคอย่างไร ดิฉันไม่เห็น เพราะฉะนั้นในกฎหมายฉบับนี้ต้องเพิ่มเติม อย่างเช่นบางมาตรา อย่างมาตรา ๖ ที่ต้องเขียนให้ ชัดเจนมากขึ้นว่าต้องมีเป้าหมายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมจากการ ใช้บริการในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้ได้ หรือแม้กระทั่งในองค์ประกอบ ของคณะกรรมการก็ไม่มีการพูดถึงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จริง ๆ ยังมีรูปธรรมอีกเยอะ ในรายละเอียดของข้อกฎหมายที่ได้มีโอกาสลงไปศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ประกอบของ คณะกรรมการในส่วนของสำนักงาน หรือดิฉันก็สนับสนุนคณะกรรมการว่าโครงสร้างของ สำนักงานดูเหมือนแบบเรียกว่าลูกผสม คือฐานะหนึ่งบอกว่าตัวเองเป็นเอกชนตรวจสอบไม่ได้ แต่อีกฐานะหนึ่งบอกว่าตัวเองเป็นรัฐสามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นโดยโครงสร้างของ กฎหมายดิจิทัล อีโคโนมี ตัวนี้ก็มีปัญหามาก เพราะฉะนั้นดิฉันมีความเห็นต่อกฎหมายฉบับนี้ ขออนุญาตนำเรียนผ่านท่านประธานเนื่องจากเวลาหมดแล้ว ขออนุญาตนำเรียนผ่าน ท่านประธานว่ามีจุดอ่อนในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งฉบับที่พูดถึง พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและอีโคโนมี แล้วก็รวมถึงความเห็นต่อกฎหมาย ของ กสทช. ไม่ว่าจะทั้งเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการที่เปลี่ยนแปลงไป กรรมการสรรหา ในส่วนของสำนักงาน และรวมทั้งใน ๓ ส่วนใหญ่ ๆ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่สามารถทำได้จริง ดิฉันจะขอทำเป็นรายงานส่งให้กับทาง ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการอีกทีหนึ่งค่ะ เนื่องจากเวลาหมด ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน