ประชา เตรัตน์ เสนอแนะการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุลในหลายพื้นที่ และเสนอให้คณาจารย์ของสภามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปศึกษาออกแบบการควบรวมที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูประบบการจัดเก็บรายได้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเรียกเก็บภาษีบ้านและที่ดิน และเสนอวิธีการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นเพื่อกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น และยังหารือเรื่องการตรวจสอบภาคพลเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบทางการเมือง และเรียกร้องการสนับสนุนให้มีการตรวจสอบโครงการท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบว่าเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการนั้นลงไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา เตรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นได้เสนอ รายละเอียดต่าง ๆ นั้นค่อนข้างจะครอบคลุม แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตแนะนำเพิ่มเติมมี ๓ ประเด็น ด้วยกัน
ประการที่ ๑ การควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะว่าในการเกิดขึ้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมานั้นเกิดจากนโยบายยกทีเดียว จากสภาตำบลเป็น อบต. นั้น ความเหมาะสมทั้งเรื่องขนาด พื้นที่ จำนวนประชากร รวมทั้งรายได้นั้น ไม่ค่อยสมดุล จึงก่อให้เกิดปัญหาการพัฒนาที่บางแห่งก็มีรายได้สูงก็สูงมาก บางแห่งรายได้น้อย ก็น้อยมาก บางแห่งพื้นที่มากก็มาก รวมถึงเทศบาลต่าง ๆ ด้วย ความสมดุลต่าง ๆ ไม่เกิดขึ้น เมื่อความสมดุลไม่เหมาะสมทั้งสภาพของรายได้และตัวบุคลากรนั้น จึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้อง ออกแบบควบรวมให้เหมาะสม เพราะฉะนั้นการควบรวมนั้นแน่นอนที่สุดการชี้แจงทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่จำเป็นต้องควบรวมนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก แล้วที่สำคัญครับ ในพื้นที่ บางแห่งนั้นมากเป็น ๓๐๐-๔๐๐ ตารางกิโลเมตร แต่บางแห่งมีงบประมาณเยอะแต่มีพื้นที่พัฒนา แค่ ๔ หรือ ๕ ตารางกิโลเมตร ลักษณะอย่างนี้เราต้องแก้ไขโดยด่วน มีอยู่ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้หลักการสำคัญต้องทำ แล้วต้องออกแบบให้ชัดเจน เรามีคณาจารย์ของสภามหาวิทยาลัย ต่าง ๆ แต่ละภาคไปศึกษาออกแบบให้ชัดเจนว่าควรขนาดไหน ประชากรควรขนาดไหน รายได้ ควรขนาดไหน ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เรื่องการปฏิรูประบบการจัดเก็บรายได้ เราจะกระจายอำนาจ อย่างไรถ้าเกิดว่าท้องถิ่นจัดเก็บรายได้ตัวเองไม่ได้ ดูสถิติในรายงานเอกสารชัดเจน ท้องถิ่น ทั่วประเทศจัดเก็บรายได้ตัวเอง ๓๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทุกรูปแบบว่าจะทำอะไรได้ แต่มันมีภาษี ตัวหนึ่งที่ต้องออกอย่างยิ่ง ๕๐ ปีแล้วยังออกไม่ได้ คือพรอพเพอร์ที แทกซ์ (Property tax) หรือ ภาษีบ้านและที่ดินนี่ละ รายได้ของท้องถิ่นส่วนใหญ่ได้จากภาษีล้อเลื่อน ท่านอธิบดีวัลลภนั่งอยู่ ที่นี่ก็ทราบดี ภาษีล้อเลื่อนเก็บจากรถยนต์ซึ่งก็เป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่ง บ้านและที่ดินก็เป็นทรัพย์สินต้องเก็บครับ ผมเสียดายตั้งท่ามาอย่างดีขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่พอเหลา ลงไปกูขอถอนก่อนอย่างนี้มันใช้ไม่ได้หรอกครับ มันต้องมีครับ แค่ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์รายได้ ท้องถิ่นทั่วประเทศเพิ่มมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาททันที ถ้าเป็น ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ มันจะเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วตรงนี้ครับท้องถิ่นก็จะลืมตาอ้าปากทันทีเลยฉันมีเงินของฉันเองแล้ว จะทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่คิดว่าจะทำอะไรก็ได้คงไม่ใช่ วกไปอันแรกหลายท่านบอกจะเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ ถ้าเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในคอนเซพต์ของผู้ว่าฯ ภูมิภาคมันเลือกไม่ได้หรอกครับ เพราะผู้ว่าฯ ในภูมิภาคเป็นตัวแทนรัฐบาลกลาง เลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่ท่านเลือกอยู่นี้มันเลือกอยู่แล้ว นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดคือเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่เราไม่เรียกผู้ว่าฯ เรียกว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากการที่ผมไปฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชนามาทั่วประเทศตอนนี้ฟังมาประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หลายแห่งบอก อบจ. มีไว้ทำไม ยุบเถอะ เงินไปกองอยู่ถึงจังหวัดเวลาจัดสรรให้ อบต. จัดเพราะพื้นที่มันซับซ้อน ผมก็บอกว่ามันยุบไมได้บอกว่านี่คือเลือกตั้งผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯ ก็คือ นายก อบจ. นี่ล่ะ ถ้าท่านอยากให้มีเลือก ก็เลือกให้แล้วอย่างไร พอให้เลือกแล้วจะให้ยุบ ได้อย่างไร ส.ส. ทั้งหลายตอนนี้บินหลาลงไปสมัครเป็นนายก อบจ. ทั้งนั้นไม่อยากเป็น ส.ส. แล้ว ท่านเกรียงไกรท่านก็รู้ดีเพราะอะไร มีเงินมากองหน้าตักจัดสรรให้เทศบาลโน้น จัดให้ อบต. นี้ เยอะแยะมากมาย มีเงินทอนหรือเปล่าผมไม่ทราบ ท่านทราบกันเอาเอง
ประเด็นสุดท้าย การตรวจสอบภาคพลเมือง นี่สำคัญมาก ร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างกันนี้อยู่หรือครับ ผมกล้าพูดได้ว่าจุดเด่นสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้คือการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ สร้างพลเมืองเป็นใหญ่ไม่ได้หมายความว่าพลเมือง จะใหญ่จนคับฟ้า จะไปทำอะไรขัดขวางการทำงานของข้าราชการแล้วก็ของท้องถิ่นไม่ใช่ เป็นใหญ่ ในแง่ของการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างแท้จริง การเมืองประเทศไทยเรานั้นตกต่ำเพราะว่า การมีส่วนร่วมภาคพลเมืองในการตรวจสอบทางการเมืองมีน้อยมากและมีต่ำมาก เทียบกับของ ต่างประเทศ ความผิดนิดเดียวนะครับ ของรัฐบาลรัฐมนตรีไม่ใช่ความผิดของเขาเลยดูตัวอย่าง ประเทศเกาหลีนะครับ เรือนักเรียนล่มคนตาย ๒๐๐ คน นายกรัฐมนตรีอับอายมากบอกว่า เนื่องจากเขาไม่สามารถควบคุมกำกับหน่วยราชการให้มีการวางแผนการป้องกันได้อย่างดี ลาออก นี่คือคุณธรรมและจริยธรรมความรับผิดชอบทางการเมืองของผู้ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางการเมือง ของประเทศ ผมมามองกลับถ้าประเทศไทยล่ม ๑๐ ลำ ฉันไม่ออกเพราะว่าไม่ใช่หน้าที่ของฉัน เพราะนั้นการตรวจสอบภาคพลเมือง สมัชชาพลเมืองที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญก็ดีหรือกำลังจะร่าง ออกเป็นกฎหมายลูกก็ดีนั้น เจตนารมณ์สำคัญคือต้องการให้พี่น้องประชาชนได้ตรวจสอบ การทำงานของผู้บริหารท้องถิ่น เน้นแค่ระดับท้องถิ่นไม่ต้องการระดับชาติ สมัชชาพลเมือง แค่จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านพอแล้ว ตรวจสอบเลยครับ ตรวจสอบว่าโครงการทั้งหลายที่ ท่านทำนั้นลงเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยไหม ที่ผ่านมาทั่วบ้านทั่วเมืองเห็นกันชัดเจน ถนนลงไปแค่ ๓ เดือนพังแล้ว มันจะไม่พังอย่างไร ๑๐๐ บาททำแค่ ๔๐ บาท ๕๐ บาท ๕๐ บาทหายไปไหน ก็ไม่รู้ สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นนั้นสมัชชาพลเมืองในพื้นที่ต้องมีอำนาจตรวจสอบได้ มีอำนาจที่จะ เห่าหอนได้ และที่สำคัญจะต้องวางกลไกในการปกป้องสมัชชาพลเมืองไม่ให้นักเลงการเมืองหรือ ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองนั้นมาคุกคาม สิ่งเหล่านี้กำลังออกแบบในกฎหมายลูก ขอบคุณครับ