นิมิต สิทธิไตรย์ หารือเรื่องการควบรวมท้องถิ่น โดยเฉพาะการควบรวมเทศบาลและอบต. ในจังหวัดอุบลราชธานี และเรียกร้องการชัดเจนในเรื่องการควบรวมนี้ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความจำเป็นในการเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับรูปแบบใหม่ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และยืนยันว่าสภาสภาพลเมืองจำเป็น แต่ต้องดำเนินการค่อยเป็นค่อยไป
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านคณะกรรมา ธิการและท่านสมาชิกทุกท่านครับ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สปช. จังหวัดอุบลราชธานีครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าได้เวลาแล้วที่จะต้องให้ความสำคัญของเรื่องท้องถิ่น ให้ความสำคัญ ถึงประชาชนที่จะดูแลกันเองและจะต้องสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนว่าการดูแลกันเอง การกำกับ กันเอง หรือการใช้ระบบท้องถิ่นนั้นบริหารจะต้องทำอย่างไร มีความชัดเจนครับว่าในระบบ การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น บางส่วนนั้นได้ดำเนินการภายใต้ กรอบของแนวคิดจากส่วนกลาง เป็นแนวคิดที่อยากจะให้เกิด อยากให้มี เฉกเช่นปัจจุบันนี้ก็จะมี แนวความคิดว่าระบบ อบต. นั้น ควรจะเปลี่ยนเป็นระบบเทศบาล ควรจะมีการควบรวม ควรจะมี การยกระดับ แต่การยกระดับหรือการควบรวมนั้นประการสำคัญก็คือว่าพี่น้องประชาชนนั้น พร้อมหรือยัง เข้าใจหรือไม่ ปมประเด็นของการควบรวมนั้นเป็นเรื่องของการที่จะทำให้บางส่วน ต้องได้รับผล ที่รับผลชัดเจนก็คือว่าเมื่อมีท้องถิ่น ๒ ส่วนรวมกันเป็นหนึ่ง ส่วนหนึ่งก็ต้องสลาย และส่วนหนึ่งก็ต้องเปลี่ยนแปลงและกลับกลายเป็นส่วนที่จะต้องถือว่าเป็นส่วนรวม ผมมองเห็น ความชัดเจนของเรื่องการควบรวมนี้เป็นเรื่องสำคัญ มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานีซึ่งผมมองว่าเป็นหัวเมืองชายแดน แล้วก็มีหลายส่วนที่ติดเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่ยกมาประกอบ แล้วก็ขอสนับสนุนในเรื่องของแนวทางการควบรวมนั้น ก็คือ ที่ด่านช่องเม็กซึ่งเป็นด่านพรมแดนสำคัญมีคนเข้าออกปีหนึ่งเป็นล้านคน แล้วก็มีความเคลื่อนไหว ของสินค้าที่เข้าออกเป็นเรือนหมื่นล้านบาท แต่การปกครองส่วนท้องถิ่นตรงนั้นคั่นกลาง ด้วยถนนหลวง ถนนแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๗ ทิศเหนือของถนนจะเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบหนึ่ง อบต. ทิศใต้ก็จะเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล ประเด็นก็คือว่า แนวความคิดมีการเสนอแนวความคิดจะควบรวม ๒ ส่วนนี้ให้เป็นส่วนเดียวมานานแล้ว แต่ติดขัด เรื่องกลไกทางด้านกฎหมาย เมื่อมามองถึงการปฏิรูปที่ทางคณะกรรมาธิการได้นำเสนอนั้น ก็เห็นภาพชัดว่า เมื่อโซนที่เกี่ยวข้องกับผู้คนเป็นล้าน โซนที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ถ้าจัดการบริหารท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความเป็นจริงก็ย่อมได้เกิดประโยชน์สูงสุด อันนี้ คือตัวอย่างที่ชัดเจน ที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดถึงก็เพราะว่าในส่วนของการที่จะควบรวมนั้น ในประเด็นของการควบรวมด้วยความสมัครใจ บางที บางโอกาส ก็เป็นเรื่องที่จะควบรวมกัน ได้ยากเพราะใช้ความรู้สึก ความเข้าใจ แล้วก็ใช้ฐานของการที่มาของท้องถิ่นแต่ละส่วนมาเป็น ตัวเชื่อม จึงอยากจะให้มีการชัดเจนในเรื่องการควบรวมอันที่มีผลด้วยกฎหมาย คือท้องถิ่นใด พื้นที่ใดที่มีความจำเป็นต้องควบรวมกันเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็น่าจะใช้หลักการของ การควบรวมนัยของลักษณะตามกฎหมายหรือข้อที่เขียนไว้ดังกฎหมายชัดเจน สิ่งเหล่านี้ ก็จะเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีความขัดแย้ง อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ เราต้องทราบดีว่าที่ผ่านมาเรามี ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำและปัญหาทุจริต เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะทำ การปกครองท้องถิ่นนั้นจะต้องมาในพื้นฐานของความสมานฉันท์ ความปรองดอง ฉะนั้น การออกแบบใด ๆ ก็แล้วแต่ต้องคำนึงเรื่องนี้เป็นสำคัญ
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องของการที่จะมีสภาหรือว่าสมัชชาพลเมือง มาให้คำชี้แนะ ชี้นำ ตรงนี้ต้องชัดเจนว่าสภานี้มีหน้าที่ทำอะไร ผมยืนยันการที่จะปรับเปลี่ยนการปกครอง ส่วนท้องถิ่นไประดับใดก็แล้วแต่ต้องมาจากพื้นฐานค่อยเป็นค่อยไป แล้วต้องมีระดับขั้นตอนที่ จากความเข้าใจระดับกลาง ระดับเข้มข้นและระดับสูงสุดตามลำดับ ถ้าจะข้ามขั้นไปเลยก็จะ ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นบทเรียนที่ผ่านมาแต่ละส่วนแต่ละที่ ก็ตามจะต้องใช้นัยของการค่อยเป็นค่อยไปปรับไปเป็นนัยสำคัญให้ประชาชนเตรียมพร้อม เตรียมตัว ที่จะปรับตัวเข้ากับรูปแบบที่เป็นรูปแบบใหม่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากจะยืนยันว่าองค์กร ที่เป็นเรื่องของสมัชชาพลเมือง หรือสภาพลเมืองนั้นมีความจำเป็น แต่จะต้องเป็นการเรียนรู้ ค่อยเป็นค่อยไป ให้อำนาจของสภานี้ค่อยเป็นค่อยไปไม่ใช่ให้มาก แล้วใช้ไม่เป็น เหตุผลที่ผม ยืนยันว่าสิ่งนี้จำเป็นเพราะว่าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนของเครือข่ายได้เสนอพระราชบัญญัติว่า ด้วยสภาพลเมืองผ่าน สปช. เพื่อเสนอท่าน ก็แสดงว่าประชาชนมีการตื่นตัวที่จะใช้ระบบของ การที่จะมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่ก็ติงนิดเดียวว่าการให้อำนาจหรือการที่จะให้เขามีโอกาสนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไปเรียงลำดับ แล้วก็ให้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ก็จะได้มาด้วยความยั่งยืน ขอบคุณครับ