กงกฤช หิรัญกิจ หารือเรื่องการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น โดยให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับเอกสารที่คณะกรรมาธิการนำเสนอ และมีความกังวลเกี่ยวกับการเงินการคลังท้องถิ่น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มอบอำนาจให้ประชาชนจัดการกันเอง และการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน และยังหารือเรื่องการกำกับตรวจสอบ และการให้อำนาจเก็บภาษีหรือ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยควรจะใช้ในกรณีที่เป็นกิจการหรือบุคคลใดที่มาใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม กงกฤช หิรัญกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการ ที่กรุณานำเสนอเรื่องการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นในวันนี้ ส่วนใหญ่ในเอกสารผมก็ค่อนข้าง เห็นด้วยอย่างยิ่งในทั้ง ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการได้หยิบยกขึ้นมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบ โครงสร้างอำนาจหน้าที่ การกำกับดูแล การตรวจสอบ แล้วก็การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งผมให้ความสำคัญในส่วนนี้ค่อนข้างมากนะครับ ในเรื่องของการเงินการคลังท้องถิ่น อันนี้ก็เป็น อีกอันหนึ่งที่เดี๋ยวจะขออภิปรายที่เป็นความกังวลนะครับ
ในการจัดทำข้อเสนอของคณะกรรมาธิการก็ดีใจที่ได้เน้นย้ำหลักการใน ๓ เรื่อง คือ กระจายโอกาสให้องค์กรปกครองท้องถิ่นได้ทำงานมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ ของท้องถิ่น ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าสำคัญมากนะครับว่า ต้องตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นให้ได้ จริง ๆ ไม่ใช่ตอบสนองต่อผู้บริหารท้องถิ่น ในขณะเดียวกันก็มีการมอบอำนาจให้องค์กรปกครอง ท้องถิ่นทำหน้าที่บริการภาคประชาชนได้มากขึ้นแทนรัฐบาลส่วนกลาง รวมทั้งสุดท้ายก็คือการคืนอำนาจให้ประชาชนจัดการกันเอง ทั้ง ๓ หลักการผมคิดว่าถ้าเอาไปใช้ ในทุก ๆ ข้อเสนอได้ก็จะเป็นหลักการที่ถูกต้องดีที่สุด แต่ความห่วงใยก็คือว่าเมื่อเรามีการ มอบอำนาจกระจายโอกาสแล้วก็คืนอำนาจให้ประชาชนผมก็กังวล เพราะว่าตัวเองก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ ต่างจังหวัดก็เห็นการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่าน ๆ มา มีทั้งดาบสองคม ส่วนใหญ่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จำเป็นที่จะต้องหาคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเหมือนที่เราพูดคุยกันในร่างรัฐธรรมนูญว่าเราจะแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ เรื่อง อย่างไร ผมขอยกตัวอย่าง อย่างเช่น การบริหารระบบโครงสร้างและการควบรวมองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น นี่ผมคิดว่าแม้เราจะควบรวมเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ อย่างเช่น เขตปกครองพิเศษเมืองพัทยาก็ตาม ในขณะนี้เราก็พบว่าเมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นำรายได้เข้าสู่ประเทศหลายหมื่นล้านบาท พัทยาเองก็มีปัญหาหลากหลายนานัปการ ขณะนี้ ก็ไม่มีที่จะเก็บขยะ ไม่มีที่จะเก็บน้ำดีมาใช้สำหรับตัวเมืองพัทยา กรณีนี้เมืองพัทยาเองก็ต้องไปหา ความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ละแวกใกล้เคียงอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผมคิดว่า การควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็น่าที่จะต้องมีการควบรวมได้ในหลาย ๆ ระดับ ไม่ใช่แต่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับเล็กเท่านั้นที่จะมาควบรวมกันเองนะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ คงจะต้องมีกฎเกณฑ์ มีหลักการ มีคณะกรรมการที่ดูแลเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจกับ เขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ด้วย
ในเรื่องที่ ๒ คือการกำกับตรวจสอบ ซึ่งเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่า คนอยู่ในพื้นที่ยิ่งเล็กเท่าไรก็ยิ่งจะเห็นหน้าเห็นตากัน ก็ยิ่งไม่กล้าที่จะเข้าไปตรวจสอบ ผมคิดว่า เรื่องเหล่านี้หากว่าทำให้รวดเร็วแล้วก็สามารถร้องเรียนได้ทันท่วงทีอาจจะเป็นเหมือนศูนย์ ดำรงธรรมที่เขาจะขึ้นมาที่ศาลากลาง ผมคิดว่าน่าจะมีคณะกรรมการรับเรื่องราวร้องเรียนหรือ คณะกรรมการรับอุทธรณ์คำร้องของภาคประชาชนโดยรวดเร็ว ซึ่งเรื่องนี้ถ้ามีคณะกรรมการ ที่จะมายุติไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างภาคประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการตัดสินใจของ ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ในระดับเบื้องต้น โดยยังไม่ต้องไปถึงในระดับศาล ตามข้อเสนอ ผมคิดว่าอันนี้ก็ช่วยบรรเทาได้ ผมอยากยกตัวอย่าง อย่างกรณีของผมในเขตเทศบาล วันดีคืนดีประกาศ ไม่ประกาศด้วยนะครับขึ้นค่าน้ำประปาจาก ๑๐ บาทเป็น ๑๘ บาท ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เราเห็นบิล (Bill) ใบเสร็จรับเงินเราถึงได้ทราบว่า ขึ้นค่าน้ำประปาทีหนึ่ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เราไม่รู้จะไปร้องเรียนไประงับข้อพิพาท ไปยุติ การดำเนินการได้ที่ไหน
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือก็คือเรื่องการให้อำนาจกับการเก็บภาษีหรือ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ผมก็ยังเป็นความกังวลอยู่ว่าอาจจะเป็นการใช้อำนาจที่อาจจะ ก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตนกับคณะผู้บริหาร ซึ่งอันนี้ก็อยากจะฝากว่าถ้าตีกรอบให้ชัดเจนว่า อำนาจการจัดเก็บภาษีควรจะใช้ในกรณีที่เป็นกิจการหรือบุคคลใดที่มาใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมกับพื้นที่นั้น ๆ ผมคิดว่า ๒ เรื่องนี้เท่านั้นที่เป็น อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรจะจัดเก็บภาษีได้เอง แต่ถ้าเกิดเปิดโอเพน (Open) เลยก็อาจจะเป็นอันตรายต่อการจัดเก็บภาษี
และสุดท้ายที่อยากจะฝากเรื่องเดียวก็คือเรื่องการทำประชานิยมในกลุ่มองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเอง เท่าที่เราทราบกันก็มีการ ผมอยู่ในภาคท่องเที่ยวความจริงควรได้รับ ประโยชน์จากการที่ท่านผู้บริหารพาคณะไปท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเรื่อง เหล่านี้เราจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร เพราะฉะนั้นก็อยากจะใช้กรอบของรัฐธรรมนูญว่าเรามี การจัดทำแผนงบประมาณทั้งรายรับรายจ่าย ที่ต้องอธิบายที่มาของรายรับ ต้องอธิบายที่ไปของ รายจ่ายให้ชัดเจน แล้วก็ตีกรอบให้แต่ละปีต้องมีกรอบรายรับด้วยว่ามาจากไหน ใช้อย่างไร เพื่อการใด ขอขอบพระคุณครับ