สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๔ · ๘ เมษายน ๒๕๕๘

เบญจวรรณ สร่างนิทร เสนอการปรับระดับข้าราชการให้สูงขึ้น 1 ระดับก่อนเกษียณ และขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมาธิการในการดำเนินการนี้ โดยมีเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมหลายประการ เช่น การจัดสรรเงินงบประมาณ การกำหนดกรอบอัตรากำลัง การควบรวมองค์กร และการกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล นอกจากนี้ยังพูดเรื่องการมีองค์กรกึ่งตุลากรที่มีอำนาจตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของผู้บังคับบัญชา และเรียกร้องการพิจารณาและตรวจสอบด้วยความชัดเจน

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปช. ๑๒๔ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครอง ท้องถิ่น เหมือนสมาชิกท่านอื่นทั่วไป ก็ต้องเรียนอย่างนี้ว่าข้อมูลเรื่องท้องถิ่นค่อนข้างมาก ท่านก็สามารถสรุปเป็นหมวดเป็นหมู่ให้เห็นชัดเจน อย่างไรก็ตามเพื่อความสมบูรณ์ของการศึกษา เรื่องนี้ ดิฉันมีข้อเสนอใน ๕ ประเด็น

ประเด็นแรก เห็นด้วยที่จะให้มี ก. ก. เดียว ดิฉันเคยไปร่วมประชุมมามากแล้วค่ะ กจ. กท. ก.อบต. วาระแต่ละ ก. แค่ชั่วโมงเดียว พอปรู๊ดคณะหนึ่งก็วิ่งเข้าอีกคณะหนึ่ง ปรู๊ด ก็วิ่ง อยู่อย่างนี้ค่ะ แล้ววาระก็ไม่แตกต่างกัน วาระเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนคณะ ประธาน ก็คนเดิม ประธานนั่งอยู่เก้าอี้ตัวเดิมไม่ไปไหน เปลี่ยนแต่คณะอื่นที่วิ่งเข้ามา วิ่งเข้ามา มันไม่ได้ อะไร มันไม่เกิดประโยชน์อะไร เราก็เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่คุ้มในความเห็นของดิฉัน เพราะฉะนั้น สนับสนุนอย่างมากในการที่จะให้มี ก. ก. เดียว แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากใน ก. ตรงนี้ ทราบค่ะว่า ท่านเป็น ก. อิสระ แต่สิ่งหนึ่งที่มีความเหลื่อมล้ำอย่างมาก ๆ สำหรับ ก. อื่น นั่นก็คือข้าราชการ ท้องถิ่นอาจจะเป็นลักษณะเฉพาะที่ฝากไว้ทางกรรมาธิการช่วยดูก็แล้วกัน ท่านสามารถที่จะ ปรับระดับให้สูงขึ้นอีก ๑ ระดับ ก่อนเกษียณ โดยนั่งอยู่ที่เดิม ถ้าจะเป็น ระดับ ๘ ก่อนเกษียณ ๖ เดือนหรืออีก ๒ เดือนจะเกษียณ ท่านก็ปรับให้เป็น ๙ ถ้าเป็น ๙ อยู่อีกอาทิตย์หนึ่ง เดือนหนึ่ง จะเกษียณท่านก็ปรับให้เป็น ๑๐ โดยที่ไม่เปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบ ดิฉันคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก ๆ นะคะ อยากจะฝากให้ดูด้วยนะคะ

ประการที่ ๒ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านบุคคลได้มีกรอบกำหนดไว้ว่าไม่ให้เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์แล้วจะไม่ได้โบนัส (Bonus) ท้องถิ่นจะมีช่องทาง ผู้บริหาร มีช่องทางในการออก ที่บอกว่าสามารถกำหนดกรอบอัตรากำลังอะไรได้ ก็ไปออกช่องอื่นที่ไม่ใช้ งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านบุคคลมาใช้ในการจ้างตรงนี้ ก็ไปออกช่องอื่นนะคะ ซึ่งดูแล้วดิฉันคิดว่า ที่มีข้อเสนอเรื่องพรี (Pre) กับโพสต์ (Post) นั้น ดิฉันอยากจะเสนอให้มีแมนเพาเวอร์ ออดิท (Manpower Audit) สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายนะคะ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องควบรวม ดิฉันก็เห็นด้วยกับประเด็นนี้ จากข้อเสนอที่ท่าน บอกว่าจะดูประเด็นโน้นประเด็นนี้นั้น ดิฉันขอเสนออีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ให้ดูรายได้ของ แต่ละแห่งที่หาได้ด้วยตัวเอง เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานกรรมาธิการบอกว่า ๕๐ ล้านบาทนั้น มีทั้งหาได้ด้วยตัวเอง มีทั้งได้รับการจัดสรร มีได้รับการแบ่งเพิ่ม แล้วก็เงินอุดหนุน ดิฉันคิดว่า ลองเอาที่หาได้ด้วยตัวเองมาเป็นหลักประกอบด้วย ก็จะเห็นว่าอะไรสมควรหรือไม่สมควร

ดิฉันมาถึงประเด็นที่ ๔ ขอให้ท่านดูในหน้า ๑๖ ในหน้า ๑๖ มีข้อเสนอ ๒ ประการ ประการแรกก็คือให้มีคณะกรรมการกลางหน่วยเดียวก็คือ ก.ถ. แต่บอกว่า เป็นผู้ออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและมีหน้าที่ตรวจสอบ การดำเนินการก่อนมีคำสั่งแต่งตั้ง ลงโทษ หรือให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นไปด้วย ความถูกต้อง เป็นธรรมตามกฎที่กำหนด เฉพาะ ก.ถ. ถ้าเขียนในลักษณะอย่างนี้แล้วไม่ใช่เป็นการกระจายอำนาจจะกลายเป็น การรวมอำนาจจะต้องให้มาดูก่อนทุกอย่างก่อนที่จะทำอะไรนะคะ

ในส่วนข้อ ๒ ซึ่งบอกว่าให้มีองค์กรกึ่งตุลากร เรียกว่า คณะกรรมการพิทักษ์ ระบบคุณธรรมเป็นผู้ตรวจสอบการใช้ดุลยนิจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของผู้บังคับบัญชา หากเห็นว่ามีการออกคำสั่งใด ๆ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลนั้นไม่เป็นธรรม มีอำนาจสั่ง เปลี่ยนแปลงยกเลิก ดิฉันฝากดูรายละเอียดตรงนี้เพิ่มเติมนะคะ ก.พ.ค. ถ้าโดยหลักแล้ว จะรับพิจารณาการอุทธรณ์เป็นหลัก แต่ไม่ใช่ไปดูตรวจสอบดุลยพินิจพบว่ามีคำสั่งใดไม่ถูกต้อง แล้วก็สั่งยกเลิกเลย กระบวนการของคำสั่งนั้นมันจะต้องมีฐานที่มาว่ามันไม่ชอบธรรมหรืออะไร ก็ตามต้องฝากดูตรงนี้ด้วย

ประการสุดท้ายเรื่องคอนเซพชวล เฟรมเวิร์ก ซึ่งบอกว่าเป็นแนวคิดใหม่ ดิฉัน อยากจะให้ทำความชัดเจนในภาพตรงนี้เพิ่มมากขึ้นนะคะ ถ้าจะมีเวิร์ก โพรเซส (Work process) ที่จะให้เห็นขั้นตอน กระบวนการ มันจะทำให้เห็นว่ามันมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่มัน เกิดประโยชน์ แล้วก็มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณมากค่ะ