สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๔ · ๘ เมษายน ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปการปกครองและบริหารท้องถิ่น โดยถามคำถามและเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การกระจายเงิน บุคลากร และภารกิจ รวมถึงการสร้างบทบาทหน้าที่ความสมดุลระหว่างสภาที่มาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่น และส่วนของซอฟต์ เพาเวอร์ เพื่อตั้งเป็นนโยบายหรือยุทธศาสตร์ฟิวเจอร์ ซิตี หรือเมืองแห่งอนาคต

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ก่อนอื่นต้องแสดงความขอบคุณที่การทำงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครอง ท้องถิ่น และคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน และคณะกรรมาธิการชุดอื่นนั้น ได้ทำงานอย่างบูรณาการ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่อยู่ในโครงสร้างการปฏิรูป เดียวกันทั้งสิ้น ผมมีอยู่ ๕ คำถาม ๑ ตัวอย่าง ที่ขอความกระจ่างในแนวความคิดนะครับ สำหรับ กรอบคิดใหม่ที่เป็นคอนเซปชวล เฟรมเวิร์คที่นำเสนอมาถือว่าดีมาก ให้ความชัดเจนในระดับ โครงสร้างและระบบใหม่ที่จะมีการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นหรือการบริหารท้องถิ่น

คำถามแรกก็คือว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการตั้งเป็นทบวงบริหารท้องถิ่น เพราะ เมื่อเล็งเห็นถึงการออกแบบการปฏิรูปภาครัฐทั้งหมดแล้วแนวทางคือทำให้เป็นสมอล กัฟเวิร์นเมนท์ (Small Government) แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นการลดจำนวนปริมาณ เพราะว่า สามารถไปควบรวมกระทรวง ทบวง กรมอื่น แต่ขณะเดียวกันที่จำเป็นจะต้องเป็นเสาหลักในด้าน การบริหารพัฒนาประเทศนั้นเรื่องการปกครองท้องถิ่นไม่ว่าจะมองในมิติใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่ มีความสำคัญที่พร้อมจะยกขึ้นเป็นทบวงขึ้นมาและมีองค์ประกอบอยู่ในคณะรัฐมนตรี

ประการที่ ๒ ก็คือว่ากรณีที่มีการเสนอในรายงานดังกล่าวให้มีศาลปกครองว่า ด้วยแผนกคดีท้องถิ่นนั้นจำเป็นหรือไม่ อย่างไร

ประการที่ ๓ ก็คือ การกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญที่ให้มีประมวลกฎหมายท้องถิ่น นั้น แต่ในรายงานได้เสนอให้มีการแยกอย่างน้อย ๔-๕ ฉบับดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับแนวทาง ของการสร้างประมวลกฎหมายท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร

ประการที่ ๔ ก็คือ ผมยังไม่เห็นสาระสำคัญที่เป็นเรื่องสำคัญมากคือเรื่องของแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจและการกระจายเงิน กระจายบุคลากร กระจายภารกิจ การปรับเปลี่ยนหน่วยงานอย่างมีแบบแผน ตรงนี้สำคัญมากเพราะว่าผมเองเป็นคนที่เสนอเมื่อปี ๒๕๔๒ ตอนที่มีการตราพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นคนที่เสนอให้มีการกำหนดอัตราส่วนการแบ่งรายได้ภาครัฐและท้องถิ่น ๘๐ : ๒๐ ๖๐ : ๔๐ ครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาหลายรัฐบาลก็ไม่ได้รับการปฏิบัติด้วยข้ออ้างต่าง ๆ นานาแม้ว่า มีกฎหมายกำหนด เรื่องนี้จะเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะว่าศักยภาพของท้องถิ่นนั้นไม่ใช่มีแต่งาน ไม่ใช่มีแต่คน แต่ว่าตัวเงินเป็นเรื่องสำคัญ และการกระจายภารกิจที่เราตั้งใจที่จะให้มีราชการ ส่วนกลางเล็กลง ส่วนภูมิภาคค่อย ๆ หมดไป ถ่ายโอนภารกิจทั้งหลายมาสู่ท้องถิ่นให้มากที่สุดและ รวมไปถึงฐานใหม่ของประเทศคือบทบาทของชุมชน ตรงนี้จะสำคัญมากถ้าหากว่าไม่มีกรอบ ขั้นตอนกำหนดไว้ หรือถ้าหากว่าได้มีแนวคิดนี้อยู่แล้วก็ขอความชัดเจนและทำให้เป็นรูปธรรม มากกว่านี้

ประการที่ ๕ ก็คือว่า การที่มีสมัชชาพลเมืองหรือสภาพลเมือง หรือสมัชชา คุณธรรมเป็นซอฟท์ เพาเวอร์คู่ขนานในการทำงานนั้นเป็นนวัตกรรมที่ดีมาก เป็นพาราดาม (Paradigm) ใหม่ สิ่งสำคัญก็คือการสร้างบทบาทหน้าที่ความสมดุลในระหว่างสภาที่มาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นกับในส่วนของซอฟต์ เพาเวอร์ เหล่านี้ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่จะยกและท่านคงจะเห็นก็คือนโยบายหรือยุทธศาสตร์ฟิวเจอร์ ซิตี (Future city) หรือว่าเมืองแห่งอนาคตของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่หนึ่งในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ ในการพัฒนาประเทศบนฐานของการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลาง กับท้องถิ่น ตัวอย่างคือนโยบายฟิวเจอร์ ซิตี เขามองเลยว่าสังคมสูงวัยที่เราพิจารณากันเมื่อวานนี้ จะเป็นปัญหาต่อประชากรในการใช้ชีวิต ดังนั้นเมืองท้องถิ่นที่ประสงค์จะเข้ามาร่วมในนโยบาย ดังกล่าวนั้น ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัดที่เราเรียกว่า พรีเฟคเจอร์ (Prefecture) ของญี่ปุ่นก็ดี เมื่อเข้ามาแล้วเขาวางแผนเลยว่าเมืองแห่งอนาคตข้างหน้าจะต้อง ทำอะไร คนออกจากบ้าน ผู้สูงอายุออกจากบ้านจะทำตัวฟุตบาท (Footpath) อย่างไร ระบบ ขนส่งมวลชนจะต้องมีโลว์ ฟลอร์ (Low floor) อย่างไรไปยังสวนสาธารณะ ไปยังศูนย์การค้า ทุกอย่างทาวน์ แพลนนิง (Town planning) ทุกอย่างจะวางพร้อมกัน ตรงนี้เป็นเรื่องการประสาน เชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นในการพัฒนาสู่อนาคต ผมหวังว่าการปฏิรูปครั้งนี้เราจะ เห็นเป็นตัวอย่างหนึ่งและเห็นบทบาทภารกิจใหม่ภายใต้แนวทางปฏิรูปที่ทางกรรมาธิการได้เสนอมา และเห็นด้วยที่ท่านได้นำเสนอมา ขอเพิ่มเติมแต่งและตอบคำถามดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ