สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๓ · ๗ เมษายน ๒๕๕๘

ไตรรัตน์ จารุทัศน์ เสนอแนวคิดในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคม รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทางและระบบขนส่งมวลชน เพื่อให้ทุกคนสามารถรองรับได้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการ

นายไตรรัตน์ จารุทัศน์ กรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปที่เคารพ ข้าพเจ้า นายไตรรัตน์ จารุทัศน์ คณะกรรมการปฏิรูประบบรองรับ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขอนําเสนอข้อเสนอปฏิรูปด้านสภาพแวดล้อมครับ หลังจากที่ฟัง ท่านอาจารย์วรเวศน์กับอาจารย์สมชัยพูดถึงการกินดีแล้ว ก็ต้องพูดถึงการอยู่ดีด้วยนะครับ การอยู่ดีของผู้สูงอายุในที่นี้สภาพแวดล้อมที่ว่านี้คงไม่ครอบคลุมเฉพาะเรื่องบ้านพักอาศัย เท่านั้น เราจะครอบคลุมทั้งเรื่องสิ่งอํานวยความสะดวก อย่างเช่น โรงพยาบาล ตลาดนัด การบริการสาธารณะ อย่างเช่นการบริการขนส่งเพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้นด้วย ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ทั้งในเมืองและชนบทนะครับ ข้อเท็จจริงพบว่าผู้สูงอายุไทยอยู่ตามลําพังประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็แนวโน้ม เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คุณตาคุณยายเหล่านี้จะอยู่ในชนบทกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่คิดจะย้าย ไปที่ไหน จากการสํารวจพบว่าแม้กระทั่งยามเจ็บป่วย คุณตาคุณยายเหล่านี้ยังอยากกลับไป แม้กระทั่งตายที่บ้านเสียด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงก็คือผู้สูงอายุไทยอยู่กัน ๒ คนตายาย อยู่ในชนบท บ้านที่ท่านอยู่เป็นอย่างไรบ้างนะครับ จากการสํารวจพบว่าบ้านที่คุณตาคุณยาย อยู่ ๓๐-๔๐ ปีมาแล้ว คุณตาคุณยายเหล่านี้เคยหกล้มในบ้าน ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เคยหกล้มนะครับ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าอัตราการเสียชีวิตจากการหกล้ม ของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ในปี ๒๕๕๑ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๖ แล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แสดงว่าอะไรครับ แสดงว่าบ้านที่คุณตาคุณยาย อยู่ปัจจุบันไม่มีความปลอดภัย จากข้อมูลพบว่าหลังจากที่คุณตาคุณยายหกล้มในบ้าน ค่าผ่าตัดกระดูกสะโพก ๘๐,๐๐๐- ๑๕๐,๐๐๐ บาท จะแพงกว่าค่าปรับปรุงห้องน้ํา ค่าติดตั้ง ราวจับคือในห้องน้ํา เพราะฉะนั้นการปรับสภาพแวดล้อมในบ้านมีความสําคัญ มีความคุ้มค่ากว่า นอกจากนี้แล้วพบว่าการประสบอุบัติเหตุนอกจากบริเวณห้องน้ําแล้วก็มีทางเดินรอบ ๆ บ้าน ด้วยนะครับ หลังจากที่คุณตาคุณยายหกล้มในบ้านอยากจะไปโรงพยาบาล สิ่งที่ค้นพบก็คือ ท่านออกจากบ้านนะครับ ท่านไปโรงพยาบาลได้อย่างไรบ้าง ก็เดินไปที่ป้ายรถเมล์ ฟุตบาททางเท้า ระบบขนส่งมวลชนปัจจุบันก็ไม่รองรับสําหรับสังคมผู้สูงอายุ จากการสํารวจ พบว่าอาคารภาคขนส่งได้คะแนนแค่ ๔๓ เปอร์เซ็นต์จาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ไม่รวมอาคารของราชการที่มีคะแนนการประเมินแค่ประมาณ ๒๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง นอกจากบ้านไม่ปลอดภัยแล้ว ชุมชนท่านก็ไม่น่าอยู่ด้วยครับ ทางคณะกรรมการปฏิรูป เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ก็เลยมีข้อเสนอ ๕ ข้อดังต่อไปนี้นะครับ

อันดับแรกคือการสร้างชุมชนให้น่าอยู่สําหรับสังคมสูงวัย

อันดับ ๒ คือส่งเสริมบ้านปลอดภัยสําหรับผู้สูงอายุ

อันดับ ๓ เป็นเรื่องสําคัญมากก็คือการกําหนดให้มีที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม โซเชียล เฮาส์ซิง (Social Housing) แล้วก็ส่งเสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจเพื่อรองรับสังคม ผู้สูงวัย และปรับแก้กฎหมาย

ข้อเสนอข้อแรก เราเรียกว่า การส่งเสริมชุมชนน่าอยู่สําหรับสังคมผู้สูงวัย ทางสหประชาชาติกําหนดไว้ว่าประเทศใดในโลกนี้ถ้าจะปรับปรุงชุมชนให้น่าอยู่สําหรับ ผู้สูงวัยต้องมีทั้งหมด ๘ เรื่องด้วยกัน ผมจะขอแบ่งเป็น ๒ กลุ่มนะครับ

กลุ่มแรก คือสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เราต้องปรับปรุงที่อยู่อาศัย และปรับปรุงพื้นที่ภายนอกและตัวอาคาร ไม่ว่าจะเป็นทางเท้า โรงพยาบาล สวนสาธารณะ แล้วก็ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าขนส่งในระบบเมืองหรือว่าขนส่งในชนบทด้วยนะครับ

ชุดที่ ๒ เป็นสภาพแวดล้อมทางสังคม แทบไม่น่าเชื่อเลยทางสหประชาชาติ ให้ความสําคัญกับสภาพแวดล้อมทางสังคมด้วยเพื่อให้ชุมชนน่าอยู่ ก็คือการส่งเสริม ให้ผู้สูงอายุเหล่านี้มีส่วนร่วมในสังคม เป็นที่ยอมรับในสังคม ที่สําคัญคือการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร ไม่ว่าท่านอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ คุณตาคุณยายก็สามารถเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารได้

ข้อเสนอที่ ๒ คือการส่งเสริมบ้านปลอดภัยสําหรับผู้สูงอายุ มีหลักการ ๓ ข้อ คือการปรับปรุงเรื่องกายภาพให้ปลอดภัย คุณตาคุณยายสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ในบ้าน เข้าถึงง่ายและสามารถสร้างแรงกระตุ้นได้ ให้ท่านอยากอยู่ในบ้าน ให้ท่านอยู่ในบ้าน อยู่ในที่เดิมให้นานที่สุด

สําหรับข้อเสนอข้อที่ ๓ ซึ่งเป็นข้อสําคัญของชุดนี้ คือการมีนโยบาย หลักประกันด้านที่อยู่อาศัยสําหรับประเทศที่เจริญแล้ว อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศมาเลเซียก็ตาม เขาจะมีนโยบายส่งเสริมที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม คือกําหนดให้มีสัดส่วนของที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการที่อยู่อาศัยต่าง ๆ อย่างเช่น โครงการบ้านจัดสรรหรือว่าพวกอาคารชุดทั้งหลาย ต้องมี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไว้ สําหรับคนกลุ่มนี้ คนกลุ่มนี้รองรับนอกจากผู้สูงอายุแล้ว ก็รองรับทั้งคนพิการด้วยนะครับ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเหล่านี้สูงวัยในที่เดิม ไม่ต้องถูกย้ายไปนอกสถานที่แล้วก็ไปนอกบ้าน

ข้อเสนอข้อที่ ๔ ถ้ามองการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นโอกาส มันก็เป็นโอกาสครับ เพราะว่ามันจะมีธุรกิจอุตสาหกรรมที่เติบโตพร้อมกับเรื่องสังคมสูงวัยสูงมาก โดยเฉพาะ ประเทศที่เจริญแล้ว ส่วนใหญ่ก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเรามีนโยบายส่งเสริม อุตสาหกรรมและธุรกิจเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยก็นับเป็นโอกาสที่ดี ของเราเองประเทศไทย ก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยก่อนประเทศเพื่อนบ้านในเออีซี (AEC) แต่ถ้าเราปรับตัวก่อนโอกาส ธุรกิจเหล่านี้ก็จะเป็นโอกาสที่ค่อนข้างดีมากนะครับ นอกจากนี้แล้วการปรับปรุงถนนหนทาง ระบบขนส่งมวลชนก็ถือว่าเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่า ลงทุนในเม็ดเงิน ที่เท่ากัน แต่เราได้อินคลูซิฟ โซไซตี เราได้ยูนิเวอร์ซอล ดีไซน์ ทุกคนสามารถรองรับได้ด้วยครับ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยนะครับ ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงบ้าน หรือว่าปรับปรุงสภาพแวดล้อม เราอาศัยมติ ครม. ให้กระทรวงมหาดไทยปรับแก้ กฎกระทรวง สิ่งอํานวยความสะดวกในอาคารสําหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ซึ่งเราประกาศมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ มาแล้วนะครับ แล้วก็มีประกาศกฎกระทรวงของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ปี ๒๕๕๕ มีมติ ครม. ให้บังคับใช้กฎกระทรวง ๒ กฎกระทรวง ดังกล่าว กับอาคารที่ก่อนหน้านี้ให้ปรับปรุงสิ่งอํานวยความสะดวกให้ครบแล้วเสร็จภายใน ๒ ปี ทั้งหมด ทั้ง ๕ มาตรการเหล่านี้จะทําให้ผู้สูงอายุอยู่ในชุมชนเดิม มีสภาพการอยู่อาศัย อยู่ดีและกินดีครับ ขอบพระคุณครับ