ลัดดา ดําริการเลิศ พูดถึงการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้อยู่ในภาวะแข็งแรงและพึ่งพาตนเองได้ยาวนาน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการสร้างระบบการดูแลระยะกลาง ระยะยาว และระยะท้าย เพื่อลดภาระทางการเงินและความพิการของประชาชน และเสนอแนวทางสร้างและจัดระบบดูแลสุขภาพชุมชน โดยมีมาตรฐานในการดูแลและกลไกตรวจสอบ รวมถึงการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพเพื่อรับมือกับความต้องการในอนาคต
ดิฉันจะขออนุญาตรายงาน ข้อเสนอทางด้านการปฏิรูปสังคมผู้สูงวัยด้านสุขภาพนะคะ โดยทั่วไปเราก็คงเข้าใจดีอยู่แล้ว ว่าพอเข้าสู่สังคมสูงวัยหรือเข้าสู่วัยผู้สูงอายุมากขึ้น สิ่งที่ตามมานี้เป็นไปตามธรรมชาติ คือสภาพการถดถอยของร่างกาย แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลจนกระทั่งถึงว่าเป็นภาระ มากจนเกินไปนะคะ ดิฉันขออนุญาตฉายภาพให้เห็นนะคะว่าสถานการณ์ด้านสุขภาพ ของผู้สูงอายุไทยเป็นอย่างไร ปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุประมาณ ๙.๗ ล้านคน จากคนวัยแรงงาน ก็คือวัยแรงงานช่วง ๔๕-๕๙ ปี ๑๔ ล้านคน ในกลุ่มผู้สูงวัย ๙.๗ ล้านคน ถึงแม้ว่าจะมีเรื่อง ของค่าใช้จ่ายในปัจจุบันในด้านสุขภาพประมาณ ๑.๔ แสนล้านบาทก็ตาม แต่เราก็สามารถ ที่จะมองเห็นว่าผู้สูงวัยใน ๓ กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นภาระต่อสังคมไปทั้งหมดนะคะ โดยส่วนใหญ่ ของผู้สูงวัยทั้งหมด ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนี้นะคะ เป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในกลุ่มที่พึ่งพาตนเอง ได้ช่วยเหลือสังคมได้แล้วก็มีศักยภาพที่จะให้แก่สังคมได้นะคะ โดยที่มีผู้สูงอายุกลุ่มที่พึ่งพิง บางส่วนเพียงแค่ ๑.๕ ล้านคน และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องพึ่งพาทั้งหมดประมาณ ๙๐,๐๐๐ คน ภาวะพึ่งพาทั้งหมดขึ้นอยู่กับอะไร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเสื่อมถอยของร่างกายอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตแล้วก็การทํานุบํารุงรักษาสุขภาพในช่วงก่อนที่เข้าสู่วัยสูงอายุ แล้วก็ในช่วงเข้าล่วงสู่วัยสูงอายุด้วยนะคะ ในช่วงสถานการณ์สุขภาพปัจจุบันถึงแม้ว่าในกลุ่ม ผู้สูงอายุที่พึ่งพาตนเองได้เสียเป็นส่วนใหญ่นะคะ ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐-๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็ยังมีปัญหาสุขภาพ ถึงแม้ว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ มีความแข็งแรงไปโน่นไปนี่ได้ ๙๕ เปอร์เซ็นต์มีปัญหาสุขภาพ ปัญหาสุขภาพได้แก่อะไรบ้าง ซึ่งก็เป็นโรคที่พบกันโดยทั่วไป ในคนไทยก็คือเรื่องของโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน แล้วก็ข้อเข่าเสื่อม แต่ก็จะสังเกตว่าจะมีผู้สูงอายุที่มีปัญหาติดเตียงเพียงแค่ร้อยละ ๑ เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ในกลุ่มผู้สูงอายุแม้ว่าจะมีโรคจํานวนมาก แต่ก็ยังสามารถที่จะดูแลตัวเองและดูแลผู้อื่นได้ ซึ่งกลุ่มนี้สามารถที่จะดํารงชีวิตและควบคุมปัญหาสุขภาพได้นะคะ โดยที่ไม่ตกเป็นภาระ ของผู้อื่นและตนเองนะคะ โดยที่ประเด็นท้าทายสําหรับในผู้สูงวัยกลุ่มใหญ่ก็คือเรื่องของการ มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อที่จะดํารงสถานะสุขภาพให้อยู่ในภาวะ ที่แข็งแรงแล้วก็พึ่งพาตนเองได้ยาวนานที่สุดจนกระทั่งถึงใกล้วาระสุดท้ายก็จากไป อย่างมีศักดิ์ศรีแล้วก็สงบสุขนะคะ เพราะฉะนั้นการเข้าถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคจึงมีความสําคัญมากในการที่จะ ดํารงรักษาเอาไว้ซึ่งสถานภาพของสุขภาพของผู้สูงวัยไว้นะคะ ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีปัญหา เรื่องการเข้าถึงอยู่ ปัญหาท้าทายอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเมื่อล่วงเข้าสู่วัยสูงอายุมากขึ้น เนื่องจากอายุยืนยาวขึ้น ภาวะถดถอยของสภาพสมองจะมีปัญหาเรื่องสมองเสื่อม ซึ่งภาษา ทางการแพทย์เรียกว่าเป็นไปตามสิ่งที่เรียกว่าเจอริแอทริก ซินโดรม (Geriatric syndrome) คือความเสื่อมถอยตามธรรมดาของวัยไปเรื่อย ๆ เมื่อเรามีอายุยืนสูงขึ้น ๆ เราก็จะพบปัญหา สภาพของสมองเสื่อมมากขึ้น เมื่อก่อนนี้คนไทยอายุไม่ยืนก็ ๖๐ ปีเศษ ๆ ภาวะสมองเสื่อม ยังไม่ทันมาก็จากไปแล้วแต่ปัจจุบันเราจะพบมากขึ้น
อันที่ ๒ ก็คือว่าในปัจจุบันระบบบริการสุขภาพไทย เราจะพบว่าเรามีระบบ การเจ็บป่วยเฉียบพลันแล้วก็เข้าโรงพยาบาล เมื่อรักษาหาย พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ทางโรงพยาบาลก็จะให้กลับไปสู่บ้านเพื่อฟื้นฟู ในขณะที่สภาพร่างกายก็ยังไม่พร้อม คือหายดี แต่ว่ายังไม่พร้อมเท่าไร ยังอ่อนแอ ยังอ่อนเพลียอยู่อะไรอย่างนี้ หรือต้องการการฟื้นฟูสภาพ เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้เรายังไม่มีระบบการดูแลที่เรียกว่า สเต็ป ดาวน์ แคร์ (Step down care) หรือ อินเตอร์มีเดียต แคร์ (Intermediate Care) ระยะกลาง เพื่อที่ระบบนี้เป็นระบบที่จําเป็นที่เรียกว่าลดการเข้านอนโรงพยาบาล โดยไม่จําเป็น อันที่ ๒ คือลดความพิการซ้ําซ้อนและการกลับเข้าสู่โรงพยาบาล เนื่องจาก ภาวะแทรกซ้อนเมื่อกลับไปดูแลต่อเนื่องที่บ้านไม่ได้ ซึ่งระบบนี้มีความสําคัญในแง่ ของการป้องกันภาวะพึ่งพิงระยะยาว นอกจากนี้ในสภาพปัจจุบันสังคมไทยจัดระบบบริการสุขภาพ ได้ลงไปจัดบริการที่พยายามที่จะลงไปสู่ที่บ้านและชุมชนมากขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาท้าทาย ปัจจุบันนี้ก็คือว่าในชุมชนเมืองเองที่ไม่ค่อยมีสภาพของความเป็นชุมชน ความสัมพันธ์กัน ฉันท์ญาติพี่น้องมีน้อยในส่วนที่เป็นสังคมชุมชน การจัดระบบบริการโดยการพึ่งพาอาศัย ครอบครัวและชุมชนเป็นฐานจึงมีข้อจํากัดมาก นอกจากนี้พอในเขตเมืองจะพบว่าบทบาท ความเอื้ออาทรกันลดน้อยลง แต่บทบาทที่เริ่มมีมากขึ้นคือการจัดบริการจากภาคส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นของภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชนทางศาสนาเป็นต้น ซึ่งการจัดบริการแบบนี้ ยังขาดการสร้างมาตรฐานหรือกลไกการกํากับมาตรฐานเพื่อให้การบริการดูแลผู้สูงอายุนั้น เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่พึงคาดหวัง นอกจากนี้แล้วเมื่อผู้สูงอายุเจ็บป่วยเข้าสู่ระยะ ช่วงปลายของชีวิต สิ่งที่เรายังขาดก็คือว่าระบบการดูแลระยะท้าย ซึ่งในการศึกษาพบว่า คนไทยจะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดในการดูแลสุขภาพอยู่ในช่วง ๖ เดือนสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเป็นการดูแลระยะท้ายที่เอาไปไว้ในโรงพยาบาลซึ่งเป็นการดูแลค่าใช้จ่ายที่แพง แล้วก็ไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงวัยและครอบครัว แต่เนื่องจากไม่มีทางเลือก ไม่มีระบบ ระบบการดูแลระยะท้ายจึงเป็นสิ่งที่ยังขาดหายไปในระบบบริการสุขภาพไทย ซึ่งดิฉันอยากจะดูตามผังอันนี้ว่าระบบการดูแล ระยะกลาง ระยะยาว หรือระยะท้าย เราจะมี ๒ พาร์ท (Part) ใหญ่ ๆ นี่ก็คือการดูแลนอกสถานบริการ ก็คือการดูแลในครอบครัว และชุมชนซึ่งเป็นฐานหลักของการดูแล มีตั้งแต่การดูแลพื้นฐานเป็นการดูแลทางสังคม ดูแลทางการพยาบาลเล็กน้อย รวมทั้งไปถึงการดูแลที่ซับซ้อน ซึ่งในสถานบริการเรา มีอย่างครบถ้วน แต่ว่านอกสถานบริการหรือที่บ้านและชุมชนการจัดบริการก็มีอยู่บ้าง ประปราย สิ่งที่ขาดไปก็คือว่าการจัดระบบบริการดูแลระยะกลาง การดูแลชั่วคราว แล้วก็การดูแลระยะสุดท้าย ซึ่งทําให้อย่างไร ทําให้เกิดการผลักดัน ทําให้เกิดการ ไม่มีทางเลือกของครัวเรือนจึงต้องส่งผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือว่าอยู่ในระยะสุดท้ายเข้าสู่ สถานบริการ ซึ่งถ้ามาดูเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการประมาณการสุขภาพของผู้สูงอายุใน ๑๒ ปีข้างหน้า ในขณะนี้เรามีผู้สูงอายุประมาณ ๙,๕๐๐,๐๐๐ คน ค่าใช้จ่ายในปี ๒๕๕๓ การฉายภาพ ก็จะพบว่าจะเพิ่มจาก ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในส่วนที่ กระทรวงการคลังแล้วก็กระทรวงสาธารณสุขได้ทําการฉายภาพประมาณการไว้ ว่าในปี ๒๕๕๗ ของจริงก็คือว่าเรามีค่าใช้จ่ายสวัสดิการด้านค่ารักษาพยาบาลประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่อไปในปีข้างหน้าที่เราเป็นสังคมสูงวัยสุดยอดนี่ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ ก็จะทะยานถึง ๑๘ ล้านล้านบาท ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ตัวแปรที่สําคัญก็คือการเข้าถึง การจัดบริการกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค แล้วเมื่อมีสุขภาพดีจากการป้องกันโรคที่ดี ค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็จะลดทอนลง การฉายภาพอันนี้เป็นไปตามสภาพปกติในปัจจุบัน ที่การเข้าถึงยังไม่มากนัก ซึ่งในเรื่องของการฉายภาพค่าใช้จ่ายก็พบว่ามันจะเพิ่มขึ้นจาก สัดส่วนของจีดีพี (GDP) จาก ๐.๖๔ ขึ้นเป็น ๑.๑ นะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็จะมีตัวเลขใหม่แล้ว ซึ่งตัวแปรทั้งหลายก็ขึ้นอยู่กับเรื่องของการเข้าถึง เรื่องของแนวทางการลดค่าใช้จ่าย แล้วก็การเปลี่ยนแปลงทางสถานะสุขภาพของประชาชน อย่างไรก็ตามเราจะพบว่า ในผู้สูงอายุนี่เรามีสูงอายุกลุ่มที่ดูแลตัวเองได้ ช่วยเหลือสังคมได้จํานวนมาก แล้วจากปรากฏการณ์นี้ก็คือมีพัฒนาการในการดูแลตนเองของครอบครัว ชุมชน ไม่ใช่ว่าไม่มี ใครดูแลกันเลย แล้วเราก็พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้ ถ้าได้รับการหนุนเสริม ในการสร้างเสริมสุขภาพกันภายในชุมชนที่เน้นในเรื่องของการสร้างนําซ่อม ไม่ใช่นําไปซ่อม สุขภาพอย่างเดียว โดยที่ปัจจุบันก็จะมีกลไกอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอยู่ แล้วก็เป็น กลไกที่จะช่วยเหลือดูแลในการที่จะสร้างเสริมสุขภาพสําหรับผู้สูงอายุที่ยังพึ่งพาตัวเองได้ หรือพึ่งพาตัวเองได้น้อยเพื่อให้คงสถานภาพ สุขภาพ การช่วยเหลือตัวเองได้นานที่สุด แล้วก็กลไกเหล่านี้ในครอบครัวชุมชนก็จะพบว่าบทบาทขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะมีความสําคัญมากในการร่วมกับชุมชน หรือเป็นแกนในจตุพลังอย่างที่ท่านประธาน ได้เรียนเอาไว้แล้วว่าเป็นแกนในการที่จัดสรรบริการต่าง ๆ ในชุมชนเพื่อที่จะดูแลกันเอง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อจํากัดในเรื่องของอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ในการรองรับให้ อปท. สามารถดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุได้ นอกจากนี้แล้วองค์ประกอบอื่น ๆ ในสถาบัน ในทางชุมชนก็จะมีทั้งสถาบันทางศาสนา องค์กรทางการศึกษาอื่น ๆ หน่วยงานอื่น ที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน เพราะฉะนั้นข้อเสนอด้านปฏิรูป การปฏิรูปด้านสุขภาพก็มีอยู่ ๓ ข้อหลัก ดิฉันขอเสนอ ทีละข้อนะคะ
ข้อแรก ในเรื่องของการส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็งอย่างมีส่วนร่วม โดยที่ข้อนี้ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่าอินคลูซีพ คอมมิวนิที (Inclusive community) นั่นก็คือว่า การที่ทําให้ทุกภาคส่วนในชุมชนมีความเข้มแข็งมารวมตัวกันไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ท้องที่ วัด โรงเรียน อาสาสมัครหรือครอบครัวผู้สูงอายุเอง มาทําให้เกิดการรวมตัว รวมกลุ่ม ของผู้สูงอายุในการสร้างเสริมสุขภาพกันเองในชุมชน เนื่องจากว่าปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ก็พยายามที่จะลงพื้นที่ ต่างคนต่างลง ผลตามมาก็คือเกิดความซ้ําซ้อนหรือขาดความต่อเนื่อง ทําให้พลังของการขับเคลื่อน ดูแลกันเองในชุมชนมันไม่มีพลังเท่าที่ควร จึงสมควรให้มีกลไก ในโครงสร้างในเชิงการบูรณาการในระดับพื้นที่ แล้วก็ทําให้มีกฎ กติกา ระเบียบต่าง ๆ ที่ทําให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีอํานาจหน้าที่ในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่
ข้อที่ ๒ การปฏิรูประบบบริการสุขภาพในทุกระดับให้มีคุณภาพและให้มี ความต่อเนื่องเพื่อที่จะทําให้ยกระดับเป้าหมายของการดูแลมาสู่คุณภาพชีวิตให้ได้ โดยที่แนวคิด หลักคิดก็คือการมุ่งใช้ชุมชนและท้องถิ่นเป็นฐาน โดยที่วิธีการก็คือ การสนับสนุน ส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาพก่อนที่จะมีการเจ็บป่วย เรียกได้ว่าสร้างนําซ่อมนะคะ
ระยะที่ถัดมาเมื่อมีการเจ็บป่วยจะต้องเข้าสู่หน่วยบริการสุขภาพ หลังจาก ออกมาแล้วจะต้องมีระบบบริการที่รองรับที่ทําให้มีการเตรียมการในการฟื้นฟูสภาพก่อนที่จะ กลับไปดูแลต่อที่บ้านเพื่อลดความพิการและลดภาวะพึ่งพิงที่จะเกิดขึ้นนะคะ รวมทั้ง เรื่องของการดูแลระยะยาวซึ่งขณะนี้ทางสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกับกระทรวง สาธารณสุขก็ร่วมกันขับเคลื่อนอยู่ ประเด็นปัญหาก็ยังมีปัญหาเรื่องของผู้ดูแลที่ยังขาดแคลน โดยเฉพาะสังคมเมืองนะคะ
เรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องการบริการสุขภาพแบบประคับประคองที่ยังขาดหายไป คือการดูแลระยะสุดท้ายหรือการดูแลแบบประคับประคองนะคะ
ข้อเสนอในข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องของข้อจํากัดที่เราพบว่าข้อจํากัดของบริการ ในเขตเมืองในการเข้าถึงยังมีปัญหาอยู่ ก็ขอเสนอเรื่องของการสร้างและจัดระบบดูแลสุขภาพ ชุมชนในเขตเมืองทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนะคะ โดยการที่หน่วยบริการภาคส่วนอื่น ๆ ที่เป็นภาคเอกชนควรจะมีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการดูแล รวมทั้งกระบวนการ ตรวจสอบนะคะ กําหนดให้มีมาตรฐานและมีกลไกที่มีกฎหมายรองรับในการกํากับมาตรฐาน ในมาตรฐานนี้นอกจากมาตรฐานของหน่วยจัดบริการแล้วก็ยังต้องมีมาตรฐานของผู้ดูแล หรือเรียกว่าผู้บริบาลที่จัดส่งไปดูแลตามบ้านแล้วก็กลไกในการตรวจสอบคุณภาพนะคะ
สุดท้ายก็คือว่าการดูแลผู้สูงอายุที่มีความซับซ้อนทางสุขภาพมากขึ้น จําเป็นต้องมีกําลังคนที่เป็นวิชาชีพซึ่งขณะนี้มีจํากัดมาก มีน้อยมากนะคะ ไม่สามารถที่จะ รับมือกับสังคมสูงวัยในอนาคตได้ ดังนั้นจึงควรที่จะมีการเร่งรัดพัฒนากําลังคนด้านสุขภาพ ให้เพียงพอกับความต้องการที่เกิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคตค่ะ ขอบคุณค่ะ