เตือนใจ สินธุวณิก เสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ได้แก่ การขยายอายุเกษียณราชการ โดยเสนอ "เออร์ลี รีไทร์" การจัดตั้งคลังสมองแห่งประเทศไทย เพื่อรวบรวมบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์ นอกจากนี้ยังเสนอระบบการออมและการประกันชีวิต โดยให้ส่วนลดภาษีเงินได้เพื่อส่งเสริมการออมและการประกันชีวิต
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันก็ขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจแด่คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอาย ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทุก ๆ ท่านเลยนะคะ รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบรองรับการเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุของประเทศไทย ทุกท่านด้วยค่ะ ที่ได้กรุณาคิดอย่างรอบด้านจริง ๆ ในการที่จะทําให้เราเปลี่ยนผ่านในยุค ของการปฏิรูปนี้ไปสู่การเป็นสังคมของผู้สูงอายุ ในฐานะที่ดิฉันเป็นข้าราชการบํานาญคนหนึ่ง อยากจะขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของข้าราชการบํานาญดังนี้ว่า ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง เกี่ยวกับเรื่องของการที่เราจะมีการคิดที่จะวางแผนอย่างเป็นระบบด้วยการขยายอายุเกษียณ ราชการ ซึ่งปัจจุบันเราทราบกันดีว่าในฝ่ายของทางศาลสถิตยุติธรรมนั้นหรือว่าบางสาขา อาชีพที่หายาก ก็มีการยืดอายุราชการมากกว่า ๖๐ ปีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าขณะนี้ เรื่องของสุขภาพอนามัยของข้าราชการก็มีอายุ หมายถึงว่าสุขภาพแข็งแรง อายุ ๖๐ ปีแล้ว ก็ยังมีกําลัง สมอง สติปัญญาอะไรต่าง ๆ สุขภาพแข็งแรงก็น่าจะมีการขยายอายุเกษียณ ราชการออกไป แต่ทราบว่าเป็นเรื่องที่จะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ดังนั้นก็จะต้องมี ขั้นตอนในการดําเนินการ ดิฉันอยากจะขอเสนอดังนี้ว่า จากประสบการณ์ที่เคยเป็น ข้าราชการนั้นจะรู้ว่าอยากจะขอเสนอให้รัฐบาล รวมทั้งรัฐวิสาหกิจนั้นได้มีโครงการให้มี เออร์ลี รีไทร์ (Early retire) หรือว่าการเกษียณอายุก่อนเวลา อันนี้ก็เหมาะสําหรับ ข้าราชการหลายๆ ท่านที่อาจจะสุขภาพไม่ดี เป็นไปได้นะคะ ยังไม่ ๖๐ ปี อายุหรือว่า ทางด้านสุขภาพมีปัญหาแล้ว ดังนั้นทุก ๆ ปีในระหว่างที่เตรียมการให้เป็นขยายอายุราชการนั้น ก็ขอให้มีโครงการเกษียณอายุราชการต่อเนื่องไปทุกปี ทั้งนี้เพื่อให้คนที่มีความจําเป็นแล้วก็มี สุขภาพไม่ดีนั้นจะได้ลาออกไป เราก็จะได้เตรียมการในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ ได้
อีกอันหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอกราบเรียนเสนอ ก็คือเรื่องของการที่อยากให้มี การตั้งคลังสมองประเทศไทยอย่างเป็นทางการค่ะ อันนี้ก็จากประสบการณ์ที่มีคลังสมอง วปอ. ดิฉันทราบดีว่าในสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ รวมดิฉันเองนั้นก็จัดอยู่ในผู้สูงอายุ ดังนั้น เราทุกคนก็ยังมีกําลังแรงกายที่จะลงพื้นที่ต่าง ๆ ทํางานแข่งขันกันได้อย่างมากทีเดียว ดังนั้นอยากจะขอเสนอให้ทางคณะกรรมการท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามได้คิดถึงเรื่องการจัดตั้งคลังสมองแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ คนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกนั้นขออย่าจํากัดเฉพาะข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ แต่ภาคเอกชนที่เก่ง ๆ มีประสบการณ์ดี ๆ เชิญท่านเข้ามาเลย ซึ่งทุกคนสมัครเป็นสมาชิกได้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องมีการตรวจร่างกายอย่างจริงจัง ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพสมอง ความแข็งแรง ของร่างกาย มีการคัดเลือกหรือว่าแยกประเภทให้เป็นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง การค้าอะไรต่าง ๆ แล้วให้มาเป็นคลังสมองของประเทศ อยากขอเสนอว่าอาจจะใช้บุคลากร และสถานที่ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมารองรับคลังสมองประเทศไทย ที่จะทํากันอย่างจริงจัง อันนี้ดิฉันคิดว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง
ประการถัดไป ขออนุญาตสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของการร่างพระราชบัญญัติ บํานาญพื้นฐาน ซึ่งคิดว่าการแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องนี้ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ลดความเหลื่อมล้ําได้เป็นอย่างดี แล้วการแก้ไข พ.ร.บ. กองทุนสํารองเลี้ยงชีพสําหรับลูกจ้าง ในปัจจุบันนั้นดิฉันเห็นด้วยว่าต้องทําเป็นภาคบังคับ ทั้งนี้คนที่มีกําลังที่จะทํางานนั้นดิฉัน เชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนเข้าใจในหลักของการที่เราจะออมวันนี้โดยมีรัฐบาลหรือว่านายจ้างร่วมลงด้วย อย่างที่ข้าราชการเป็นอยู่นั้นก็จะเกิดความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ําได้เป็นอย่างดี
อีกอย่างหนึ่งขอเสนอเป็นประการสุดท้าย คืออยากขอให้รัฐบาลนั้น ได้ส่งเสริมระบบการออมและการประกันชีวิต ที่เรียกว่าประกันชีวิตและออมเงินด้วยอย่างจริงจัง ด้วยการที่ให้มีส่วนลดของการที่จะหักภาษีเงินได้ให้มากขึ้น ดิฉันคิดว่าอันนี้จะเป็นจุดชนวน ให้ทุกคนรู้สึกว่าอยากจะทําประกันชีวิตที่เป็นการออมด้วย อันนี้ก็จะเป็นการผ่อนแรง ของทางรัฐบาลเอง และตัวของผู้ประกันชีวิตที่เป็นการออมทรัพย์ด้วย อันนี้ดิฉันคิดว่าจะเป็น ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเราเป็นอย่างยิ่งทีเดียวค่ะ ขอขอบพระคุณท่านประธาน และคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ ขอบพระคุณค่ะ