สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๑ · ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล พูดถึงการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงสร้างการบริหารในรัฐวิสาหกิจที่ประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยเฉพาะซีอีโอ (CEO) ที่เป็นตัวหลักในการบริหารรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ และการปรับปรุงโครงสร้างการตรวจสอบภายในของรัฐวิสาหกิจให้มีความเป็นอิสระ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงระเบียบและข้อบังคับของรัฐวิสาหกิจให้คล่องตัวและไม่เหมือนกับระเบียบของรัฐ เพื่อให้รัฐวิสาหกิจมีความเป็นอิสระและสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล สปช. ก่อนอื่นผมก็ดีใจที่ทางกรรมาธิการได้มีการศึกษาในแนวทางที่จะปฏิรูป รัฐวิสาหกิจ ผมเองก็มีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางของทางกรรมาธิการ แต่ว่าก็อาจจะ มีบางส่วนที่อาจจะเสริมเพิ่มเติมนะครับ ผมเชื่อว่าในการที่จะบริหารรัฐวิสาหกิจ ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากเรามีการแบ่งส่วนต่าง ๆ อย่างที่ทางกรรมาธิการพูดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โพลิซี เมกเกอร์ เรกกูเลเตอร์ โอนเนอร์ และโอเพอเรเตอร์ (Operator) แล้วตัวโครงสร้างการบริหารในรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ ก็มีความสําคัญมาก ซึ่งประกอบด้วยเป็น ๓ ส่วนหลัก ๆ ก็คือคณะกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร และตัวคีย์ (Key) หลักก็คือ ซีอีโอ (CEO) ขององค์กรนั้น แล้วก็ตัวพนักงาน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทําให้รัฐวิสาหกิจนั้น ๆ มีประสิทธิภาพในการบริหาร ๓ ปัจจัยหลักก็เป็นปัจจัยที่สําคัญ นอกเหนือจากนั้นก็จะมีพวก ระบบงานต่าง ๆ ที่จะเสริมเข้ามาที่จะทําให้มีประสิทธิภาพสูง แล้วก็สามารถที่จะแข่งขัน กับเอกชนได้นะครับ ผมอยากจะพูดถึงประเด็นแรกก่อนนะครับในเรื่องของคณะกรรมการ ของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถ้าเราสามารถทําอย่างที่กรรมาธิการว่าแล้วนี้เรามีองค์กรเจ้าของจริง ๆ ที่ทําหน้าที่เป็นผู้ถือหุ้นเขาก็สามารถที่จะแต่งตั้งตัวกรรมการเข้ามา และกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมา ถ้าเราสามารถได้มืออาชีพ คนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ แล้วก็น่าจะทําให้รัฐวิสาหกิจนั้นเจริญเติบโตก้าวหน้าได้มากกว่าการที่เราจะปล่อยให้เป็น แบบทุกวันนี้ที่การเมืองสามารถที่จะเข้ามาแทรกแซง ส่งใครมาก็ได้ตามที่เขาสามารถสั่งได้ ซึ่งไม่ค่อยตรงกับความต้องการของรัฐวิสาหกิจ แล้วการที่จะมาสร้างรัฐวิสาหกิจ ให้เจริญก้าวหน้านั้นก็เป็นเรื่องที่ยากครับ

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการแต่งตั้ง ก็อยากจะเรียนว่าที่จริงแล้วถ้าเราสามารถ เอากรรมการที่มาจากไดเรกเตอร์ พูล (Director Pool) ให้มาก ปัจจุบันนี้เขาพูดถึงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็คิดว่ากรรมการจากไดเรกเตอร์ พูล ส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูงนะครับ ถ้าเราสามารถเพิ่มสัดส่วนจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดียิ่งนะครับ

อีกอันหนึ่งที่เป็นเรื่องที่มีความสําคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องของกรรมการ ผู้จัดการใหญ่หรือบางทีเราก็เรียกว่า ผู้ว่าฯ หรือกรรมการอํานวยการใหญ่ต่าง ๆ นี้นะครับ การสรรหาที่เราเรียกว่า ซีอีโอ บุคคลเหล่านี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก ถ้าเราอยากให้องค์กรนั้น มีความเจริญก้าวหน้าเราต้องหาคนเก่ง ๆ เข้ามา นอกจากเก่งแล้วต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม กํากับกิจการอย่างมีธรรมาภิบาลนะครับ ที่ผ่านมาเราจะได้ยินอยู่เรื่อยเลยครับ รัฐวิสาหกิจ เวลาประกาศสรรหาทีไร ก็จะมาบอกบอกว่ามีการล็อกไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น กระบวนการสรรหานี้มันเหมือนพิธีกรรมเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีคณะกรรมการที่ดี มีการกํากับดีที่ดีพอ สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นแล้วเราก็จะได้คนดีเข้ามาบริหารกิจการ ซึ่งมีความสําคัญค่อนข้างเยอะนะครับ

อีกอันหนึ่งที่มีการพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ก็มีกรรมาธิการท่านหนึ่งได้พูดไปแล้วนะครับ ที่ว่าในเรื่องของการทํางานให้มีประสิทธิภาพ เรามีเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสําคัญก็คือเรื่องของ การกํากับกิจการที่ดีที่เราเรียกว่า กูด กัฟเวอร์แนนซ์ (Good Governance) หรือคอร์เพอเรท กัฟเวอร์นแนนซ์ ความจริงแล้วผมเองก็มีโอกาสเข้าไปดูรัฐวิสาหกิจ ส่วนหนึ่งที่ผมเห็นก็คือรัฐวิสาหกิจเหล่านี้เขาก็มีหลักการกํากับกิจการที่ดีเหมือนกัน แต่ว่า การโปรโมท (Promote) ในการเอามาใช้นี้ยังน้อยมาก ยังน้อยเกินไป พนักงานรัฐวิสาหกิจ บางครั้งยังไม่รู้เลยครับ การกํากับกิจการที่ดีเป็นอย่างไร ผู้บริหารบางคนก็ยังไม่ทราบด้วยว่า เขาทํากันอย่างไรนะครับ เพราะสิ่งเหล่านี้คงจะต้องโปรโมทให้มากยิ่งขึ้นถึงเราจะทําให้ การจัดการในรัฐวิสาหกิจนั้น โดยเฉพาะในเรื่องของธรรมาภิบาล ในเรื่องของ ความซื่อสัตย์สุจริตนี้นะครับมีมากยิ่งขึ้นนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสําคัญก็คือเรื่องของโครงสร้างในการกํากับกิจการที่ดี หลายรัฐวิสาหกิจมากเลยครับที่เราจะพบว่าสํานักงานตรวจสอบภายในไปขึ้นกับผู้ว่าฯ หรือขึ้นกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่ขึ้นโดยตรงกับคณะกรรมการบริษัทนะครับ ตรงนี้ ก็จะไม่เกิดการคานอํานาจกัน เพราะว่าผู้ตรวจสอบภายในจะไปตรวจสอบการทํางาน ของกรรมการผู้จัดการ ก็มีความกังวลใจเพราะเนื่องจากว่าเขามีโอกาสให้คุณให้โทษ ตัวนี้ก็เป็นตัวที่จะต้องรีบแก้อย่างจริงจังนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งถ้าเราบอกว่าเราจะทําให้รัฐวิสาหกิจมีความสามารถในการ แข่งขันกับเอกชนได้นี้ ระเบียบ ข้อบังคับ ต่าง ๆ ต้องคล่องตัวกว่านี้ครับ วันนี้เรายังมีปัญหา ในเรื่องระเบียบของรัฐวิสาหกิจที่คล้ายคลึงกับราชการค่อนข้างมากนะครับ ถ้าเรามีระเบียบ ลักษณะนี้ ไม่มีทางล่ะครับที่คุณไพบูลย์พูดถึงเรื่องของการจะไปแข่งขันคงจะทําได้ยากมาก นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คงจะต้องแก้ รวมไปถึงเรื่องของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ต่าง ๆ ด้วยนะครับ ซึ่งเราต้องการให้มีความรัดกุม ขณะเดียวกันก็ต้องการความสะดวก และรวดเร็วด้วย

และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่ามันมีความสําคัญก็คงจะเป็นเรื่องของตัวพนักงาน ของรัฐวิสาหกิจเอง วันนี้รัฐวิสาหกิจผมยังมีความรู้สึกว่าพนักงานยังชิล ๆ อยู่เยอะ ก็คือว่า ตัวเองมีเคพีไอ ทําได้ไม่ได้ก็ไม่ค่อยเป็นอะไรเท่าไรนะครับ ถ้าเราอยากจะให้แข่งขัน ตัวพนักงานเองจะต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นมืออาชีพมากกว่านี้ นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นไปแล้วก็ทําได้นะครับ

ประการสุดท้ายผมคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญ ถ้าเราอยากให้องค์กรมีผู้บริหารที่ดี แล้วก็มีความสามารถ มีกรรมการที่ดี แล้วก็สามารถเอาคนเก่ง ๆ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการ ขององค์กร เราต้องมองถึงเรื่องค่าตอบแทนที่ดีด้วยเหมือนกันนะครับ ปัจจุบันนี้ผมเชื่อว่า ค่าตอบแทนของกรรมการของรัฐวิสาหกิจค่อนข้างจะต่ํามาก แต่ความเสี่ยงของกรรมการนี้ มีเยอะ โดยเฉพาะอาจจะถูกฟ้องทั้งแพ่งและทั้งอาญาได้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยาก จะได้คนเก่ง ๆ จากภายนอกเข้ามาบริหารกิจการนี้เราก็ต้องดูแลสิ่งเหล่านี้ด้วย อันนี้ รวมไปถึงซีอีโอ ด้วยผลตอบแทนต่าง ๆ ถ้าเขาสามารถทําประโยชน์ให้รัฐวิสาหกิจ แล้วรัฐวิสาหกิจเจริญก้าวหน้าได้ เราก็ต้องให้ผลตอบแทนที่ดีพอสมควรนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่จะฝากไว้ก็คงว่าเรามองแต่รัฐวิสาหกิจตัวแม่ แต่มันมี ตัวลูกก็คือบริษัทย่อย แล้วก็บริษัทหลานอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ ผมเชื่อว่ารัฐวิสาหกิจอย่าง เซ็คเตอร์พลังงานนี้ชัดเจนที่สุดนะครับ บริษัทลูกบริษัทหลานนี้ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ถ้าเรา ไม่สามารถเข้าไปดูแลในการกํากับโดยเฉพาะคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารได้ เช่นเดียวกับตัวแม่แล้ว เราก็จะเจอปัญหาว่าตัวลูกทําความเสียหาย แล้วตัวแม่ต้องรับกรรม ไปด้วยนะครับ ก็ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ