สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๑ · ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

วุฒิสาร ตันไชย เสนอการจัดตั้งสถาบันวิเคราะห์งบประมาณรัฐสภาเพื่อเสริมพลังให้กับภาคนิติบัญญัติในการวิเคราะห์งบประมาณ โดยมีเงื่อนไขความสำเร็จที่สำคัญ คือการสร้างความยอมรับและความเชื่อถือจากประชาชนและการเมือง การมีความเป็นกลางทางการเมือง และการมีหลักประกันความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๙๒ ครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในการจัดตั้งสถาบัน วิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภา ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับ ผมคิดว่าเป็นความจําเป็น ที่ระบบนิติบัญญัติในการพิจารณางบประมาณซึ่งถูกเสนอโดยตลอดมาจากฝ่ายบริหารนั้น จําเป็นต้องมีเครื่องมือที่สําคัญ แล้วก็มีองค์กรที่มีความสามารถในทางวิชาการ และเป็นมืออาชีพในการที่จะดําเนินการเสริมพลังให้กับภาคนิติบัญญัติในการวิเคราะห์ งบประมาณ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าสถาบันพระปกเกล้าได้ร่วมศึกษากับทีดีอาร์ไอ และสถาบันธนาคารโลกมาเป็นเวลาเกือบ ๓ ปี ในข้อสรุปอันนี้นะครับ ประเด็นที่ผม ขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่าประเด็นของการตั้งหน่วยงานนี้ซึ่งผมขออนุญาตเรียกย่อ ๆ ว่า พีบีโอนั้น อาจจะมีความแตกต่างจากหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณในเชิงธุรการของ คณะกรรมาธิการการงบประมาณของรัฐสภา หน่วยงานของพีบีโอจะทําหน้าที่วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ เชิงมหภาค แล้วก็เชิงการวิเคราะห์ ล่วงหน้าในกระบวนการในระบบการเงิน ระบบเศรษฐกิจการคลัง รวมถึงการประมาณการรายรับ รายจ่ายของรัฐบาล รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบทางการคลังและอาจหมายรวมถึง การวิเคราะห์นโยบายที่สําคัญของรัฐบาลอันจะก่อให้เกิดปัญหาในเชิงความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจ ของประเทศได้ ดังนั้นหน่วยงานพีบีโอจึงอาจจะจําเป็นต้องมีความเป็นอิสระและจําเป็น ที่จะต้องเป็นหน่วยงานที่เป็นมืออาชีพ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในการทํางานที่เราทํางาน วิจัยกับสถาบันพระปกเกล้ากับทีดีอาร์ไอมา ๒ ปีกว่านั้นนี่นะครับ ในคณะกรรมการบริหาร โครงการนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น สํานักงบประมาณ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง รวมทั้งคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคหลายท่านที่ร่วมเป็นกรรมการอยู่ ในคณะกรรมการบริหาร ที่สถาบันพระปกเกล้าได้ตั้งขึ้นนั้น มีท่านรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นประธาน สืบเนื่องจากเดิมเราได้แต่งตั้งท่านประธานวุฒิสภามาก่อน การดําเนินงานของพีบีโอ ที่เราศึกษานั้นเป็นข้อเสนอที่นําเรียนให้กับท่านกรรมาธิการของสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเงื่อนไขสําคัญที่จําเป็นของไทยพีบีโอนั้นคือ

ประการแรก คือการเป็นหน่วยงานที่ต้องได้รับการยอมรับและเชื่อถือจาก ทางการเมืองและประชาชน นั่นหมายความว่าหน่วยงานนี้จะไม่ได้รับใช้อยู่เฉพาะ ฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น แต่ในกฎหมายได้เขียนไว้ให้ว่า หน่วยงานนี้ต้องมีการรายงาน ต่อสาธารณชน เพราะฉะนั้นหน่วยงานนี้ก็จะทําหน้าที่เป็นทั้งกระจกที่จะสะท้อนให้เห็น นโยบายและแนวทางของระบบงบประมาณที่วางไว้ ซึ่งจะมีผลระยะยาวและอาจจําเป็น ต้องมีการเตือนภัยล่วงหน้า หน่วยงานนี้อาจจะทําหน้าที่มากกว่ากระจกสะท้อน คือทําหน้าที่ เป็นตะเกียงที่จะส่องทางว่าถ้าเป็นความเสี่ยงของรัฐบาล เป็นความเสี่ยงของประเทศ ควรทําอย่างไร และในทํานองเดียวกัน หน่วยงานนี้อาจจะทําหน้าที่อีกเรื่องหนึ่งเลย คือเป็นพลุที่จะจุดให้เห็นว่าหากดําเนินการอย่างนี้แล้วระบบเศรษฐกิจและประเทศจะมี ความเสียหายอย่างไร เพราะฉะนั้นเงื่อนไขความสําเร็จอันนี้ การสร้างความยอมรับ และการรับความเชื่อถือของประชาชนและการเมืองนั้นเป็นเงื่อนไขสําคัญของหน่วยงาน ซึ่งผมกราบเรียนว่าขึ้นอยู่กับบทบาทความสามารถในการแสดงออกทางวิชาการ และการมีความมั่นคงในทางวิชาการอย่างเต็มที่ รวมถึงการสร้างหลักประกันความมีอิสระ ของหน่วยงานเอง

ประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขความสําเร็จ คือหน่วยงานนี้จําเป็นต้องมี ความเป็นกลางทางการเมือง ด้วยเหตุผลนี้จึงมีคณะกรรมการสถาบันซึ่งมีประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา และผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ๓ ท่าน แต่ก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ อีก ๖ ท่านซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง นั่นหมายความว่าการเมืองก็ไม่สามารถ ที่จะครอบงําสถาบันนี้ได้โดยเด็ดขาด ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิที่จะทําหน้าที่แทน

ประการที่ ๓ คือหลักประกันความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร เงื่อนไขนี้ คือการเสนอการตั้งกองทุนครับ กองทุน ๒,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจะสมทบไปเรื่อยๆ ถ้าคิดหลักการจริง ๆ ด้วยอัตราดอกเบี้ยขนาดนี้ ก็คือปีหนึ่งก็ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท นั่นก็หมายความว่าหลักประกันนี้จะทําให้เกิดความพอเพียงต่อการดําเนินงานได้โดยมีอิสระ กับของหน่วยงานของไทยพีบีโอเอง

ผมขออนุญาตกราบเรียนเป็นประการสุดท้ายว่า เงื่อนไขความสําเร็จ ของโครงการนี้ถ้าจะตั้งได้คือการหาคนที่เป็นมืออาชีพมาเป็นผู้อํานวยการสถาบันแห่งนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่ากระบวนการคัดสรรและการคัดเลือกจําเป็นที่จะต้องมีหลักประกัน ในการที่จะคํานึงถึงความเป็นอิสระเหล่านี้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าอยากอภิปราย สนับสนุนการจัดตั้ง เพราะเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการที่จะเป็นเครื่องมือใหม่สําหรับ การปฏิรูประบบนิติบัญญัติที่จะทําหน้าที่ในการกลั่นกรองระบบงบประมาณของแผ่นดินได้ ในระยะยาวและสามารถที่จะลดความเสี่ยงของประเทศครับ กราบขอบพระคุณครับ