สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๑ · ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

อรพินท์ สพโชคชัย หารือเรื่องการตั้งกลไกในการวิเคราะห์งบประมาณของรัฐสภา และเสนอข้อเสนอแนะหลายประการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินผลของนโยบายและโครงการต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสรรงบประมาณในอนาคต นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความสําเร็จขององค์กรเกษตรหมู่บ้านและเสนอแนะว่าองค์กรประเภทนี้ควรได้รับเวลาในการวิเคราะห์และพัฒนาที่เหมาะสม

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน อรพินท์ สพโชคชัย สมาชิก สปช. ๒๓๖ นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งกลไกในการที่จะวิเคราะห์งบประมาณ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ดิฉันคิดว่ามีการพูดคุยกันมานานว่าจริง ๆ แล้วในกลไกของรัฐสภานั้นที่จะทําหน้าที่ถ่วงดุล แล้วก็ทํางานในเชิงที่เป็นเชิงคุณภาพนั้นจําเป็นต้องมีการสนับสนุน การวิเคราะห์ ในเชิงวิชาการมากกว่านี้ มากกว่าที่เป็นอยู่ในอดีตที่ผ่านมา การจัดตั้งหน่วยงานที่จะวิเคราะห์ งบประมาณหรือว่าการที่จะมาวิเคราะห์นโยบายของรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าในการ ดําเนินการจัดตั้งนั้น ดิฉันคิดว่ามันไม่ใช่การจัดตั้งที่ง่ายเหมือนกับที่เราคิด ไม่อย่างนั้น คงจะตั้งเสร็จมาหลายปีแล้ว เพราะว่าเรื่องนี้เท่าที่จําได้นั้นได้มีการพูดกันมามากกว่า ๑๐ ปี ที่จะตั้งกลไกระดับนี้ เพราะฉะนั้นในการที่จะเดินหน้าในการจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่าไทยพีบีโอ หรือว่า ไทยแลนด์ พาร์เลียเมินทารี บัดเจททารี ออฟฟิศ (Thailand Parliamentary Budgetary Office) นี่นะคะ ดิฉันคิดว่าจะต้องมีการพิจารณาและมีการจัดทํายุทธศาสตร์ ในการจัดตั้งองค์กรที่ชัดเจน ดิฉันมีข้อเสนอแนะ ๔ ประเด็นที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการ ให้นําไปพิจารณานะคะ

ดิฉันจะขออนุญาตเสนอแนะในเรื่องเกี่ยวกับบทบาทภาระขององค์กร ไทยพีบีโอนะคะ องค์กรนี้นอกจากที่ทางกรรมาธิการได้เสนอให้มีการวิเคราะห์ในเรื่อง เกี่ยวกับการเงินและการคลัง เพื่อจะจัดสรรงบประมาณนั้น ดิฉันคิดว่าส่วนที่มีความสําคัญ แล้วก็ยังขาดอยู่มากในระบบของประเทศไทย ก็คือการประเมินผลที่เรียกว่าโพลีซี อะแนลลิซิล (Policy analysis) หรือโพลีซี อิแวลลูเอชัน (Policy evaluation) อันนี้เป็นสิ่งที่ ไม่เคยมีการทําอย่างเป็นเรื่องเป็นราวและจริงจัง เราไม่เคยทราบเลยว่าหลังจากที่เราได้ ดําเนินนโยบายเรื่องนมโรงเรียนมาเป็นเวลาหลายสิบปีนั้นมันมีผลอย่างไร ที่ประเทศอื่น เขาดําเนินการและเขาวิเคราะห์ เขาประเมินผลออกมา ทราบว่าทําให้เพิ่มส่วนสูง ของเยาวชน แต่ประเทศไทยเรามีผลพิสูจน์หรือไม่ ไม่มีการวิเคราะห์อย่างชัดเจน แล้วก็เดินหน้า และที่เราทําอยู่ปัจจุบันก็คือเดินหน้าจัดสรรงบประมาณให้เป็นประจําทุกปี ในประเทศอื่นนั้นการดําเนินนโยบายนมโรงเรียนที่เราเอาตัวอย่างเขามาใช้นี่มันเพิ่มไอคิว (IQ) สําหรับนักเรียนของเราเพิ่มไอคิวจริงหรือไม่ ไม่ทราบนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า งานส่วนนี้น่าจะเป็นงานส่วนหนึ่งของสํานักงานนี้ด้วย เพื่อที่จะมาประกอบการจัดสรร งบประมาณนะคะ นอกเหนือจากการวิเคราะห์ว่ามีผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือเกี่ยวกับ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร นอกจากการวิเคราะห์ผลกระทบ ทางเศรษฐศาสตร์แล้ว ในเปเปอร์ไม่ได้เขียนชัดเจนนักนะคะ จริง ๆ แล้วในการวิเคราะห์ การจัดสรรการเงินการคลังนั้นจะต้องคํานึงถึงปัจจัยอื่นด้วย อย่างเช่น ผลกระทบในเชิงสังคม ผลกระทบในเชิงการเมืองต่าง ๆ นั้น ดิฉันคิดว่าจะต้องเป็นปัจจัยที่องค์กรนี้จะต้อง มีการวิเคราะห์ แล้วก็มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝาก บทบาทอีกบทบาทหนึ่งก็คือเรื่องบทบาทในการประเมินโครงการหรือประเมินโปรแกรม (Program) หรือนโยบายต่าง ๆ ที่ดําเนินมาแล้วนะคะ อันนี้จะเป็นข้อมูลสําคัญประกอบ ในการจัดสรรงบประมาณต่อไปในอนาคตนะคะ

ประการที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะเสนอก็คือว่าในเรื่องของการจัดตั้งองค์กรนี้ อย่างที่ได้เรียนไว้คือไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าความสําเร็จขององค์กรนี้ไม่ใช่อยู่ที่กองทุน ความสําเร็จขององค์กรนี้อยู่ที่การสรรหาบุคลากรที่มาทํางานในองค์กรนี้ได้ ดิฉันก็เป็นห่วง ที่บอกว่าหลังจาก ๕ ปีแล้วมีการประเมินผล ถ้าดําเนินการไปแล้วไม่ประสบความสําเร็จ ก็ยุบทิ้งไป ดิฉันคิดว่าองค์กรประเภทนี้ยากที่จะเห็นความสําเร็จในช่วงต้น เพราะว่า การทํางานในช่วงต้นนั้นอาจจะมีปัญหาค่อนข้างมาก ดิฉันเห็นจากประสบการณ์ของสถาบัน ที่ดิฉันเคยอยู่มาคือทีดีอาร์ไอนั้น ในช่วง ๔-๕ ปีแรกนั้นมีปัญหาค่อนข้างมาก เพิ่งมาตั้งฐานได้ หลังจาก ๑๐ ปีไปแล้ว ดิฉันคิดว่าองค์กรระดับนี้ที่เป็นองค์กรทางวิชาการจําเป็นที่จะต้อง ให้เวลาพอสมควรในการที่จะวิเคราะห์นะคะ

ประการที่ ๓ ดิฉันคิดว่าเรื่องของงานสําคัญที่องค์กรนี้ต้องทําก็คือว่าจะต้อง ตอบโจทย์ให้ได้ว่าเมื่อการวิเคราะห์งบประมาณแล้ว ถ้าท่านจําได้เมื่อวันจันทร์สัปดาห์ที่แล้ว เราได้เสนอในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ในการวิเคราะห์งบประมาณเหล่านี้มันจะเชื่อมโยง กับยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร ก็ขอฝากโจทย์อันนี้ไว้

ประการสุดท้ายที่อยากจะนําเสนอเป็นสั้น ๆ นะคะก็คือว่าการทํางาน ขององค์กรนี้ที่ท่านคณะกรรมาธิการได้นําเสนอนั้นจะสามารถเชื่อมโยงหรือสามารถที่จะ ทํางานร่วมกับคณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาได้อย่างไร เขาจะใช้ข้อมูลจาก ผลการทํางานหรือผลการวิเคราะห์ของเราอย่างไร อันนี้ดิฉันคิดว่าอาจจะต้องมีการเขียน กําหนดไว้เป็นกฎหมายให้ชัดเจน ขอบพระคุณมากค่ะ