สมบัติ ธรรมธัญวงศ์ หารือเรื่องสถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภาและเสนอว่าควรจะมีบทบาทในการช่วยให้การจัดทํางบประมาณของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองนะครับ เรื่องของสถาบันวิเคราะห์ งบประมาณประจํารัฐสภานี้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สําหรับประเทศไทยเราจากที่ทาง คณะกรรมาธิการได้นําเสนอก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก แต่ถ้าหากว่าเรามาดูในเรื่องของ วัตถุประสงค์อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในเรื่องของวัตถุประสงค์ เรื่องการสร้างความโปร่งใส เรื่องของการให้บริการสมาชิกรัฐสภาแล้วก็เรื่องการก่อให้เกิดการถกเถียงสาธารณะ มันน่าจะจํากัดไป มันน่าจะมีวัตถุประสงค์อะไรที่จะช่วยให้การจัดทํางบประมาณของเรามันมี ประสิทธิภาพมากขึ้นไหม แล้วถ้ามาดูในแง่ของภารกิจเป็นเรื่องของการประมาณการ เศรษฐกิจระยะสั้น ระยะปานกลาง ระยะยาว ก็อาจจะมีความซ้ําซ้อนเพราะว่าทางหน่วยงาน ของรัฐ กระทรวงการคลังก็ทําอยู่แล้ว การประมาณการรายรับของรัฐบาล กระทรวงการคลัง ก็ทําอยู่แล้ว อาจจะมีเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบการคลังและการเปลี่ยนแปลง นี่ล่ะครับ เป็นสิ่งที่อาจจะทําน้อยกันหน่อย อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องของหน่วย การวิเคราะห์ผมคิดว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญเพราะหลายประเทศก็ได้ดําเนินการ มาแล้ว แต่สิ่งที่จะต้องคํานึงก็คือทําอย่างไรจะทําให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดทํางบประมาณ แผ่นดินของประเทศมากที่สุด ถ้าไปดูจากกระบวนการงบประมาณของไทยเรานี้นะครับ เรามีขั้นตอนที่ ๑ ก็คือเรื่องของการจัดเตรียมงบประมาณ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ของสํานักงบประมาณ แล้วก็กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่จะทําเรื่องของบประมาณ เตรียมวงเงินเรียบร้อยนะครับ จัดทําเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วก็เสนอเข้าไปสู่กระบวนการ เรียกว่าการอนุมัติงบประมาณ ในขั้นตอนนี้เป็นการพิจารณาของสภาสัก ๑๐๕ วัน ของวุฒิสภาสัก ๒๐ วัน และกระบวนการขั้นตอนตรงนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด สําหรับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพราะว่าจะได้รับงบประมาณมากน้อยแค่ไหน หรือถูกตัดมากน้อยแค่ไหน อย่างไรนะครับ กระบวนการตรงนี้ ถ้ามาดูหลักการ ทํางบประมาณในอดีตของเราก็บอกว่าเป็นรายไอเท็มนะครับ หรือบางทีก็จะเปลี่ยนเป็น พีพีบีเอส อาจจะเปลี่ยนเป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์ บัดเจทติง (Performance Budgeting) หลาย ๆ อย่างนะครับ แต่จากประสบการณ์โดยตรงเป็นหัวหน้าหน่วยงานองค์การของรัฐ แล้วก็มาชี้แจงงบประมาณ ๖ ปี ก็จะเห็นว่าขั้นตอนของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ยังเป็นขั้นตอน ยังเป็นการพิจารณาที่เหมือนกับมีเป้าหมาย เหมือนมีธงขอตัดครับว่า หน่วยงานนี้นําเสนอมาแล้ว อาจจะลดได้กี่ล้านบาทอย่างนี้นะครับ ตกลงได้ก็จบอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับหลักการวิเคราะห์งบประมาณหรือการพิจารณางบประมาณจะดูว่า มีงบประมาณโครงการอะไร แบบไหนเท่าไร มันมีความจําเป็นอย่างไรที่จะต้องให้หรือจะต้อง ตัดนะครับ แล้วในส่วนเวลาตรงนี้มันสั้น ๑๐๕ วันนะครับ ถ้ามาดูบทบาทของ สถาบันวิเคราะห์งบประมาณประจํารัฐสภาที่เรากําหนดไว้ จะมามีส่วนช่วยในกระบวนการ เหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง เพราะว่ากระบวนการจัดทํางบประมาณ ถ้ามันเป็นรายปีก็ใช้เวลา เรียกว่าเร่งรัดมาก สํานักงบประมาณกับกระทรวง ทบวง กรม จะทําให้เสร็จมาเสนอสภา ก็จะต้องเร่งรัดมาก พอมาถึงสภาก็มีเวลาจํากัดอีก ทีนี้ผลการวิเคราะห์หรือการดําเนินงานของสถาบันวิเคราะห์ งบประมาณมันจะเอามาใช้ประโยชน์ตรงไหนได้มากจริง ๆ เพราะในระหว่างการวิเคราะห์ จะเอามาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เนื่องจากว่างบประมาณของสํานักงบประมาณ ก็เพิ่งจะเข้ามา โอกาสที่จะเอาเนื้อหางบประมาณของปีนั้นไปวิเคราะห์ก็ดูจะน้อยจะเป็นไปได้ยาก เพราะเวลามันจํากัด สิ่งที่ทําได้ก็คือวิเคราะห์จากงบประมาณในปีที่ผ่าน ๆ มาแล้วว่า จะมีผลอะไร อย่างไรบ้าง หรือว่าการใช้งบประมาณมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ถ้าไปดู กระบวนการงบประมาณนอกจากการจัดเตรียมงบประมาณ การอนุมัติงบประมาณแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการบริหารงบประมาณที่กระทรวง ทบวง กรม เอาไปใช้ และสําคัญที่สุดแล้วเราทํากันไม่ค่อยได้ดีก็เรื่องการติดตามและประเมินผลงบประมาณ ซึ่งสํานักงบประมาณก็จะทําในส่วนนี้เองนะครับ เราจะเห็นว่ามีโครงการของรัฐ จํานวนมากทีเดียวที่ใช้ไปแล้วเกิดความไม่คุ้มค่า เกิดความสูญเปล่า แต่ว่าก็ยังมีการจัดสรร งบประมาณ บางครั้งก็ยังมีการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องอย่างนี้เป็นต้น ถ้าจะทําให้การใช้ งบประมาณของรัฐมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า ผมคิดว่าสถาบันวิเคราะห์งบประมาณ ประจํารัฐสภาน่าจะมีบทบาทตรงนี้ให้สูงขึ้น แต่ทําอย่างไรถึงจะให้มีความสัมพันธ์กันในเรื่อง ของการจัดเตรียมงบประมาณเพื่อขออนุมัติจากสภาและบทบาทของสถาบันวิเคราะห์ งบประมาณที่จะให้ทิศทาง แล้วก็แนวทางกับการอนุมัติงบประมาณของรัฐสภาว่าควรจะ กําหนดทิศทาง แนวทางอย่างไร จึงจะทําให้การอนุมัติงบประมาณนั้นมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ามากที่สุด ขอบพระคุณครับ