อลงกรณ์ ยืนยันจัดตั้งพีบีโอ เพื่อคุมถุงเงินและปฏิรูปรัฐสภา

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๑ · ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเสนอการจัดตั้งหน่วยงานพาร์เลียเมนทารี บัดเจท ออฟฟิศ (พีบีโอ) เพื่อวิเคราะห์ ประเมิน และติดตามงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นกลางทางการเมืองและระบบถ่วงดุลตรวจสอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. การพิจารณารายงานพร้อมข้อเสนอในเรื่องของหลักการของกฎหมายนั้น ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้มีการปฏิรูปฝ่ายนิติบัญญัติ ความจริง สปช. ทํางาน ผ่านมาแล้วก็มี ๑๘ คณะกรรมาธิการ ก็รออยู่ว่าเมื่อไรที่เราจะได้มีการเข้าไปแตะในเรื่อง ของการปฏิรูปรัฐสภา ซึ่งถือเป็นกลไกสําคัญมากในการทําหน้าที่แทนปวงชนชาวไทย หลักของการปฏิรูปของเรานั้นแน่นอนที่สุดก็กําหนดแนวทางไว้ว่าจะต้องเป็น โอเพน กัฟเวอร์นเมนท์ (Open Government) ก็ต้องเป็นรัฐบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และภายใต้ระบบรัฐสภาของประเทศไทยที่ใช้มาอย่างยาวนานและจะใช้ต่อไปนั้น แน่นอนที่สุดว่าระบบถ่วงดุลตรวจสอบมีความสําคัญอย่างยิ่ง ภายใต้ระบบรัฐสภานั้น ในสภาผู้แทนราษฎรจะมีเสียงข้างมากข้างน้อย เสียงข้างมากก็คือรัฐบาล เสียงข้างน้อย ก็คือฝ่ายค้าน การทําหน้าที่สําคัญประการหนึ่งก็คือการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินที่สําคัญก็คือการคุมถุงเงินที่ภาษาต่างประเทศ เรียกว่า เพาเวอร์ ออฟ เดอะ เพิร์ซ (Power of the Purse) คือการมีอํานาจในการคุมถุงเงิน แม้ว่างบประมาณของเราซึ่งต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ในแต่ละปี จะเป็นงบประมาณที่เป็นขาเดียวยังไม่ใช่งบประมาณแบบ ๒ ขา คือต้องเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ทั้งในส่วนของรายรับและรายจ่าย แต่การเสนองบประมาณรายจ่ายนั้นก็จะต้อง เสนอในเรื่องของสถานะรายได้และการคลังของประเทศประกอบไปด้วย ตรงนี้เองคือที่มา ของข้อเสนอซึ่งความจริงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปเป็นผู้บรรยายในหัวข้อเรื่องไทยพีบีโอ นี้ล่ะครับ ก็คือพาร์เลียเมนทารี บัดเจท ออฟฟิศ ให้กับข้าราชการของรัฐสภา เราได้มีการ จัดตั้งหน่วยงานนี้ในรัฐสภาของไทยแล้ว แต่ยังเป็นลักษณะของระดับกลุ่มงาน เผอิญว่า ก่อนยุบสภาก็เป็นประธานกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-เมียนมาร์นะครับ ก็ไปเยือน เป็นทางการ พม่านั้นตั้งเรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็อีก ๒๐ กว่าประเทศก็ตั้ง ลักษณะของพีบีโอ ทั้งในระบบประธานาธิบดีที่แบ่งแยกอํานาจชัดเจนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดี หรือว่าประเทศที่ใช้ระบบรัฐสภาอย่างไทยก็มีการจัดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษหรือว่าประเทศออสเตรเลีย ตรงนี้เอง คือสิ่งที่เป็นการยืนยันว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานลักษณะนี้ แต่คําถามคือจะจัดตั้งอย่างไร อยู่ที่ไหน และมีกรอบภารกิจอะไรบ้าง และจะต้องมีการ ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งเป็นกรณีพิเศษขึ้นมาหรือไม่ หน้าที่สําคัญแน่นอนที่สุดครับ ความจริง หลัก ๆ มีอยู่ ๔ ข้อ ๑. ก็คือการวิเคราะห์งบประมาณ ๒. ก็คือการประเมินผลงบประมาณ ๓. ก็คือการอนุมัติงบประมาณ ๔. ก็คือการติดตามงบประมาณ นี่เป็นหน้าที่หลักของ ฝ่ายนิติบัญญัติครับ เราถึงเรียกว่าเป็นอํานาจของการคลุมถุงเงิน มันไม่ได้อยู่เพียงแค่ วิเคราะห์องค์ประกอบอื่น แน่นอนจําเป็น เช่น วิเคราะห์ในเรื่องของสถานะทางการคลัง ในอนาคตหรือสถานะของรายจ่ายรายรับ วิเคราะห์ถึงเงินกู้ของรัฐทั้งระยะสั้น ระยะกลาง สัดส่วนต่อจีดีพีหรือแม้แต่การวิเคราะห์ที่เป็นองค์ประกอบเพื่อให้คาดการณ์ว่างบประมาณ รายจ่าย เช่น ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ ๒.๕๗ ล้านล้านบาท รายรับเป็นเท่าไร เราจะใช้งบขาดดุล ต่อไป ๑๗ ปี ๑๘ ปีหรือจะไปสมดุลเมื่อไร หรือจะต้องใช้งบประมาณแบบไหน ประเภทไหน แต่ที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติคือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไม่มีหน่วยงานสนับสนุน ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอครับ ผมเห็นด้วยนะครับ แล้วก็ขณะเดียวกันเป็นไอพียู (IPU) มาก็ ๑๐ กว่าปี เราก็มีเครือข่ายของพีบีโอทั่วโลกครับ ตรงนี้จะช่วยเสริมสมรรถภาพ ประสิทธิภาพของฝ่ายนิติบัญญัติ ก็เห็นด้วย ขอท่านประธาน ๑ นาทีนะครับ เพราะว่า เป็นอดีตฝ่ายนิติบัญญัติมานะครับ มีประสบการณ์เรื่องนี้ ก็เลยขออนุญาตเลยเวลานิดหนึ่ง สถานะนั้นต้องพิจารณาให้ดีครับ ๑. ก็คือต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ความเป็นกลาง ทางการเมืองในระบบรัฐสภานั้นแน่นอนที่สุดครับ มีทั้งเสียงข้างมากข้างน้อย และเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ระยะหลังไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ในเรื่องของการที่เป็นเรื่องฝ่ายค้านและรัฐบาลที่จะต้องร่วมกันในการพิจารณาเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งหากินของบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง จะมีเกราะกําบังอย่างไร จําเป็นหรือไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานในสังกัด หน่วยงานในสังกัดเรามีอยู่ ๒ รูปแบบนะครับ ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของสถาบันพระปกเกล้า ก็เป็นหน่วยงานวิชาการและคลังสมองของเรา ของฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานหนึ่งซึ่งหลุดออกไปคือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ระบบออมบุดสแมน (Ombudsman) คล้าย ๆ แบบนี้ครับ ที่วัตถุประสงค์ก็คือต้องการให้ สังกัดฝ่ายนิติบัญญัติ ท้ายที่สุดปรากฏว่าหลุดออกไปเลย กลายเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าอันนี้คือประเด็นที่ต้องมาพิจารณาว่าการจัดตั้งพีบีโอนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่จะจัดตั้งอย่างไร อยู่ที่ไหน ภารกิจไม่ต้องพูดถึง ชัดเจนว่าต้องทําอะไรบ้าง แต่การดํารงไว้ ซึ่งความเป็นอิสระสําคัญที่สุดครับ และภายใต้ระบบรัฐสภาที่ไม่ได้แบ่งแยกอํานาจ เหมือนระบบอื่นนะครับ และโดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบไทย ๆ นั้น ผมคิดว่าตรงนี้เริ่มต้น ได้จากการที่ก่อกําเนิดเกิดขึ้นในรัฐสภา ซึ่งวันนี้ก็มีแล้วนะครับ ตั้งเป็นสํานักงบประมาณ ของรัฐสภาไทยพีบีโอขึ้นมาแล้ว แต่ว่ายังเป็นระดับกลุ่มงานจะต้องยกระดับขึ้นมา แต่สถานะ เบื้องต้นถ้าจะจัดตั้งก็อยู่ในรูปสถานะคล้ายคลึงกับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่เราเคยจัดตั้ง พอประกันความเป็นกลาง พอประกันว่าในส่วนนั้นจะเชื่อมโยงประชาชน และสาธารณชนได้ครับ ขอบคุณท่านประธาน