ทิวา การกระสัง หารือเรื่องการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจที่มีขาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยและรถเมล์ โดยมีจุดเน้นการเร่งแก้ไขปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยยกเลิกหรือยกเว้นค่าสั่งการรถไฟแห่งประเทศไทยที่บอกว่าห้ามหน่วยงานต่าง ๆ ไปดูงาน และให้ไปศึกษาการรถไฟของญี่ปุ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีและสามารถสร้างรายได้จากการใช้ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม ทิวา การกระสัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๒ จากจังหวัดบุรีรัมย์ กราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจนั้น ผมขอพูดรัฐวิสาหกิจอยู่ ๒ แห่ง คือการรถไฟแห่งประเทศไทยกับรถเมล์ เราทราบ มาโดยตลอดว่ารัฐวิสาหกิจ ๒ แห่งนี้บริหารจัดการขาดทุน
ผมขอกราบเรียนเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อน เหมือนที่ท่านอาจารย์ ท่านหนึ่งท่านพูดก่อนหน้านี้ ผมบ้านอยู่ข้างทางรถไฟ นั่งรถไฟมาเรียนครั้งแรก อยู่ที่กรุงเทพมหานครก็ราคาสัก ๖๗ บาท เป็นรถไฟฟรีทุกวันนี้ รัฐบาลให้ฟรีมานานแล้ว แต่กิจการยังเหมือนเดิม ตู้โบกี้รถไฟก็ยังเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจ ถ้าตามกฎหมายก็คือบุคคลคนหนึ่ง เหมือนคนคนหนึ่ง เป็นคนรวยแต่ยากจน เนื่องจากอะไรครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีสินทรัพย์ มีที่ดินเยอะมาก ถ้าตีราคาเป็นเงินแล้ว เป็น ๑ ล้านล้านล้านบาท เป็นล้านจุดล้านบาท ผมนั่งรถไฟเกือบทั้งประเทศนี้ ผมมีคําถามอยู่ในจิตใจตลอดเวลาว่าบริหารจัดการอย่างไรขาดทุน จริง ๆ แล้วถ้าบริหาร จัดการเป็น การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ต้องเก็บค่าโดยสารสักบาทเดียวก็มีกําไรได้ ท่านประธานครับ ถ้ามีเวลานะครับ ถ้าสภานี้มีสตางค์ผมอยากให้ยกเลิกหรือว่ายกเว้นคําสั่ง นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีที่บอกว่าห้ามหน่วยงานต่าง ๆ ไปดูงาน แต่ผมเห็นว่า ฝ่ายการเมืองยังไปดูงานเยอรมันได้ ผมคิดว่ากรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังนั่งเครื่องบินไปสัก ๕ ชั่วโมง ไปที่โอซากา แล้วก็ไปนอนที่เกียวโต ที่ผมอยาก ให้ไปที่ ๒ จังหวัดนี้ของญี่ปุ่น เนื่องจากผมอยากให้ไปดูกิจการรถไฟของทั้ง ๒ จังหวัดนี้ รถไฟของเขาถ้าดูตามประวัติแล้วก็พร้อม ๆ กับรถไฟไทยนี่ละครับ อาจจะหลังด้วยซ้ําไป เขาให้เอกชนเป็นคนดําเนินการอยู่ ๒ บริษัท ถ้าท่านไปที่ ๒ จังหวัดนี้ไม่ต้องไปซื้อตั๋วที่ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วจากเมืองไทยนี่ละ ผมไปอยู่ ๕ วัน ไม่ได้ใช้เงินของรัฐ ใช้เงินส่วนตัว ผมเป็นคนชอบศึกษา ก็ไปดูกิจการรถไฟของญี่ปุ่นของ ๒ จังหวัดนี้ว่าเขาดําเนินการกันอย่างไร กําไรที่เขาได้ที่สุด ก็คือที่ดินของรถไฟ ในสถานีใหญ่ ๆ ของเขาจะมีห้างสรรพสินค้า มีโรงแรม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นที่หาสตางค์ทั้งนั้นเลย สถานีรถไฟของประเทศไทยในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไรท่านก็รู้ ท่านไปดูเอา มีการสร้างเพิง สร้างตึกแบบกระจอกงอกง่อยให้เอกชนประมูล ๒๐-๓๐ ปี ให้เช่าในราคาเดือนละ ๘,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท แต่การรถไฟ แห่งประเทศไทย ให้เช่าเดือนละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท ผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย ทําไมไม่ใช้ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งมีอยู่เป็นล้าน ๆ บาทมาหาประโยชน์ แล้วนําประโยชน์กําไรที่ได้จากการบริหารจัดการทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ไปถัวเฉลี่ยกับค่ารถไฟที่ประชาชนต้องใช้ รถไฟฟรีที่ให้บริการประชาชนยิ่งกว่าอะไรเสียอีก สกปรกก็สกปรก กลิ่นก็เหมือนเดิม ผมเคยนั่ง ลูกชายผมไม่เคยนั่งรถไฟผมก็ลองพานั่งรถไฟ จากบุรีรัมย์มาที่กรุงเทพฯ นั่งรถไฟนี่ละ รถไฟฟรีใช้เวลาจากบุรีรัมย์มาที่กรุงเทพฯ ๗ ชั่วโมง เป็นอย่างไรครับ ครั้งเดียวเขาบอกว่าพอแล้ว ไม่นั่งต่อแล้ว เขาอยากจะนั่งรถไฟแค่นั้นเอง เป็นขบวนรถไฟที่ผมนั่งเมื่ออายุ ๑๗ ปี ลูกชายผมก็ได้นั่งเหมือนกัน ท่านคิดดูว่า มันพัฒนาไปอย่างไร รุ่นหลานผมก็อาจจะต้องนั่งรถไฟขบวนเดียวกันนี่อีก นี่เป็นการอนุรักษ์ ห รื อ เ ป ล่ำ ค รั บ ผมถามว่าผมชอบนายกรัฐมนตรีมาร์กาเรต แทตเชอร์ ท่านทําไมกล้าให้แปรรูปกิจการรถไฟ อังกฤษ ทําไมรถไฟญี่ปุ่นแปรรูปได้ ทั้ง ๆ ที่สร้างมาในสมัยจักรพรรดิเมจิ ของเรา ก็องค์พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชท่านทรงดําริแล้วก็สร้างไว้ การที่จะแปรรูปแต่ละที่ ก็จะมีสหภาพหรือมีบุคคลก็ออกมาพูดว่ารถไฟไทยแปรรูปไม่ได้หรอก เพราะว่าเป็นกิจการ ที่พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงทําไว้ ต้องเป็นกิจการที่บริการสาธารณะหากําไรไม่ได้ ความจริง หากําไรได้ ไม่จําเป็นต้องหากําไรจากค่าตั๋วครับ หากําไรจากทรัพย์สินของการรถไฟที่มีอยู่นี่ล่ะ เหมือนที่ท่านอาจารย์เสรีว่า กราบเรียนว่าบุคคลที่เข้าบริหารกิจการรัฐวิสาหากิจ มุ่งผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน ใครทุจริต ใครทําอะไร แบบไหนอย่างไรรู้อยู่แก่ใจไม่อยากจะพูดนะครับ เวลาก็หมดแล้วแต่ก็ฝากไว้ รถเมล์ ไว้คราวหน้าครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ