เกษมสันต์ จิณณวาโส หารือเรื่องการปรับปรุงการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินสถานภาพของรัฐวิสาหกิจทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และบริการ และเรียกร้องให้ปรับปรุงประสิทธิภาพและลดภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ภูมิคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจในการปฏิบัติงาน และขอให้คณะกรรมาธิการช่วยดูการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐวิสาหกิจบางกลุ่ม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๖ ต้องขอบพระคุณ ท่านกรรมาธิการที่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็นที่น่าสนใจ หลักการโดยทั่วไปผมคิดว่า ทางท่านคณะกรรมาธิการก็คงได้มีโอกาสดูมติคณะรัฐมนตรีที่เคยมีทิศทางหรือคําแนะนํา ในเรื่องของการยุบเลิก หรือกิจการประเภทใดที่จะให้ดําเนินการต่อ หรือแม้แต่กิจการ ประเภทใดที่บอกว่ามีการแข่งขันหรือเอกชนนี่สามารถดําเนินการได้แล้วก็ให้ยุบเลิก
ทีนี้อีกส่วนหนึ่งที่ท่านได้กล่าวถึงน้อย คือเรื่องของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ประเด็นที่ผมอยากนํากราบเรียนต่อที่ประชุมและฝากไปยังท่านกรรมาธิการก็คือว่า ในฐานะ ที่เคยเป็นคณะกรรมการอิสระในรัฐวิสาหกิจมามากไม่ต่ํากว่า ๘-๙ แห่ง แต่ละแห่งก็อาจจะอยู่ ๒-๓ รอบ สิ่งที่ผมอยากนําเรียนเป็นองค์ประกอบที่สําคัญก็คือว่าขณะนี้เรามองรัฐวิสาหกิจ ในรูปแบบของฐานะการเงิน เราเอาตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจมาเป็นตัวหลักในการประเมิน ทั้งที่รัฐวิสาหกิจเองมีตั้งหลายประเภท ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม และเรื่องบริการ คือตรงนี้ผมคิดว่าทางกรรมาธิการคงอาจจะต้องแยกกลุ่มจัดทําตัวชี้วัดเพื่อประเมิน สถานภาพของรัฐวิสาหกิจให้ชัดมากยิ่งขึ้น อยากฝากเรียนอย่างนี้ครับ คือขณะนี้เมื่อเรา เข้าไปนั่งอยู่ในรัฐวิสาหกิจ ไปเป็นกรรมการหรือทําหน้าที่ต่าง ๆ ในฐานะที่เป็นกรรมการอิสระ ผมพบอย่างนี้ครับว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจใด ๆ ก็แล้วแต่ ขาดภูมิคุ้มกันในการปฏิบัติงาน อาจจะมาจากปัจจัยสารพัด ถูกกดดัน ถูกกระแสการเมือง ถูกกลุ่มทุนที่ต้องการเข้าไปดําเนินธุรกิจหรือเป็นคู่สัญญากับรัฐวิสาหกิจนั้น ตรงนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ท่านอาจจะได้พูดไว้ แต่ผมอยากจะเน้นว่าตรงนี้มันเรื่องสําคัญ
เรื่องที่สําคัญต่อมาก็คือว่าในแต่ละรัฐวิสาหกิจ สิ่งที่เราจะต้องดูก็คือ เรื่องของการจัดการโครงสร้างภายในของรัฐวิสาหกิจแต่ละประเภท เพราะว่าบางครั้ง ในเรื่องของการจัดโครงสร้างภายในมีการกําหนดอัตรากําลังไว้เกิน มีทั้งตัวที่มีตําแหน่ง มีเงินเดือนมีตําแหน่งที่พลางไว้ ที่ถูกฟรีซ (Freeze) ถูกกํากับไว้ อาศัยจากฐานะการเงิน ที่มีรายได้ก็มาจ้างเป็นลูกจ้างรายวัน รายเดือน พวกนี้ผมคิดว่าถ้าท่านจะดู เพราะผมเคยทํา เรื่องระบบเออร์ลี รีไทร์ (Early retire)ให้กับรัฐวิสาหกิจ เราต้องยอมรับว่าการทําระบบเออร์ลี รีไทร์ ก็คือการลดภาระค่าใช้จ่ายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้อยากจะให้มีการหยิบยกเรื่องประเภทอย่างนี้เข้ามา ที่สําคัญก็คือเรื่องของระเบียบกติกา มันมีระเบียบกติกาหลายชนิด หลายประเภทเราก็พบว่ารัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ต้องการ ให้คล่องตัว ต้องการให้มันดําเนินธุรกิจ ส่วนหนึ่งก็เพื่อการหารายได้ ส่วนหนึ่งเป็นบริการ ทางสังคม แต่ในระเบียบกติกาหรือข้อกฎหมาย หรืออะไรต่าง ๆ มันไม่เอื้ออํานวยให้เขา สามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ที่สําคัญก็คือว่าบางหน่วยงานอย่างเช่นหน่วยงาน ที่กํากับแต่ก่อนเราก็มี ก.พ.ร. บ้าง มีทริส (TRIS) บ้าง หรือแม้แต่ สคร. เอง ซึ่งก็ไปกําหนด เป็นตัวชี้วัด บางทีก็ไปนั่งเป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ แต่เวลามีการพูดจากัน เรื่องของการปรับปรุงประสิทธิภาพก็อาจจะมีการขอสงวนสิทธิ ซึ่งเราก็แปลกใจว่า เมื่อคุณก็มาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริหารนี้น่าจะช่วยกันให้รัฐวิสาหกิจนั้นเดินได้ อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองก็สงวนสิทธิไว้ขอก๊อก ๒ เมื่อเรื่องนี้ ผ่านบอร์ดรัฐวิสาหกิจนั้นไปแล้ว ไปถึงหน่วยงานต้นสังกัดก็จะไปให้ความเห็นอาจจะเป็น ความเห็นที่ตรงกันข้ามกับที่เคยพูดเอาไว้ เรื่องอย่างนี้ผมคิดว่าถ้าสามารถที่จะสร้างเอกภาพ ทางเรื่องของความคิดหรือคําแนะนําก็จะมีประโยชน์อย่างมาก
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตที่อาจจะเกินเวลาสักนิดหนึ่งก็คือว่า รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่มีการลงทุน ที่เป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนําขณะนี้มักจะมีประเด็นปัญหา ที่ถูกฟ้องร้องศาลปกครอง อย่างเช่นกรณีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พวกนี้ก็เป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง หรือแม้แต่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ก็ยังมีปัญหาเรื่องถูกฟ้องศาลปกครอง เรื่องพวกนี้อยู่ใกล้ตัวผมทั้งนั้นในลักษณะที่เคยทําหน้าที่ เคยไปเป็นบอร์ดบ้าง เคยเป็นผู้พิจารณาอีไอเอ (EIA) บ้างหรืออะไรต่าง ๆ กิจกรรมลักษณะ อย่างนี้มันอาจจะทําให้ภาพพจน์หรือภาพลักษณ์ของรัฐวิสาหกิจที่เราพยายามจะปรับปรุง ประสิทธิภาพหรือเปลี่ยนรูปแบบองค์กรหรือสิ่งที่เราพยายามจะกระตุ้นมันก็เลย เกิดมีประเด็นที่จะทําให้ภาพลักษณ์พวกนี้มันลดต่ํา ผมคิดว่าผมฝากท่านคณะกรรมาธิการ ช่วยดูในประเด็นการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐวิสาหกิจบางกลุ่มที่เราอาจจะต้องทําในลักษณะ ของการกรุ๊ปปิง (Grouping) ใหม่ เพราะรัฐวิสาหกิจบางชนิด บางประเภทที่จัดตั้งอยู่ เมื่อมากรุ๊ปปิงใหม่อาจจะทําให้เกิดแวลูเชน (Value Chain) ในระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน