เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หารือเรื่องการเงินฐานราก โดยชี้ว่าสถาบันการเงินในระบบธนาคารไม่สามารถเข้าถึงการเงินฐานรากได้ และขอให้ไม่ละทิ้งความหวังในการแก้ไขปัญหานี้ โดยแนะนำให้ธนาคารพาณิชย์ทำงานร่วมกับกองทุนของชาวบ้าน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกองทุนการออมทั้งระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงกับกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ท่านประธานครับ ผมจะขออภิปรายเกี่ยวกับการเงินฐานรากที่ดอกเตอร์กอบศักดิ์ เป็นผู้เสนอแทนกรรมาธิการในวันนี้
ท่านประธานครับ สิ่งแรกผมคิดว่ากรรมาธิการยอมรับความจริงอย่างหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นด้วย ว่าสถาบันการเงินนั้นเข้าไม่ถึงการเงินฐานราก นี่เป็นความจริง สถาบัน การเงินในระบบธนาคารได้แต่ระดับยอดของคนที่มีรายได้ดี แล้วก็ลงมาถึงปานกลาง แต่ส่วน ใหญ่แล้วไปไม่ถึง หวังไม่ได้ จึงต้องพยายามคิดด้วยวิธีอื่น แต่ผมอยากจะฝากกรรมาธิการว่าอย่าเพิ่งละความหวังอันนั้น ไป ในอดีตธนาคารแห่งประเทศไทยเคยมีกฎเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องกันเงินส่วนหนึ่ง เอาไว้ทำงานผ่าน ธ.ก.ส. ไปถึงชาวบ้าน แต่นั่นเน้นเรื่องเงินกู้ แต่ถ้าเราพยายามจะชักจูง ธนาคารพาณิชย์ให้ทำงานร่วมกับกองทุนของชาวบ้านต่อไปในอนาคต เพราะธนาคาร พาณิชย์ผมเชื่อว่าเขามีใจที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการออม ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของ เงินทุนหมุนเวียนในระดับชุมชน ดอกเตอร์กอบศักดิ์ก็เคยคุยกับผมพอสมควรที่เราเคยถกกัน ในเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้ทิ้งประเด็นที่ว่าตอนนี้ธนาคารพาณิชย์หวังไม่ได้ แล้วก็จบอยู่แค่นั้น อันนั้นเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ผมดีใจที่เห็นว่าการเงินฐานรากเราเน้นที่การออมไม่ใช่เน้นการให้กู้ ท่านประธานครับการให้กู้เฉย ๆ โดยที่เป็นเงินกู้เฉย ๆ ไม่มีอย่างอื่นตามไป มันไม่ได้ช่วย ชาวบ้าน ผมยืนยันว่าผมทำงานในเรื่องชนบทมานานพอสมควร เวลาเราไปถามชาวบ้านว่า ทำไมไม่ผลิตไอ้นั่น ทำไมไม่ปลูกไอ้นี่ ทำไมไม่ประกอบการสิ่งนั้น สิ่งนี้ สิ่งที่ชาวบ้านจะบอก ก็คือว่าเขาขาดเงินทุน นั่นเป็นวิธีบอกที่รักษาหน้ามากที่สุด ทำไมไม่ทำก็มันขาดเงินทุน แล้วถ้าเราคิดอะไรตื้น เราก็จะบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราเอาเงินทุนมาให้เขาเขาคงจะทำ และเจริญรุ่งเรือง แต่ท่านประธานครับเงินกู้เฉย ๆ ไม่ช่วยหรอกครับ เงินกู้ต้องไปกับ เทคโนโลยี ต้องไปกับระบบการตลาด และเงินทุนมันจึงมาทีหลังที่จะทำให้เขาไปลงทุน แล้วงอกเงยขึ้นมา แต่ถ้าสักแต่ว่ามีเงินเข้าไปและให้เขาประกอบการมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ว่ามีเงินแล้วมันจะรวย มีเงินแล้วมันจะได้กำไร เพราะฉะนั้นต้องเน้นที่การออมผมว่าถูกที่สุด เมื่อสักครู่นี้ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะพูดอยู่ตอนหนึ่งน่าฟังมาก คุณกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะบอกว่า การออมนั้นเพื่อรักษาทรัพย์สมบัติ การออมเพื่อปลดหนี้ การออมเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ผมว่า ถ้าเราเน้นที่การออมบ้านเมืองคงจะดีกว่านี้ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เพราะเราเน้นในเรื่อง ของการให้กู้ มันจึงมีการกู้กันมากมาย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปรีชาก็บอกว่าในชนบทนั้น มีการกู้จากหลายแหล่งมาก กู้จากแหล่งนี้ไปใช้แหล่งโน้น กู้จากแหล่งโน้นมาใช้แหล่งนี้ เป็นการกู้หมุนเวียนกันอย่างมากมาย แล้วก็มีการกู้เพื่อผลัดผ้าขาวม้า ชาวบ้านนี้เขารู้ดีว่า กู้เพื่อผลัดผ้าขาวม้า ก็แปลว่าไปกู้มาเพื่อที่จะชั่วคราวที่จะไปกู้ต่อกับธนาคารเมื่อเขาจะให้กู้ เพราะฉะนั้นช่วงนี้ก็กู้มาเพื่อที่จะเอาเงินไปคืนเขาก่อน เหมือนกับผ้าขาวม้าไว้ผลัดกางเกง ยอมเสียดอกเบี้ยแพงก็ยอม จะเห็นได้ว่าผ้าขาวม้านี้ถูกกู้อยู่เรื่อย ๆ
ท่านประธานครับ คุณกอบศักดิ์ได้พูดถึงเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เน้น การออมของชาวบ้าน กองทุนนี้ชาวบ้าน คิดค้นกัน แล้วก็ทำกันมาเยอะ ในเรื่องของสัจจะออมทรัพย์ การออมวันละบาท เป็นการออมเพื่อที่จะให้ช่วยเหลือให้กู้กันภายในหมู่บ้าน แล้วก็มี สวัสดิการชุมชน ครูชบก็ดี น้ารัตน์ก็ดี คุณอัมพร ด้วงปาน ก็ดี พระสุบินก็ดี เมื่อครู่ก็มีคนเอ่ยถึง ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องส่งเสริม แต่มีจุดอ่อนครับที่กรรมาธิการ ยังไม่ได้พูดถึง กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเสี่ยงสูงเพราะแต่ละชุมชนนั้นประกอบอาชีพ คล้ายกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดภัยพิบัติกับชุมชนใดหรือมีภัยกระทบต่ออาชีพ เช่น ราคายางตกต่ำ จะตกต่ำทั้งชุมชน ข้าว ราคาข้าวตกต่ำจะตกต่ำทั้งชุมชน จะกระทบการออม ทั้งชุมชน เพราะฉะนั้นกองทุนการออมที่แยกกันเป็นชุมชน ๆ นี้ มีปัญหา อยากจะฝาก กรรมาธิการว่าลองคิดดูว่าถ้าเราจะเชื่อมโยงระหว่างชุมชนทั้งหลายเพื่อกระจายความเสี่ยง ให้มากขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์ ท่านประธานครับ เมื่อครู่ผู้ว่าราชการจังหวัดปรีชาได้พูดว่า ถ้าเราผูกกองทุนในหมู่บ้าน กับกองทุนการออมแห่งชาติ คือ กอช. จะเป็นอย่างไร ผมได้ลอง ไปทดสอบคุยกับชาวบ้านดู ชาวบ้านยินดีที่จะเป็นมือเป็นไม้ให้กับกระทรวงการคลังในการที่ จะเก็บเงินออมเป็นช่วงระยะเวลาและถ้าหากว่ากรรมาธิการช่วยคิดต่อว่าถ้าเราจะผูกกองทุน สวัสดิการชุมชนกับกองทุนการออมแห่งชาติ คือ กอช. จะช่วยได้อย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เมื่อครั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนนั้นครูชบและบรรดาผู้ที่ทำเรื่องกองทุนการออม ในสวัสดิการชุมชนทั้งหลายได้พยายามที่จะให้รัฐบาลได้เข้ามาสนใจประเด็นนี้ แต่รัฐบาลเอง ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะทำเรื่องสวัสดิการชุมชนโดยเฉพาะหรือจะทำเรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ แยกออกไป ปัจจุบันนี้กองทุนการออมแห่งชาติได้กลับเข้ามาแล้วและยังไม่ได้เชื่อมโยงกับ กองทุนสวัสดิการชุมชน ถ้ากรรมาธิการชุดนี้ช่วยคิดต่อในประเด็นนี้ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่าปัจจุบันนี้กองทุนการออมทั้งหลายมีปัญหา ท่านอาจารย์สมชัย คุณไพบูลย์ที่อยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ได้เข้ามาร่วมอยู่ในกรรมาธิการชุดที่ ผมกำลังทำงานอยู่ก็คือ กรรมาธิการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ปรากฏว่ากองทุนเรื่องราชการ ระบบบำนาญราชการก็มีปัญหามาก เพราะว่าระบบบำนาญราชการปัจจุบันนี้เราใช้เก็บภาษี หรือเก็บเงินจากคนรุ่นหลังไปจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับบำนาญไปแล้ว อย่างผมเดี๋ยวนี้ เป็นข้าราชการบำนาญ เงินบำนาญที่มาจ่ายให้ผมทุกเดือนได้มาจากคนรุ่นหลังที่ทำงาน แล้วพอคนรุ่นหลังทำงาน พอเกษียณก็ไปเอาเงินคนรุ่นถัดไป ระบบอย่างนี้ไม่สร้างสรรค์ ขณะเดียวกันระบบประกันสังคม ท่านประธานครับ แต่ละคนจะหักเงินจากเงินเดือน พวกลูกจ้างในบริษัท และรัฐลงสมทบบางส่วน นายจ้างลงสมทบบางส่วนเข้าไปอยู่ในกองทุน ประกันสังคม ปรากฏว่าไม่ได้ลงในชื่อของใครของมัน แต่พอใครก็ตามที่เจ็บป่วยหรือจำเป็นที่ จะต้องใช้เงินจากกองทุนก็เอาไปใช้ เป็นการลงขัน ถ้าขันมันหมดมันก็จบ ตกลงอันนี้ก็ไม่ยั่งยืน และขณะเดียวกันถ้าในอนาคตเรามีผู้สูงอายุจำนวนมาก และผู้สูงอายุจะตามมา ๒๐ ล้านคน ในเร็ว ๆ นี้ ตกลงถ้ากองทุนพวกนี้มันมีปัญหา คนรุ่นใหม่ก็บอกว่าเขาไม่อยู่ในประกันสังคมดีกว่า ผลมันจะเป็นอย่างไร กอช. ที่กำลังจะเริ่ม ในหลักการเป็นของดีเพราะได้ลงชื่อบุคคลแต่ละคน เป็นชื่อตัวบุคคลไป แต่ก็มีปัญหาว่าจำนวนมันนิดเดียวเพราะฉะนั้นถ้าคิดหลักว่ามันเพียงพอไหม ก็ไม่เพียงพอ มันครอบคลุมไหม ก็ไม่ครอบคลุม มันยั่งยืนไหม ก็ไม่ยั่งยืน อยากจะฝาก กรรมาธิการชุดนี้ว่าเราช่วยกันปฏิรูปเรื่องกองทุนการออมทั้งระบบดีไหมครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องเป็นงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ได้ ในเรื่องของการปฏิรูปกองทุนทั้งหลาย ในเรื่องที่ผมกล่าวไปแล้ว
ท่านประธานครับ สุดท้ายอยากจะเรียนว่าการพัฒนากองทุนทั้งหลาย ไม่อยากให้ติดอยู่เพียงแค่พัฒนาเงิน คือพัฒนากองทุน ตัวกองทุนในชุมชนน่าจะเป็น เครื่องมือในการพัฒนาคนให้ชาวบ้านได้มีกิจกรรมร่วมกัน ในการมาออมร่วมกัน มาปรึกษาหารือกัน มาแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกัน นั่นล่ะครับเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะเราใช้กองทุนเป็นเครื่องมือในเรื่องของกิจกรรมในชุมชน ขอบพระคุณครับ