เตือนใจ สินธุวณิก กล่าวขอชมเชยท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล จากนั้นพูดถึงปัญหาการเงินของหมู่บ้านและตำบล ขอให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ปรับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นกองทุนออม และเชื่อมโยงกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานและคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เพื่อกรุณาทราบ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ก่อนอื่นดิฉัน ก็ขออนุญาตที่จะกล่าวคำชมเชยท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล ด้วยความจริงใจนะคะว่า ท่านได้ให้คำแนะนำที่ดีมาก ๆ แล้วก็เป็นการมองอย่างรอบด้านจริง ๆ โดยยึดถือสิ่งที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็มีอยู่แล้ว โดยเสนอความเห็นในสิ่งที่ดิฉันคิดว่าจากประสบการณ์ ที่ดิฉันเป็นผู้ตรวจราชการของงสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นลงไปตรวจใน ๗ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เห็นเลยค่ะว่าพี่น้องในต่างจังหวัดของเรานั้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ มีฐานะยากจน แล้วก็ต้องการผู้นำ พวกบรรดาชาวบ้านนั้นอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งสิ้น แต่ใน ขณะเดียวกันดิฉันก็ได้รับทราบ แล้วก็ได้เห็นถึงการจัดการเรื่องเกี่ยวกับกองทุนหมู่บ้าน มีประสบการณ์ตรงที่จะเรียนให้ท่านประธานทราบด้วยว่าเด็กแม่บ้านที่บ้านนั้นทุกปีจะต้อง ขอลากลับไป บอกว่าต้องไปเซ็นชื่อค่ะ เพื่อที่จะคืนเงิน จากนั้นก็เซ็นชื่อเพื่อจะกู้ใหม่ อย่างนี้เป็นต้น ก็คือหนี้สินจะไม่หมดไปเลย ดังนั้นสิ่งที่ทางท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ได้ชี้แจงหรือว่าเสนอแนะ เกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินฐานราก ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่มี ประโยชน์อย่างยิ่งแก่บรรดาพี่น้องในต่างจังหวัดของเราอย่างแท้จริง และที่น่าชมเชยยิ่งขึ้นไป อีกก็คือ ท่านได้แนะนำหน่วยงานที่มีอยู่แล้วในระบบราชการของเราโดยแนะนำเลยว่าให้มี ธ.ก.ส. มีธนาคารออมสิน มีสำนักงานกองทุนหมู่บ้านซึ่งมีอยู่เดิมแล้ว มีกรมพัฒนาชุมชน หรือ พอช. หรือว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และอื่น ๆ ซึ่งล้วนแล้วเป็น หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับด้านของการเงิน แล้วก็สามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือ พี่น้องในต่างจังหวัดได้อย่างแท้จริง เพียงแต่ว่าเขาเหล่านั้น ดิฉันคิดว่าทุกท่านทราบดีว่า มีเรื่องของกองทุนสัจจะออมทรัพย์ มีเรื่องของการออมทรัพย์อะไรต่าง ๆ รวมทั้งเราได้เห็น ข่าวในสื่อมวลชนต่าง ๆ ด้วยว่า เด็กในโรงเรียนหลาย ๆ โรงเรียนในต่างจังหวัดมีการตั้ง ธนาคารของตัวเอง มีการบริหารจัดการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่น่าชื่นชมมาก ดังนั้นสิ่งที่ทาง คณะกรรมาธิการโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เสนอต่อสภาปฏิรูป แห่งชาติของเราในวันนี้ เป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่พี่น้องของเราในส่วน ต่างจังหวัดค่ะ แล้วก็สิ่งที่เป็นเรื่องที่เป็นภาพลบของกองทุนหมู่บ้านก็ตามที่สอนให้คนกู้ อย่างเดียวแต่ไม่มีการออมนั้น ทางคณะกรรมาธิการนี้ก็มีการเสนอ ซึ่งดิฉันขออ่านโคด (Code) ว่า ผลสัมฤทธิ์ก็คือต้องการที่จะปรับกองทุนเพื่อการกู้ยืมเป็นกองทุนเพื่อการออม ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นสถาบันการเงินหลักของหมู่บ้านและตำบล ซึ่งจะสามารถขยายกิจการ และความยั่งยืนในระยะยาว และสิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการที่ท่านแนะนำด้วย เกี่ยวกับเรื่องของการเชื่อมโยงกับเครือข่ายในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินในระดับจังหวัด ซึ่งคิดว่าพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศรู้จักและคุ้นเคยกับ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของโครงการจำนำข้าวที่ผ่านมา ดังนั้นดิฉันขอชื่นชมอย่างยิ่ง แล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ผ่านจากสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ออกไปให้เป็นประโยชน์แก่พี่น้อง ประชาชนในส่วนต่างจังหวัด ให้ความรู้เขา ในขณะเดียวกันให้คำแนะนำ รวมทั้งได้เสนอแนะ ด้วยว่าให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านของกรมพัฒนาชุมชนนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำหน้าที่เป็น ท่านใช้คำว่า อินคูเบเตอร์ หรือว่าเป็นเหมือนกับคนที่คอยฟูมฟัก คอยช่วยเหลือ แนะนำให้เขาได้ทำเกี่ยวกับเรื่องของการออม ซึ่งเป็นระบบการเงินฐานรากดิฉันเชื่อมั่นว่า พี่น้องเกษตรกรถ้าเป็นส่วน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้ รู้จักออม รู้จักใช้เงิน แล้วก็มี การเงินการธนาคารในระดับหมู่บ้านอย่างจริงจังแล้ว เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในภาพรวม หรือมหภาคของประเทศไทยจะดีขึ้นค่ะ จะหมดเสียงบ่นที่ว่า เงินฝืด เงินหายไปไหนหมด ทุกคนยากจนลงนะคะ ถ้าหากว่าเราโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ แนะนำ และลงมือทำอย่างจริงจัง ณ บัดนี้เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและชาวต่างจังหวัดได้มี ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีการออม มีเงินใช้อย่างถูกต้องด้วยความภาคภูมิใจของเขา ดิฉัน เชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่จะจารึกไปตลอดประวัติศาสตร์ของชาติไทยในเรื่องของการออมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน