ไวกูณฑ์ ทองอร่าม หารือเรื่องสหกรณ์เกษตร โดยเสนอแนวคิดที่จะจัดลำดับสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ที่กำหนดให้ผู้กู้ทำประกันชีวิตของบริษัทในเครือ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการสอดส่องดูแลและให้ประชาชนรับรู้ถึงประโยชน์ของสหกรณ์ในการช่วยเหลือเกษตรกรไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี ลำดับที่ ๑๙๓ ผมเห็นด้วยกับสมาชิกที่ทำการอภิปรายไปเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งหมดว่าสหกรณ์นั้นมีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้ยากไร้และผู้ที่ด้อยโอกาสของประเทศไทยที่ตรงที่สุด ตามที่ท่านคณะกรรมาธิการ ได้นำเสนอตัวเลขว่า มีผู้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในภาคของธนาคารพาณิชย์เพียง ๗๔ เปอร์เซ็นต์ และมีอีก ๒๕.๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน นั่นเป็นสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ทำให้กลุ่มผู้ยากไร้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรในกลุ่ม ๒๕.๘ เปอร์เซ็นต์นี้ ไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึง แหล่งทรัพยากรในการที่จะนำมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้เขายังยากไร้อยู่ สหกรณ์เป็นทางหนึ่ง รวมทั้งกองทุนของชุมชนต่าง ๆ ที่จะช่วยพัฒนาบุคคลเหล่านั้น ในการจัดการทั้งสหกรณ์และกองทุนต่าง ๆ นั้น ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ ในแง่ของบุคลากรของผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้นขาดทั้งความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และที่สำคัญที่สุดขาดความรู้ ความเข้าใจในเจตนารมณ์อันแท้จริงของสหกรณ์ที่มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสมาชิก ในการรวมกลุ่มกันเพื่อบริหารจัดการกันเอง โดยกลุ่มสมาชิกแล้วก็เพื่อสมาชิก และเมื่อมี ความเจริญเติบโตเกิดขึ้นสหกรณ์ดังกล่าวไม่ได้รับการดูแลให้เจริญก้าวหน้าหรือให้มี ความก้าวหน้าไปตามที่ควรจะเป็นด้วยเหตุว่ามีปัจจัยที่สกัดกั้น หลายสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จ ในการบริหารจัดการเป็นสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง มีกองทุนที่ใหญ่โต แล้วก็โตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดจันทบุรีที่ผมนั่งเป็นกรรมการที่ปรึกษาอยู่ มีเงินถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือสัจจะออมทรัพย์ของพระมนัส ที่วัดโพธิ์ทอง จังหวัดจันทบุรี ก็มีเงินอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นกองทุนที่มีความเข้มแข็งมากและพร้อมที่จะโต แต่สหกรณ์นี้โตไม่ได้ครับ เพราะมันมีกฎหมายหรือมีภาคเอกชนโดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ ทั้งหลายพยายามที่จะสกัดกั้นไม่ให้สหกรณ์ได้โตต่อไป และสหกรณ์ยังไปติดขัดด้วยระบบ ของการที่จะต้องบริการต่อสมาชิก ทั้งกู้และฝากเงินเท่านั้น ไม่สามารถที่จะขยายการบริการ ที่จะเข้าแข่งขันต่อไปได้ในอนาคต จึงอยากนำเสนอว่า น่าที่จะมีการจัดลำดับสหกรณ์ หรือกองทุนที่มีความเข้มแข็ง และพร้อมที่จะก้าวเข้าไปสู่ความมั่นคงในการที่จะเป็นธนาคารพาณิชย์หรืออื่นใดต่อไป หรือเป็นสถาบันการเงินอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต โดยกำหนดหลักเกณฑ์ว่ามีเงินเท่าไร มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเท่าไร ก็เปิดช่องให้เขา อย่าไปจำกัดอยู่ว่าต้องบริการแก่สมาชิก ทั้งกู้และฝากเท่านั้น อาจจะมีสมาชิกสมทบก็เป็นไปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้นำเสนอไปแล้ว ไม่สามารถดำเนินการได้ อันนี้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะปล่อยให้สหกรณ์ที่มีความเข้มแข็ง ได้เจริญเติบโตต่อไป
อีกประการหนึ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้ ท่านคงรับทราบว่าในการที่ไปกู้ยืมเงิน จากสหกรณ์โดยเฉพาะ นอกจากสหกรณ์แล้วยังมีแบงก์พาณิชย์ว่าผู้กู้นั้น อันนี้ผมต้องฝาก ท่านสารีด้วยในฐานะประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค คือถ้าไม่ไปทำประกันชีวิต จะไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ ซึ่งเกือบจะทุกแห่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งสหกรณ์ในปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบประชาชน เขาก็ยากไร้แล้ว มีความจำเป็นต้องไปกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่คุณต้องไปทำประกันชีวิต ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือเท่าไรก็แล้วแต่ที่เขาจะกำหนด แล้วก็เป็น บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของเขาหรือมีผลประโยชน์ อันนี้ผมว่าเป็นการละเมิดสิทธิ ของประชาชนผู้กู้ ก็อยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปคุ้มครองแรงงาน และคณะกรรมาธิการปฏิรูปทางด้านการเงินฐานรากนั้นเป็นผู้ได้ช่วยสอดส่องดูแล
อีกประการหนึ่งคือในการที่จะให้ประชาชนมาเป็นผู้ร่วมลงทุนนั้น ควรจะได้ สร้างอุดมคติ สร้างทัศนคติที่ถูกต้องให้กับประชาชน ไม่ใช่หวังเพียงแต่ว่าจะเห็นสหกรณ์ เป็นแหล่งที่กู้ยืมเงินเท่านั้น ควรจะได้ตระหนักถึงการสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้รับรู้ว่า สหกรณ์นั้นเป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อที่ระโยชน์ของมวลชน ของประชาชน และเป็นทางรอดหนึ่ง ของเกษตรกรไทยที่จะช่วยตัวเองในการพัฒนาให้มีความสุข ความมั่งคั่งต่อไปในอนาคตครับ ขอบคุณมากครับ