สารี อ๋องสมหวัง เสนอการปฏิรูประบบการบริหารจัดการและการเงินฐานราก โดยมีจุดสนใจสำคัญ 3 ประเด็น เช่น การสนับสนุนเงินกลับไปที่ชุมชน การมีระบบสนับสนุนสำหรับสหกรณ์ฐานราก และการไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 5 ปีแรกในการเริ่มทำงาน นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับปัญหาการเงินฐานรากและปัญหาคนที่ออมเงิน โดยเฉพาะกรณีกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีการเก็บเงินสมาชิกด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม และขอให้กรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้เพื่อหาวิธีการจัดการที่เหมาะสม
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ก่อนอื่นดิฉันก็ชื่นชมคณะกรรมาธิการมากที่ได้ทำข้อเสนอเรื่องการปฏิรูประบบการบริหารจัดการ การเงินฐานราก ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ดิฉันมีข้อเสนอ ๓ ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรก ก็คิดว่าทางกรรมาธิการได้พูดไปแล้ว แต่ดิฉันก็อยากให้เห็นรูปธรรม ซึ่งดิฉันคิดว่าสำคัญมาก ดิฉันขอยกตัวอย่างเรื่องการที่สหกรณ์ฐานรากหรือกลุ่มการเงินฐานราก สามารถทำเรื่องการบริการบางอย่างที่ ขออนุญาตนะคะที่เอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ พูดถึงเรื่องการจ่ายค่าไฟฟ้า ดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ผู้บริโภคเรียกว่า คนจน ยิ่งไม่ได้รับ ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นการที่เขาจะสนับสนุนเงินนั้นกลับไปที่ชุมชน เป็นเรื่องที่ดี ๑๕ ล้านครอบครัวที่ต้องจ่ายค่าไฟทุกเดือน หลายคนต้องจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์ ๓๐ บาท เพื่อไปจ่ายค่าไฟที่เคาน์เตอร์ เซอร์วิส (Counter Service) ทั้งหลายหรือห้างสรรพสินค้า คนกลุ่มนี้ต้องเสียเงินมากที่สุด กลุ่มที่ ๒ ที่มีสตางค์หน่อย ก็อาจจะจ่ายเงินตัดผ่านธนาคาร ซึ่งสามารถทำได้เลย ก็เรียกว่าไม่ต้องเสียส่วนเพิ่มส่วนต่าง ส่วนที่ ๓ กลุ่มที่ใช้ระบบการเงินล่วงหน้า บัตรเครดิตอาจจะได้ลดถึง ๑-๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นใน ๑๕ ล้านครอบครัว ถ้าเราสามารถทำให้กลุ่มการเงินฐานรากให้บริการ อย่างน้อยเงินเหล่านี้ก็จะกลับไปที่ชุมชน ของเขาเอง ก็อยากเห็นว่าการไฟฟ้านครหลวงมีระบบในการสนับสนุน แล้วก็แอคท์ เครดิต (Act Credit) สหกรณ์เหล่านี้หรือการเงินฐานรากเหล่านี้ที่สามารถให้บริการได้ ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ มีทั้ง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ต่าง ๆ เยอะแยะมากมายที่ควรจะให้เงินเหล่านั้นกลับคืนไป ที่ชุมชน เราควรจะมีระบบในการที่สนับสนุนหรือเพิ่มที่ชัดเจน
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันก็นึกถึงว่าเวลาธุรกิจจะลงทุนเราก็จะมีระบบบีโอไอ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากเห็นว่า สหกรณ์ฐานรากเหล่านี้เราควรมีระบบสนับสนุน อย่างเช่น ๕ ปีแรกที่เขาเริ่มทำงาน สหกรณ์พวกนี้ไม่ควรจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า หรือมีระบบในการสนับสนุน อย่างไรที่เป็นรูปธรรมเหมือนที่เราสนับสนุนภาคธุรกิจ ซึ่งดิฉันคิดว่ามีความสำคัญ
ประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญมาก แล้วก็อาจจะยังไม่ได้ปรากฏ ดิฉันคิดว่าขณะนี้มันมีระบบการเงินที่อาจจะเรียกว่า ทำให้เกิดปัญหากับการเงินฐานราก หรือทำให้เกิดปัญหากับคนที่ออมเงิน ดิฉันขออนุญาตเล่าเรื่องหนึ่งซึ่งในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็กรรมาธิการหลายท่านได้มีโอกาสรับรู้ เรื่องนี้ร่วมกัน ก็คือกลุ่มที่เราอาจจะยังไม่ได้พูดถึงเลย ก็คือกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ ดิฉัน ขออนุญาตเล่าเรื่องหนึ่งว่าไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ทราบว่า ขณะนี้มีการเรียกว่า เก็บเงินสมาชิก ซึ่งเริ่มต้นก็อ้างเหตุว่าจะทำระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งดิฉันคิดว่า มีอยู่ในทุกชุมชน มีอยู่ในทุกอำเภอและทุกหมู่บ้าน ทุกจังหวัด ขณะนี้เรื่องระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งก็มีระบบที่ทำให้เกิดปัญหามาก กลุ่มนี้ก็ดำเนินการโดยบอกว่าถ้าคุณจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าคุณเสียชีวิตคุณจะได้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๓,๐๐๐ ราย แล้วดิฉันเชื่อว่ามีหลายจังหวัด วันที่เราไปที่พระนครศรีอยุธยา คือวันที่ ๒๓ ที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบสวนของรองผู้ว่าราชการจังหวัดก็ทราบว่ามีสมาชิกเพียง ๑๕๐,๐๐๐ ราย เมื่อวานดิฉันเข้าไปดูในเว็บไซต์ (Web site) ของเว็บเพจ (Web page) นี้ ขณะนี้มีสมาชิกมากกว่า ๑๙๐,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องที่จะทำให้ระบบ การเงินฐานรากของชุมชนเป็นปัญหา แล้วก็อยากให้กรรมาธิการได้ศึกษาไปถึงเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องฌาปนกิจชุมชนซึ่งเป็นประเด็นมาก แล้วดิฉันไปดูต่อว่ากฎหมายที่จะไปจัดการ ระบบนี้มีข้อจำกัดมาก อย่างเช่นกรณีนี้ที่คุณใช้การหาสมาชิกผ่านหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมือง ปรากฏว่าคุณไม่ได้ขออนุญาตทำกิจกรรมฌาปนกิจสงเคราะห์โดยใช้ระบบเรียกว่าเป็นสิทธิประโยชน์ ของสมาชิก เพราะฉะนั้นก็ไม่เข้าเงื่อนไขฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือถ้าถูกปรับโดยที่ไม่ขออนุญาต ค่าปรับเรียกว่าน้อยมาก ๖๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ค่าปรับถ้าคุณทำฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยที่ไม่ได้ขออนุญาต แล้วก็จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ขณะนี้ตอนที่เราคิดกันว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน ๔๕๐ ล้านบาท ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท ขี้ปะติ๋วมากนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการให้ช่วยขยายการดูเรื่องสหกรณ์ รวมไปถึง กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ว่าเราจะมีกระบวนการ ในการดำเนินการสนับสนุน และรวมทั้งการจัดการในกรณีที่ไม่ตรงไปตรงมากับประชาชน ในชุมชนอย่างไร ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน