กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ชี้แจงเรื่องวัฒนธรรมการเสียภาษีและการสร้างฐานข้อมูลผู้มีเงินได้ครบถ้วน โดยเฉพาะเกษตรกรที่อาจถูกหักภาษีแต่ไม่ได้ยื่นแบบ เพื่อเสนอระบบช่วยเหลือที่ทั่วถึงและถูกต้อง โดยชี้แจงข้อเสนอให้มีหน่วยงานกลางกำหนดกรอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีแทนการขอแบบรายกรณี และเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายศุลกากรเรื่องสินบนนำจับเพื่อสร้างมาตรฐานสากล
กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านประธานกรรมาธิการที่ให้โอกาสผมเรียนตอบคำถาม ก่อนอื่นผมก็ขอ กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ให้ความเห็น ซึ่งท่านประธานได้รับความเห็นต่าง ๆ ไปพิจารณาแล้ว ผมมี ๒ เรื่องที่อยากจะเรียนชี้แจงเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่า เรื่องของการสร้างวัฒนธรรม การเสียภาษี เรื่องของการที่ทำให้ผู้เสียภาษีรู้สึกว่าการเสียภาษีเป็นหน้าที่ แล้วเขามีสิทธิประโยชน์ อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะเสนอไปว่าการที่มีระบบฐานผู้เสียภาษี ฐานผู้มีเงินได้ แล้วก็ใครก็ได้ ที่จะเสียก็เสียไป ใครไม่เสียก็มายื่น เราก็จะสามารถมีรายละเอียดฐานผู้เสียภาษีหรือผู้มีเงินได้ ประชากรครบถ้วน การให้ความช่วยเหลือกับบุคคลเหล่านั้นก็สามารถกระทำได้ทั่วถึง มีผู้กล่าวถึง ขอประทานโทษขอเอ่ยนาม คุณศิรินา เรื่องของการที่ขึ้นทะเบียนผู้มีเงินได้ ทั้งเกษตรกรทุกคน ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทยว่าผู้มีเงินได้เหล่านี้ เป็นบุคคลที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลมากที่สุด แต่ว่าเราไม่มีฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่อ้อย ซึ่งมีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เท่าที่ข้อมูลที่ผมทราบ คนกลุ่มนี้ โดนหักภาษี .๗๕ และไม่ได้ยื่นเสียภาษีเลย ถามว่าคนกลุ่มนี้จำเป็นต้องเสียภาษีไหม นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือว่าถ้ามีรายได้เราก็ให้เขาเสีย วันนี้เขาไม่ต้องเสียไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาเสียแล้วเขาได้อะไรบ้าง ไม่ว่าเอสเอ็มอีก็ดี ผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการหลาย ๆ เรื่อง อย่างที่ต่างประเทศเขาทำกัน ก็คือว่าถ้าผู้เสียภาษีได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วม ไฟไหม้ อะไรก็ตาม หรือว่าจำเป็นต้องแล้ง การให้ความช่วยเหลือก็สามารถให้เงินพวกนี้ไปช่วยเหลือได้ ให้มากกว่าปกติด้วยซ้ำไปเพราะเขาเสียภาษีให้รัฐบาล หรือเขาขึ้นทะเบียนไว้กับรัฐบาล เขาจะสามารถกู้ยืมเงินจากรัฐบาลได้ ซึ่งรัฐบาลก็มีโครงการเรื่องของเอสเอ็มอีในอัตราดอกเบี้ย ที่ถูก อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คนรู้สึกว่าการเสียภาษี ใครที่เสียภาษีมากไม่ว่าจะเป็น การได้รับความคุ้มครองดูแลจากรัฐบาลเมื่อเกษียณอายุ มีแพลทตินัม การ์ด (Platinum card) มีโกลด์ การ์ด (Gold card) ให้คนที่เสียภาษีให้เขารู้สึกว่าการเสียภาษีนี้ดีนะ เสียภาษีแล้ว ถ้าเป็นคนธรรมดาก็ไปกู้เงินออมสินได้ในอัตราที่ถูก จะกู้ซื้อบ้าน จะกู้ทำอะไรก็ได้ในอัตราที่ถูก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ อันหนึ่งที่ผมลืมกล่าวไปก็คือว่าตอนนี้เรากำลังจะดูว่าระบบเอสเอ็มอี ที่เสียภาษีกัน ๒ เล่ม หนีภาษีกันก็เพราะระบบบัญชี เรามีการเสนอให้รัฐบาลจัดทำ ซอฟต์แวร์ (Software) บัญชีเสียภาษีก็ดี บัญชีคงคลังก็ดีให้กับเอสเอ็มอีทั่วประเทศ เพื่อจะ ให้การทำบัญชีทำเล่มเดียว ป้องกันการทุจริตทั้งวีเอทีและหลาย ๆ เรื่องได้ในโอกาสเดียวกัน ถ้าระบบของเราใช้ระบบอี (E) หรือว่าไอที (IT) ที่ดีที่สุด อันนั้นก็เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการที่ท่านสายัณห์กล่าวถึงว่า การที่เราเสนอว่าให้มี หน่วยงานกลางเพื่อพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้นไม่ได้หมายความถึงว่า จะให้ ทุกอย่างมาผ่านตรงนี้ แต่ให้ตรงนี้เป็นคนกำหนดกรอบ การขอสิทธิประโยชน์ภาษีแต่ละเรื่อง อย่างเช่น วีเอทีก็ดีอาจจะกำหนดกรอบ เอฟทีเอก็ดีกำหนดกรอบไปเลย สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ของประเทศไทยก็คือว่าแต่ละธุรกิจก็ไปขอสิทธิพิเศษของตัวเอง อาทิเช่นยกตัวอย่าง กีฬา ก็ไปอย่างหนึ่ง ศึกษาก็ไปอย่างหนึ่ง เอสเอ็มอีทอง จิวเวลรี (Jewelry) ซึ่งอันนี้เป็นการขอเป็น ชิ้น ๆ หน่วยงานของรัฐก็ให้ ยกเว้นภาษีให้ ยกเว้นอะไรให้ แต่ว่าไม่ได้ดูภาพรวม เพราะฉะนั้นที่เสนอก็คือว่าอาจจะมีคณะกรรมการนโยบายภาษีเป็นคนวางนโยบายกรอบ เรื่องของการให้สิทธิประโยชน์ภาษี ไม่ได้หมายความว่าทุกอันจะต้องเข้ากรอบนี้
แล้วก็อันสุดท้ายที่ท่านสายัณห์พูดก็คือเรื่องของกฎหมายศุลกากร เรื่องสินบนนำจับ ผมเรียนว่าผมเองได้ต่อสู้เรื่องนี้มา ๒๐ กว่าปี กฎหมายเข้าสภาก็ปฏิวัติ ยกเลิก กฎหมาย ก็ถอนไปอีกสมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่เอา เอากฎหมายนี้ ออกไป รัฐบาลชุดนี้ทำแล้วนะครับแต่ว่าเขาไม่ยกเลิกเสียทีเดียว เขายังให้รางวัลนำจับสูงสุด ถึง ๑๐ ล้านบาท สมัยก่อนไม่มีวงเงิน อย่างที่ท่านสายัณห์ว่าจริง ๆ รัฐบาลต้องเสียภาษีเงินได้ ตรงนี้ไป ๕๕ เปอร์เซ็นต์ให้กับผู้จับอะไรรวมโหลงโจ้ง ๕๕ แล้วบริษัทผู้เสียภาษีไปหักเป็น รายจ่ายอีก รัฐบาลได้เงิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้รับเงินได้สินบนพวกนี้ได้เงินได้มาไม่ต้องเสียภาษีอีก ซึ่งเหล่านี้ต้องยกเลิก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คณะกรรมการของเราจะทำให้กฎหมาย ศุลกากรของเราเป็นกฎหมายที่มีมาตรฐานนานาชาติ ไม่ใช่กฎหมายที่กำหนดใช้ดุลยพินิจ ของเจ้าหน้าที่เพื่อเอารางวัลสินบนนำจับ เพราะฉะนั้นก็ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ แล้วก็ขอ กราบขอบพระคุณ และถ้าหากท่านสมาชิกท่านใดยังมีความเห็นใด ๆ ที่จะเสนอเกี่ยวกับเรื่อง โครงสร้างภาษีนี้ ทางคณะกรรมาธิการก็ยินดีจะรับเป็นหนังสือและนำไปปรับปรุงในการทำแผน ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ