สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘

ไพโรจน์ พรหมสาส์น หารือเรื่องภาษีอากรที่จำเป็นและสำคัญ โดยเสนอปรับปรุงกฎหมายระเบียบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มภาษีรายได้ให้เหมาะสม รวมถึงเสนอให้ใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทนภาษีอื่น ๆ และกำหนดอัตราภาษีต่ำในระยะแรก เพื่อเพิ่มภายหลัง และไม่ยกเว้นภาษีสำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีรายได้

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น สปช. ขออนุญาตกราบเรียนว่าในสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง จากคณะกรรมาธิการนั้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในหลักการในหลายเรื่องหลาย ๆ อย่าง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่า ภาษีอากรต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและสำคัญที่เราจะนำมาใช้จ่าย ทั้งในระดับประเทศ รวมทั้งระดับท้องถิ่นด้วย ในภาพรวมก็คงจะต้องหาทางที่จะเร่งรัดปรับปรุง แล้วก็คิดว่า ช่วงจังหวะเวลานี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะปรับปรุงกฎหมายระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้นแล้วทำไม่ได้ ผมจำได้ว่าเมื่อประมาณเกือบ ๒๐ กว่าปีมาแล้วผมกับ ท่านสมชัย ขอประทานเอ่ยนาม ได้พยายามหาทางที่จะปรับปรุงภาษีบำรุงท้องที่ ทำกันอยู่ ๒-๓ ปีเป็นรูปเป็นเล่มอย่างดีเลย ไปถึง ครม. ปรากฏว่าจบอยู่แค่นั้น ไม่เข้าคณะรัฐมนตรี ไม่ไปสภา แทบจะไม่น่าเชื่อว่าภาษีบำรุงท้องที่เราประเมินครั้งสุดท้าย เมื่อปี ๒๕๒๒ จากนั้นมาไม่ได้ประเมินอีกเลย ไร่ละ ๕ บาท แล้วก็ต่ออายุมาทุกปี ทุกปี จนกระทั่งทุกวันนี้ แล้วท้องถิ่นจะเอารายได้ที่ไหนมาในการใช้จ่าย นั่นเป็นสิ่งที่คิดว่า คงจะต้องใช้จังหวะเวลานี้ แล้วในการปรับปรุงแก้ไขนั้นก็จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ครับ ขอให้ระบบภาษีที่เราจะปรับปรุงแก้ไขนั้นเป็นระบบที่ถูกต้อง เป็นธรรม เสมอภาค แล้วสามารถที่จะนำไปใช้ในการจัดเก็บได้อย่างทั่วถึง แล้วทำอย่างไรจะให้ผู้ที่เสียภาษีทุกคน ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีถือว่า เป็นหน้าที่เสียภาษีด้วยความเต็มใจ ด้วยจิตสำนึกถือว่าเป็นหน้าที่ แล้วถ้าเขายื่นมาถูกต้อง เหมาะสม ตรงเวลา หรือก่อนเวลา อัตราภาษีขั้นต่ำ ๆ อาจจะยกเว้น ไม่เก็บด้วยซ้ำไป หรืออาจจะให้ส่วนลดพิเศษอะไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่านั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่เรา คงจะต้องมองดูว่าจะมีลู่ทางจะปรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามผมก็มี ข้อสังเกตบางประการว่า ในการจัดเก็บภาษีนั้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่าภาษีรายได้ของเรา คน ๖๕ ล้านคนเมื่อสักครู่ก็มีท่านผู้อภิปรายแล้วนะครับ คนที่มีรายได้เกินกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่จะเสียภาษีมีเพียง ๒๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง แล้วผมคิดว่าคนที่เสียภาษีรายได้ก็คงจะมีไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน อย่างมากเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น มันก็เป็นไปไม่ได้ที่คนเพียง ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน จะดูแลเลี้ยงดูผู้คนทั้ง ๖๕ ล้านคน ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่เราจะปรับช่วงหรือว่าในการที่จะปรับช่วงเงินได้ ของอัตราภาษีเงินได้ให้กว้างและสูงขึ้นเพื่อให้อัตราภาษีสูงขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่ รวมทั้งสามารถ ที่จะปรับให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและรายได้ของพี่น้องประชาชน ผมไม่ได้หมายความว่า ต้องไปเพิ่มอัตราภาษีมากมาย แต่ว่าปรับให้มันเหมาะสมยิ่งขึ้น อย่างเช่นช่วงว่างระหว่าง รายได้ที่ไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ไม่เก็บเลย ถูกต้องแล้ว ๑๕๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๕๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาทอะไร อัตรา ๑๕ ๒๐ ๒๕ เหมาะสมแล้ว แต่ทว่าจาก ๒,๕๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท น่าจะเก็บสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓,๐๐๐,๐๐๐-๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท สัก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้เราหยุดที่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปเสียภาษีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท เอาสัก ๓๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จากนั้นมาก็ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ๓๕ เปอร์เซ็นต์ สมมุติอย่างนั้น ก็จะได้ภาษีมามาก ๆ ขึ้น อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียน

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ อย่างที่กราบเรียนแล้วว่าเราจำเป็นที่จะให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฐานะมีรายได้เพียงพอที่จะไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หรือให้บริการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ แต่ทุกวันนี้รายได้ท้องถิ่นแย่มาก น้อยมาก ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดินซึ่งควรจะเป็นรายได้หลักก็กลับว่าไม่ได้เลยหรือได้น้อยมาก ภาษีก็ได้จาก ภาษีบำรุงท้องที่เล็กน้อย ภาษีโรงเรือนเล็กน้อย เพราะฉะนั้นการที่จะนำภาษีทั้ง ๒ อย่าง มารวมกันเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย แต่ว่าวิธีการที่นำเสนอนั้น อาจจะเร็วไปนิดหนึ่ง แล้วอาจจะไปไล่เก็บภาษีจากคนที่มีบ้านอยู่อาศัย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่านี้ ๆ มันก็เลยเกิดการต่อต้านอะไรขึ้นมาทันที ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ยังไม่ทันเข้าคณะรัฐมนตรี ยังไม่ทัน ได้ทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นก็ถึงเวลาครับที่จะต้องมาปรับปรุงในเรื่องนี้ ภาษีที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะที่ดินก็ถ้าเก็บกันจริง ๆ จัง ๆ อย่างทั่วถึง ที่ดินมันมีราคาเพิ่มขึ้น เป็น ๕ เท่า ๑๐ เท่า แต่ว่าต้องเก็บอัตราให้ต่ำเอาไว้ในระยะแรก ๆ และเพิ่มภายหลัง อาจจะกำหนดเพดานขั้นต่ำ ๐.๐๐๑ นี่ก็ภาษีจากที่ดินราคาไร่ละแสนบาทเป็นไร่ละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านคิดดูมันจะเท่าไร และอีกอย่างภาษีเหล่านี้ ภาษีบำรุงท้องที่ในที่ดินที่อยู่ในบริเวณ เดียวกันมันต้องเสียภาษีเท่ากัน ที่ดินของผมไปอยู่ข้างกับโรงแรม มูลค่าเขาเป็นร้อยล้านบาท พันล้านบาท แต่ว่าต้องไปเสียภาษีอัตราเดียวกันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ว่า จะต้องทำ รวมทั้งปรับปรุงภาษีโรงเรือนที่ดินด้วย ข้อสำคัญที่สุดขณะนี้ท่านทราบไหมครับ รัฐวิสาหกิจทั้งหลายซึ่งมีรายได้มากมาย ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ซึ่งเก็บเงินจากพวกเรา มากมายได้รับการยกเว้นครับ ไม่ต้องเสียภาษี ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนที่ดิน เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ควรจะยกเว้น ร่างกฎหมายที่เขากำลังจะออกมาไม่ยกเว้น ถ้าไม่ยกเว้น จะได้รายได้จากส่วนนี้มาเป็นจำนวนมาก แล้วก็สามารถที่จะเอามาทำนุบำรุงท้องที่ได้เป็น อย่างมากด้วยครับ ขอบพระคุณครับ