สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘

สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ หารือเรื่องการปฏิรูประบบภาษี โดยเห็นด้วยในหลายเรื่อง เช่น ยกเลิกเงินสินบนและเงินรางวัลที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร และเพิ่มภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าที่ฟุ่มเฟือย และยังเห็นด้วยในเรื่องการเก็บภาษีท้องถิ่นและภาษีสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการประกอบองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังและภาษีอากรแห่งชาติ และเรื่องการลดหรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ เห็นด้วยกับรายงานเรื่องการปฏิรูประบบและโครงสร้างภาษี มีเรื่องเห็นด้วยอยู่หลายเรื่อง ขณะเดียวกันก็มีเรื่องที่อยากจะเสนอแนะบางอย่างเพิ่มเติม ผมเห็นด้วยในเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบภาษีศุลกากรและสรรพสามิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องเกี่ยวกับศุลกากรนั้นผมอยากให้ได้มีการดูแลเรื่องเกี่ยวกับการยกเลิกเงินสินบนนำจับ และเงินรางวัล ซึ่งเป็นเรื่องที่ปรับภาษีอากรได้แล้ว ปรากฏว่าเงินเข้ารัฐเพียงแค่ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ไปเข้ากระเป๋าของผู้ชี้ให้จับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไปเข้ากระเป๋าของผู้ที่มีส่วนร่วม ในการจับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผมอยากจะให้ยกเลิก

เรื่องที่ ๒ ครับ การเพิ่มภาษีสรรพสามิต เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้า ฟุ่มเฟือยครับ เช่นเหล้า บุหรี่ เครื่องแก้วคริสตัล (Crystal) หรือภาษีที่เกี่ยวกับบันเทิง เช่น ไนต์คลับ (Night club) ดิสโกเธค (Discotheque) อาบอบนวด อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราน่าจะเก็บได้ มากกว่านี้ เมื่อปี ๒๕๕๕ เก็บได้แค่ ๑,๒๐๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง ถ้าเราเก็บตัวนี้มากขึ้น นอกจากว่าจะมีรายได้เข้ารัฐมากแล้วนี่ ผมว่าคนที่ถูกเก็บภาษีตรงนี้เขาไม่รู้สึกเดือดร้อนเท่าไร

เรื่องยกเลิกอากรแสตมป์เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ไปทำสัญญาอะไรนี่ ต้องแปะอากรแสตมป์เป็นแผ่น ๆ ซึ่งผมคิดว่ามันเสียเวลา ถ้าจะเก็บก็น่าจะออกใบเสร็จ ใบหนึ่งไปเลย ไม่ต้องไปติดอากรแสตมป์ให้เป็นภาระ แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่คิดว่ายังคงต้องเก็บ อากรแสตมป์อยู่ เช่น พวกธุรกิจบางอย่าง เช่นพวกอสังหาริมทรัพย์ เห็นด้วยครับกับการกำหนด ให้มีการเก็บภาษีท้องถิ่น แต่ต้องเป็นการก่อให้เกิดรายได้ในท้องถิ่นและมีวิธีการบริหารระบบ ภาษีที่เก็บได้ในท้องถิ่น ใช้อย่างมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพ

เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่าเราควรจะต้อง มีวิธีการจัดเก็บภาษี อย่างเช่นพวกกล่องแพคเกจจิง (Packaging) ต่าง ๆ ซึ่งย่อยสลายยาก มันควรจะต้องมีการจัดเก็บภาษี โรงงานตั้งที่ไหนและผลิตออกมาก็เก็บภาษีแล้วก็เข้าท้องถิ่นไปเลย

เห็นด้วยกับการมีคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังและภาษีอากรแห่งชาติ และเป็นอิสระ ผมอยากจะฝากว่าในเรื่องนี้องค์ประกอบควรจะเป็นผู้แทนภาคเอกชน มากกว่าผู้แทนที่เป็นภาครัฐและภาควิชาการ ขณะเดียวกันควรจะต้องมีผู้แทนจากเอสเอ็มอี เอสเอ็มอีทั่วประเทศไทยขณะนี้ตัวเลขที่ได้มา ๒๗๐,๐๐๐ ราย ผมสังเกตว่าผู้แทน ในคณะกรรมการชุดไหนก็แล้วแต่ ระดับชาติมีแต่ผู้แทนจากบริษัทใหญ่ ๆ จากสภาใหญ่ ๆ แต่ไม่เคยมีผู้แทนจากเอสเอ็มอีเข้าไปมีสิทธิมีเสียงแสดงความคิดเห็น ดังนั้น ผมคิดว่า ในองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ผมอยากจะให้มีผู้แทนจากเอสเอ็มอีเข้าไปด้วย

และเรื่องสุดท้าย เรื่องเกี่ยวกับการลดหรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยงานกลาง ผมอยากฝากว่าเรื่องนี้คงต้องพิจารณาทบทวนกันให้ดี เหตุผลเพราะว่าทุกวันนี้ประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศฟิลิปปินส์ หรือแม้ซีแอลเอ็มวี (CLMV) เขามีแพ็คเกจในการส่งเสริมการลงทุน จูงใจให้มีการลงทุนในประเทศของเขา ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน หรือส่งเสริมให้มีการลงทุนในประเทศไทย ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ให้บีโอไอเข้าไปพิจารณา แต่เป็นเพียงว่ากำหนดกรอบนโยบายว่า นโยบายการส่งเสริมการลงทุนนั้นจะต้องไม่ทำให้ ธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่บีโอไอส่งเสริมนั้นมีความสามารถทางการแข่งขันลดน้อยลง ตรงนี้เราต้องพิจารณา ขณะเดียวกันถ้าไปกำหนดว่าให้หน่วยงานกลางพิจารณา สิทธิประโยชน์ภาษีอากรที่เกิดจากเอฟทีเอ (FTA) เกิดจากเออีซี (AEC) มันก็ต้องมาเข้า คณะกรรมการกลางชุดนี้อีก ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของอาเซียน เป็นเรื่องระดับภูมิภาค ถ้าจะต้อง มากำหนดตรงนี้ ถ้าสมมุติคณะกรรมการกลางชุดนี้ดูแลก็จะเป็นปัญหาตามมาว่าถ้าอย่างนั้น เวลาไปเจรจา กระทรวงพาณิชย์ไปเจรจาจะเจรจาอย่างไร ต้องกลับมาขออนุมัติ จากคณะกรรมการกลางชุดนี้หรือเปล่า เรื่องนี้ผมก็อยากจะฝากว่าเป็นเรื่องที่เราคงต้องดูกัน ให้ละเอียดนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะไปมีหน่วยงานกลางไปดูแลเรื่องนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรจะต้อง เป็นเรื่องที่หน่วยงานเฉพาะกิจรับผิดชอบไป ซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญการอยู่แล้ว

โดยสรุปผมคิดว่าสิ่งที่รายงานในฉบับนี้ผมเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ เป็นเพียงฝากว่า ผมห่วงเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานกลางที่มาพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ภาษีอากร เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ