สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘

เตือนใจ สินธุวณิก ขอชื่นชมการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในเรื่องการปฏิรูปการเงิน การคลัง และภาษีอากร และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการปฏิรูปประเทศในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การสร้างคณะกรรมการภาษีอากรระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการปรับช่วงภาษีเงินได้ให้สูงขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในอัตราภาษี

นางเตือนใจ สินธุวณิก

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่น ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนชื่นชมการดำเนินงานคิดกลั่นสมองมาจากของคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลังค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน คือท่านอาจารย์สมชัย ฤชุพันธุ์ และที่ประทับใจอีกท่านก็คือ ท่านศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ ซึ่งท่านได้กรุณาชี้แจงทำให้เรา ได้เห็นประโยชน์หลายอย่างและดิฉันคิดว่าอยากจะขออนุญาตที่จะสนับสนุนท่าน ใน ๕ ประเด็นด้วยกันดังนี้ค่ะ

ดิฉันเห็นชอบมากที่สุดแล้วก็ถูกใจมากที่สุด คือเรื่องของการที่ท่านได้มีการเสนอ ให้มีการจัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในเรื่องของการปฏิรูปการเงิน การคลัง และภาษีอากร โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งเป็นครั้งแรกในประเทศ ก็คือคณะกรรมการนโยบาย การเงินการคลังและภาษีอากรแห่งชาติ ซึ่งก็จะทำหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการปฏิรูปภาษีอย่างถาวรและเป็นอิสระ ซึ่งอันนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะว่าหน้าที่ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติขณะนี้ที่ท่าน กำลังทำอยู่และเราทุกคนกำลังทำอยู่นั้น ดิฉันเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เราต้องสนับสนุนรัฐบาล ปัจจุบันค่ะ เพราะว่ามุ่งที่จะปฏิรูปประเทศในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องยากจริง ๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ในการเมืองปกติ มีการพยายามทำมานานแล้ว แต่ว่าครั้งนี้เราต้อง ช่วยกันทำให้สำเร็จค่ะ

อยากจะขอสนับสนุนอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลย ถ้าหากว่า จะมีการดำเนินการตั้งคณะกรรมการภาษีอากรระดับชาติ ซึ่งจะมีองค์ประกอบซึ่งก็เป็นครั้งแรก อีกเช่นเดียวกันที่จะมีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและภาคพี่น้องประชาชนซึ่งล้วนเป็น ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเป็นสเตคโฮลเดอร์ (Stakeholder) ของผู้ที่จะต้องเสียภาษีทั้งสิ้น ดังนั้นการทำเช่นนี้ดิฉันคิดว่าขณะนี้ภาคเอกชนเองหรือนักธุรกิจเองนั้นก็มีจุดมุ่งหมายที่จะ ช่วยกันขจัดสิ่งที่ไม่ดีหรือสิ่งบกพร่องในประเทศเรา ไม่ว่าเป็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ นั้น ถ้าหากว่านำนักธุรกิจเหล่านี้หรือเอกชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาร่วมกันดำเนินการให้ความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วก็การที่ทุกคนได้มาร่วมคิดร่วมทำ แล้วก็เสนอเกี่ยวกับเรื่องภาษีอากรระดับชาติเช่นนี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่ายเป็นอย่างดีค่ะ แล้วก็จะทำให้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ

ประการถัดไปที่ดิฉันอยากจะขอแสดงความเห็นว่าชื่นชมอย่างมาก ก็คือเรื่องของ การที่จะมีการแยกการเก็บภาษีของไทยออกเป็น ๒ ระดับ คือเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่น ซึ่งเก็บภาษีท้องถิ่นไหนก็ใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นนั้น ซึ่งอันนี้จากประสบการณ์ที่ดิฉันเป็นผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรีจะเห็นหลายที่ที่ลงไปตรวจนั้น ราชการบริหารส่วนกลางนำเงินซึ่งคิดว่า ไปบำรุงท้องที่หรือว่าไปจัดสร้าง ดิฉันได้มีสวนลิงนะคะ อยู่ที่จังหวัดหนึ่งไม่อยากเอ่ยชื่อ นำต้นไม้ไปปลูกเป็นประจำ ตั้งงบล้านกว่าบาททุกปี แล้วต้นไม้นั้นก็ไม่เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่นายก อบจ. เอง หรือว่า อบต. เองบอกว่าเขารู้ว่าต้นไม้อะไรที่จะอยู่ยืนนาน ไม่ต้องมา ตั้งงบปลูกอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้เป็นต้น และถนนหลายสายหรือสวนสาธารณะหลายสวน พอสร้างเสร็จก็ยกให้ อบต. หรือ อบจ. เป็นคนดูแล ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีงบประมาณส่วนนี้ค่ะ ดิฉันคิดว่าอันนี้จะแก้ไขปัญหาได้อย่างดีมากในการที่จะแยกภาษีออกเป็นทั้งระดับท้องถิ่น ให้พัฒนาท้องถิ่นของเขา

และที่เห็นด้วยอย่างยิ่งอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการปรับช่วงภาษีเงินได้ ของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยต้องขยายฐานภาษีเพื่อให้เข้ากับสังคมในปัจจุบัน แล้วก็ ระบบภาษีและเศรษฐกิจด้วย จากช่วงที่จะเสียภาษีสูงสุด ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั้น เพิ่มเป็น ๘,๐๐๐,๐๐๐-๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทอย่างที่คณะกรรมการหรือกรรมาธิการเสนอ ดิฉันคิดว่า เป็นเรื่องที่ดียิ่งขึ้น เพราะว่าจะเป็นกำลังใจกับผู้ที่ทำงานแล้วก็โดนเก็บภาษีเป็นประจำทุกเดือน เรียกว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นจะทำให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น อันนี้จะตรงกับคอนเซปต์ หรือความคิดของสภาปฏิรูปของเราในการที่จะสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมได้อย่างแท้จริง

ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะสรุปดังนี้ว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ ของเราจะต้องช่วยรัฐบาลซึ่งกำลังทำการปฏิรูปประเทศ แก้ไขในสิ่งผิด สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เราเรียกร้องกันก็คือเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับเรื่องของการจัดเก็บภาษีที่ดิน ภาษีสิ่งปลูกสร้าง เพียงแต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง อาจจะต้องไปคิดพิจารณาอย่างที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมอบหมายไป คือ มีการเพิ่มจำนวนเงินหรือว่าสิ่งปลูกสร้างในราคาให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน ในระดับชั้นกลาง ล่าง ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าจะทำให้การปรับระบบภาษีของไทยนั้นครบฐาน แล้วก็ทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม ขอโอกาสขอบพระคุณท่านประธาน และขอขอบคุณและชื่นชมกับคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ