วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ สนับสนุนการปฏิรูปภาษี โดยเฉพาะภาษีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมความเจริญทั้งในท้องถิ่นและประเทศชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมก็สนับสนุนเรื่องการปฏิรูปภาษีมาโดยตลอดนะครับ โดยเฉพาะยึดเรื่อง ความเป็นธรรม โดยเฉพาะความเป็นธรรมในแนวดิ่ง นั่นหมายความว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์ หรือมีความสามารถในการเสียภาษีมากก็ชอบที่จะจ่ายภาษีให้มากด้วย ผมยกตัวอย่างว่า ในการปฏิรูปภาษีครั้งนี้ถ้าเราเพ่งไปที่ภาษีท้องถิ่นก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะว่ามันสอดรับ กับการที่เราจะพยายามสนับสนุนให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง แล้วเราก็พยายามที่จะสนับสนุน ให้ชุมชนมารับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องสังคมผู้สูงอายุในอนาคต เพราะฉะนั้นคลังของชุมชน หรือของท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เป็นภาษีที่มีเหตุมีผลมาก ผมยกตัวอย่างภาษีทรัพย์สิน ท่านประธานครับ ภาษีโรงเรือนและที่ดินทุกวันนี้ คนจนต้องเสียภาษีมากกว่าคนรวย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยว่าบ้านเช่ากับบ้านอยู่อาศัยเอง คนรวยส่วนใหญ่มีบ้านอยู่อาศัยเอง คนจนส่วนใหญ่ก็ไม่มีบ้านตัวเองก็ไปอยู่บ้านเช่า แต่บ้านเช่าต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประมาณ ๑ เดือนครึ่งของค่าเช่า นั่นหมายความว่าคนจนที่เช่าบ้านเขาอยู่เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินก็ประมาณ ๓,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าคนจน แบกรับภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้วทุกวันนี้ แต่คนที่มีสตางค์มีบ้านอยู่เองไม่เสียภาษีครับ ถามว่าบ้านเช่ากับบ้านอยู่เอง ได้รับประโยชน์จากสาธารณูปโภคเท่ากันไหม เท่ากัน ดีไม่ดี บ้านอยู่เองได้รับมากกว่า เพราะเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่มีพื้นที่เยอะ แต่กลับเสียภาษีบำรุง ท้องที่หน่อยเดียว ถ้ามีเสียนะครับ ถ้าบ้านอยู่ในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดก็ไม่ต้องเสียแม้แต่ภาษี บำรุงท้องที่ เพราะฉะนั้นผมจึงว่าภาษีทรัพย์สินถ้าเรามาอธิบายกันดี ๆ เราก็ต้องบอกว่า บ้านที่อยู่เองได้รับประโยชน์ก็ต้องเสียด้วย ส่วนว่าเราจะยกเว้นให้เท่าไรอันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็เยอะมากแล้วครับ อันนี้เราก็ไต่ไป ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเราไม่นึกถึงบ้านเช่าที่คนจนเขาอยู่ เขาจ่ายทุกวันนี้ก็เดือนครึ่งนอกเหนือจากภาษีธรรมดา เพราะว่าเจ้าของบ้านเขาแอ็บซอร์บ (Absorb) ภาษีโรงเรือนและที่ดินไปให้ผู้เช่าทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นเวลาเราไปเช่าบ้านที่ไหนก็ตามเช่าที่ไหนทำ ออฟฟิศอะไรก็ตาม ผู้ให้เช่า จะบอกเลยครับว่าผู้เช่าโปรดจ่ายภาษีโรงเรือนด้วย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าทุกวันนี้คนจน รับภาระอยู่แล้ว แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลครับว่าบ้านที่ไม่ให้เช่า ทิ้งเอาไว้ว่างเปล่าก็ไม่ต้องเสีย เราทำไมส่งเสริมให้คนไทยไม่พยายามใช้สิ่งที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เรากลับให้ภาษี ไปสนับสนุนให้คนไม่ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของตัวเองว่า ถ้าคุณเอาไปเช่าคุณจ่ายภาษีนะ แต่ถ้าคุณทิ้งเอาไว้เปล่า ๆ ไม่อยู่ก็ไม่ต้องจ่าย อันนี้ผมว่ามันไม่มีเหตุผลเลยครับ แล้วเรา ต้องไปดูต่างประเทศนะครับ ท่านประธานครับ ต่างประเทศภาษีท้องถิ่นมันเป็นตัวกระตุ้น ความเจริญทั้งนั้นครับ เช่น ในหลายประเทศชนบทคุณเก็บภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีท้องถิ่นมา ต้องระบุเลยว่าท้องถิ่น ต้องเอาไปสนับสนุนการผลิตของคนในท้องถิ่นนั้น อย่างประเทศไต้หวันภาษีที่เขาได้มา เขาก็ไปสนับสนุนเรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ย ราคาถูก เรื่องเมล็ดพันธุ์พืชในราคาถูก เพื่ออะไร เพื่อส่งเสริมคนขยันว่าถ้าคุณขยันคุณก็จะได้รับประโยชน์ แล้วภาษีพวกนี้อีก ผมว่ามันต้องสร้าง ความเข้าใจให้คนไทยว่าพออย่างที่พูดไป พอเราไปสร้างความเจริญที่ดินมูลค่าเพิ่มขึ้น เยอะแยะเป็นลาภลอย เราก็ไม่เก็บ แล้วใครได้ ก็นักการเมือง ก็รู้อยู่แล้วว่าจะสร้างสะพาน จากที่เจริญข้ามไปฝั่งที่ไม่เจริญอยู่แถวไหน เช่นจากกรุงเทพมหานครไปฝั่งธนบุรี ฝั่งธนบุรี อยู่แถวไหน ก็ไปกว้านซื้อก่อน แถวพระราม ๕ ก็กว้านกันกันอุตลุด แล้วพอเปลี่ยนรัฐบาล ก็เปลี่ยนสะพานเพื่อเข้าสู่ที่ของกลุ่มหรือพวกตัวเอง ก็เพราะว่าเราให้มันมีลาภลอยแล้วเราไม่ไปเก็บ ประเทศไหนที่เจริญแล้วเขาก็เก็บ แม้แต่ในลาตินอเมริกาเขาพัฒนาเป็นระบบ แล้วก็ทำให้ ท้องถิ่นสามารถทำสาธารณูปโภคได้เยอะมากครับท่านประธาน เช่นเชื่อมถนน ๒ ถนน ทุกวันนี้มีซอยจากถนนใหญ่เข้าไปแล้วมันก็ตัน อีกถนนหนึ่งก็จากที่เจริญเข้ามามันก็ตัน เขาก็บอกว่าถ้าเราเชื่อมซอยที่ตัน ๒ ซอยเข้าด้วยกันแล้วมันนำมาซึ่งความเจริญตรงนี้ ทุกคนยินดีจะเสียภาษีเพิ่มไหมจากที่ดินที่คุณมีราคาเพิ่มขึ้น แน่นอน เขายินดีเสียกัน ที่ไหนก็ยินดีเสีย เมื่อยินดีเสีย ท้องถิ่นก็ตัดจ่ายไปก่อนแล้วก็เก็บคืนมา ท้องถิ่นก็สามารถมีเงิน ไปขยายสาธารณูปโภค ซึ่งมันก่อให้เกิดประโยชน์หรือมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินจำนวนมากได้อย่าง ไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเอง อย่างนี้มันก็สร้างความเจริญโดยคนที่ได้รับประโยชน์เป็นผู้ออกครับ ท่านประธาน แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าเอาภาษีทั่วไปแล้วก็ไปตัด แล้วก็เกิดลาภลอย แล้วคนรวยก็ได้ประโยชน์ เพราะคนรวยก็รู้อยู่แล้วว่าลาภลอยมันจะเกิดตรงไหน ก็ไปจองซื้อ คุณจะตัดถนนเชื่อม ฉันซื้อ ซื้อเสร็จก็ตัด เพราะฉะนั้นธุรกิจเก็งกำไรในที่ดินเต็มไปหมดครับ ท่านประธาน ผมพูดง่าย ๆ เลย พูดไม่อายเหมือนคนอื่น รัฐบาลประกาศจะไปลงทุนที่ไหน เช่นลงทุนอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern seaboard) ผมเรียนภาษีมาผมบอกตัวเองเลย ตามไปซื้อที่ดินที่อีสเทิร์น ซีบอร์ดได้เลย ทำไมครับท่านประธาน ก็หลวงหอบเงินมากมายเลย ไปทุ่มเท เราไปซื้อถนนติดทางเกวียนให้สุนัขมันฉี่ทุกวันเราก็รู้แล้วว่าเดี๋ยวหลวงก็มาตัดถนนให้ มีท่อระบายให้ ขึงไฟให้เรียบร้อย รู้ได้อย่างไร ก็ไปดูแผนอย่างไรการพัฒนา แล้วก็เป็นจริงครับ ท่านประธาน