ขวัญชัย เอี่ยมรักษา รายงานผลการศึกษาการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการบูรณาการระบบและความร่วมมือหลายภาคส่วน รวมถึงการจัดตั้งสํานักงานมาตรฐานและจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสุขภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ปฏิรูประบบบริหารจัดการระบบสุขภาพ ในคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข ขออนุญาตรายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ครับ ภายหลังจากที่ อนุกรรมาธิการได้รับมอบหมายให้ดําเนินการศึกษาเรื่องดังกล่าว มีการประชุม อนุกรรมาธิการทั้งสิ้น จํานวน ๑๓ ครั้ง และร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข สภาปฏิรูปแห่งชาติ ตลอดจนคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และมีการจัดสัมมนาการปฏิรูประบบสาธารณสุขภายใต้การปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย
๑. กลไก ประสานบูรณาการ นโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพระดับชาติ
๒. กลไก ธรรมาภิบาล ตรวจสอบ กํากับความโปร่งใสและประสิทธิภาพ การใช้งบประมาณ ตลอดจนทรัพยากรด้านสุขภาพ
๓. แยกบทบาทและโครงสร้างของเพลเยอร์ (Player) ในระบบสุขภาพ ให้ชัดเจน
๔. ปฏิรูปการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพอย่างครบถ้วน
เนื่องจากขณะนี้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนได้ขยายขอบเขตจาก เชื้อโรคต่าง ๆ เป็นปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมอันหลากหลาย ทั้งสังคม เศรษฐกิจ มลภาวะ ทั้งดินฟ้าอากาศ ซึ่งในการควบคุมคุณภาพจากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะส่งผลในวงกว้างต่อ สุขภาพของคนมากกว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของปัจเจกบุคคล ดังนั้นการแก้ไขปัญหา สุขภาพและปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงขยายขอบเขตมากกว่าที่จะเป็นหน้าที่ของ กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น จําเป็นที่จะต้องมีความร่วมมือในหลายภาคส่วน การขาดการบูรณาการ ของระบบทําให้การกําหนดยุทธศาสตร์ที่ไม่สอดคล้องทางด้านงบประมาณ นโยบาย ข้อมูล ไม่มีทั้งกลไกและผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลการคลังสุขภาพทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ทําให้ไม่สามารถรู้ภาวะการคลังที่ถูกต้อง อีกทั้งมีผู้เกี่ยวข้องที่หลากหลายและทุกหน่วยงาน มีอิสระในการเสนอนโยบายสุขภาพ ในมุมมองตามบริบทของแต่ละองค์กรที่มีเจตนารมณ์ ทั้งที่เหมือนและต่างกันที่สามารถเสนอต่อรัฐบาลได้โดยตรง ไม่มีขั้นตอน ไม่มีกฎ กติกา ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านสุขภาพ กลั่นกรองความเร่งด่วน ความจําเป็น รวมทั้งการศึกษาความเป็นไปได้ก่อนจะนําสู่การขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ
แนวคิดการปฏิรูประบบบริหารจัดการ
๑. ปรับบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้อภิบาลและกํากับ ระบบสุขภาพเรกูเลเตอร์ (Regulator) ลดบทบาทการเป็นผู้จัดบริการเฮลธ์ แคร์ โพรวายเดอร์ (Health care provider)
๒. มีกลไกอภิบาลการบูรณาการ ๓ ระดับ คือ
๑. คณะกรรมการนโยบายสุขภาพระดับประเทศ
๒. คณะกรรมการสุขภาพระดับเขต
๓. คณะกรรมการสุขภาพระดับท้องถิ่น
๓. หน่วยบริการทํางานร่วมกันเป็นเครือข่ายเพื่อใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพ สูงสุด
๔. จัดระบบสุขภาพที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยืดหยุ่นตามบริบท ของพื้นที่และภาคประชาชนมีส่วนร่วม
จากแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ปรับบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้อภิบาลและกํากับระบบสุขภาพหรือเรกูเลเตอร์ ลดบทบาทการเป็นผู้จัดบริการ หรือเฮลธ์แคร์ โพรวายเดอร์ และให้มีกลไกอภิบาลบูรณาการ ๓ ระดับ คือ
คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยง ระบบการดูแลสุขภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในกระทรวงเดียวกันและต่างกระทรวง ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานวิชาการอิสระต่าง ๆ จึงจําเป็นต้องมีคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลไกประสานและบูรณาการ นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพระดับชาติที่เป็นการอภิบาลโดยเครือข่ายเพื่อร่วมกัน กําหนดทิศทาง และร่วมกันอํานวยงานด้านสุขภาพให้เป็นไปในทิศทางแนวเดียวกัน เสริมกันและกันตามบทบาทหน้าที่ของตน เพื่อสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย สาธารณสุขของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ําในระบบสุขภาพ บริหารทุนที่มีอยู่ของประเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ และวางระบบสุขภาพของประเทศให้มีความยั่งยืน
คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน กรรมการจะมาจากหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับปลัดกระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานภาคประชาสังคมระดับชาติ เช่นสมัชชาสุขภาพ โดยมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นเลขานุการ
อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ มีอํานาจหน้าที่ กําหนดนโยบายสาธารณสุขและการพัฒนาสุขภาพตามนโยบายของรัฐบาล กําหนดทิศทาง และนโยบายด้านสุขภาพของประเทศทุกมิติ กลั่นกรองนโยบายสําคัญก่อนนําเสนอ คณะรัฐมนตรี กําหนดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการบูรณาการนโยบาย ด้านสุขภาพ วิเคราะห์และจัดทําข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทํางานเพื่อปฏิบัติงานตามความเหมาะสม
คณะกรรมการสุขภาพระดับเขต ให้แบ่งเขตสุขภาพของประเทศออกเป็น ๑๓ เขต ตามกลุ่มจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ในจํานวน ๑ เขตสุขภาพจะมีประชาชนประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ คน พื้นที่ประมาณ ๕-๗ จังหวัดเป็นกลไกเพื่อบูรณาการ เรื่องสุขภาพระดับเขต เพื่อร่วมกํากับทิศทางการดําเนินงานด้านสุขภาพให้เป็นไปตามนโยบาย และสนับสนุนการดําเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีส่วนร่วมของประชาชนกับการบริการสุขภาพ และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก มีคุณภาพบริการที่ดี คณะกรรมการสุขภาพ ระดับเขตที่มาจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วยการแต่งตั้งหรือคัดเลือกมาจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เป็นต้น
คณะกรรมการสุขภาพระดับท้องถิ่น โครงสร้างและหน้าที่จะสอดคล้อง เช่นเดียวกับระดับเขต คณะกรรมการสุขภาพระดับเขตและระดับท้องถิ่นจะทําให้เกิด ความเท่าเทียม การเข้าถึงบริการของประชาชน ทิศทางและการบูรณาการนโยบายสุขภาพ จะมีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ การบริหารงบประมาณด้านสุขภาพ และเมื่อเกิดโรค ที่ต้องเฝ้าระวัง เช่นโรคระบาดขึ้นในพื้นที่เขตสุขภาพ จะมีนโยบายรองรับการเปลี่ยนแปลง ด้านสุขภาพอย่างทันท่วงทีต่อสถานการณ์ จะมีธรรมาภิบาลและจริยธรรมในระบบที่เข้มแข็งขึ้น
นอกจากนี้คณะอนุกรรมาธิการยังเห็นควรให้จัดตั้งสํานักงานมาตรฐาน และการจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สมสส. เป็นองค์กรอิสระ เพื่อทําหน้าที่บูรณาการข้อมูลผู้ป่วยของทั้ง ๓ กองทุนสุขภาพเป็นฐานข้อมูลที่จะช่วยให้ การเบิกจ่ายที่มีมาตรฐานเดียวกัน ลดความเหลื่อมล้ําการรักษาพยาบาล และลดความซ้ําซ้อน การเบิกจ่ายให้กับโรงพยาบาลด้วย ปัจจุบันพบว่าการบริหารจัดการระบบข้อมูลข่าวสารสารสนเทศ การเบิกจ่าย และการบริการสุขภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ ข้อมูลไม่สามารถบูรณาการกันได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถ แลกเปลี่ยนข้อมูลบริการสุขภาพกันได้ ข้อมูลไม่มีคุณภาพทําให้ประชาชนไม่ได้รับ การรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น ปัจจุบันพยาบาลและเจ้าหน้าที่ สถานีอนามัยต้องใช้เวลากว่า ๑ ใน ๓ ของเวลามาทํางานจัดการกับรายงานและข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลการเบิกจ่ายของกองทุนประกันสุขภาพทั้ง ๓ ระบบ ซึ่งแตกต่างกัน แทนที่จะใช้เวลาเหล่านั้นไปกับการกํากับดูแลรักษาผู้ป่วย การบริหารจัดการข้อมูล สารสนเทศที่มีความหลากหลายไม่ใช้มาตรฐานข้อมูลเดียวกันเป็นภาระให้กับสถานพยาบาล เป็นอย่างมาก การปฏิรูประบบสารสนเทศ การเบิกจ่ายและการบริการสุขภาพ จึงมีความจําเป็นเร่งด่วนที่ประเทศควรดําเนินการ ยุทธศาสตร์ที่สําคัญที่ควรดําเนินการคือ การมีกลไกกลาง การจัดการข้อมูลข่าวสารสารสนเทศ การเบิกจ่ายและบริการสุขภาพ ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถดําเนินการให้ข้อมูลที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพสามารถบูรณาการ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี ข้อมูลสารสนเทศ ที่ได้สามารถนําไปใช้เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการและการอภิบาลระบบการเบิกจ่าย การคลังสุขภาพ และการบริการสุขภาพให้มีความโปร่งใสเกิดดุลยภาพระหว่างกองทุนกับ สถานพยาบาล และระหว่างสถานพยาบาลด้วยกัน เป็นประโยชน์สําหรับการบริการ ประชาชน ระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพจะนําไปสู่การกําหนดทิศทาง การจัดบริการสุขภาพที่มุ่งไปสู่เป้าหมายการลดความเหลื่อมล้ําในสังคม สํานักงานมาตรฐาน และการจัดสารสนเทศระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติหรือ สมสส. จะทําหน้าที่เป็นกลไกกลาง ในการกําหนดมาตรฐานข้อมูลระบบสารสนเทศ การประกันสุขภาพและบริการสุขภาพ ดําเนินการให้เกิดการบูรณาการกระบวนการการจัดส่งข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ การเบิกจ่าย การบริการสุขภาพเป็นศูนย์กลางบริการจัดการข้อมูลสารสนเทศ การประกันสุขภาพ และเป็นคลังข้อมูลบริการสุขภาพที่สนับสนุนบริหารจัดการบริการสุขภาพและงานวิจัย เพื่อให้เกิดระบบข้อมูลสารสนเทศการประกันสุขภาพและบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสและช่วยลดภาระงานของสถานพยาบาลในการจัดการข้อมูลการเบิกจ่าย ค่าบริการสุขภาพ กลไกที่ควรจัดตั้งเป็นหน่วยงานของรัฐไม่ใช่ส่วนราชการและไม่แสวงหากําไร เป็นองค์กรที่เป็นอิสระจากกองทุนประกันสุขภาพและสถานพยาบาล การจัดตั้ง สํานักงานมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศระบบข้อมูลสุขภาพแห่งชาติหรือ สมสส. นอกจากจะเป็นประโยชน์กับการบูรณาการ การทํางานของกองทุนประกันสุขภาพแล้ว ยังจะทําให้เกิดและรักษาดุลยภาพของการบริการจัดการ ตลอดจนอภิบาลระบบการเบิกจ่าย และบริการสุขภาพของประเทศ สามารถนําไปสู่การลดความเหลื่อมล้ํา การให้บริการสุขภาพ ในระบบต่าง ๆ ยังเป็นจุดตั้งต้นและการวางรากฐานการพัฒนาระบบสารสนเทศบริการสุขภาพ ของประเทศในภาพใหญ่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปฏิรูประบบสุขภาพของชาติให้ประชาชน ได้รับบริการสุขภาพที่ปลอดภัย เท่าเทียม มีคุณภาพ คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอให้รัฐบาล เร่งดําเนินการให้มีการจัดตั้งสํานักงานมาตรฐานและจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ ที่รัฐบาลดําเนินการอยู่ เพื่อสนับสนุนการปฏิรูประบบบริหารจัดการสุขภาพ สําหรับคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาตินั้น เพื่อให้มีการนําไปปฏิบัติอย่างแท้จริง จะเสนอให้มีร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบาย สุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. ....ขึ้นมารองรับกับข้อเสนอแนะของกรรมาธิการในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ