สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘

พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและประสิทธิภาพในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง พลเมืองที่มีคุณภาพและคุณธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในโอกาส พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ เสนอแนวคิดในการสร้างระบบสุขภาพที่มีคุณภาพ ที่มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และมีการจัดการกับภัยคุกคามต่อสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการบริหารจัดการทั้งระบบการเงิน การคลัง การจัดการกำลังคน เทคโนโลยี และหลักประกันสุขภาพ เพื่อสร้างบุคลากรที่สมบูรณ์พร้อมและมีคุณภาพ

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

ขอบพระคุณคะ ท่านประธาน ในลําดับของการนําเสนอนี้นะคะ ดิฉันจะขออนุญาตท่านประธานว่า ดิฉันจะเป็นผู้นําเสนอในภาพรวมกล่าวนําก่อน และหลังจากนั้นจะขอเรียนเชิญคุณหมอสุวัฒน์ นําเสนอในเรื่องของการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข ท่านพลอากาศเอก ขวัญชัย จะนําเสนอในเรื่องของการปฏิรูประบบการบริหารจัดการ ระบบสาธารณสุข และคณะของท่านนะคะ ส่วนดิฉันจะนําเสนอในเรื่องของการปฏิรูปการเงิน การคลังด้านสุขภาพ ส่วนการปฏิรูปในเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค คุณหมอณรงค์ศักดิ์ จะเป็นผู้นําเสนอ แล้วก็จะเสนอตามซีเควน (Sequence) เหล่านี้ อันนี้ขออนุญาตนําเสนอ โดยการฉายเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ขอเพาเวอร์พอยท์อันที่ ๑ เลยนะคะ ในการนําเสนอกรอบแนวคิดรวบยอดของการปฏิรูประบบสาธารณสุขนี้ ก่อนอื่นก็ขอ ทําความเข้าใจในเรื่องความหมายของระบบสาธารณสุข หรือเราเรียกกันไปกันมาเพื่อให้ มีความหมายกว้างขึ้นก็คือระบบสุขภาพ ซึ่งในความหมายของสุขภาพนั้นก็คือความสมบูรณ์พร้อม ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคมซึ่งเนื้อหาหรือว่าความเป็นมาในการปฏิรูปนี้ มันก็เริ่มต้นมาจากการที่การประชุมของ สปสช. ในการวาดฝันอนาคตของประเทศไทย ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า ซึ่งเราได้มีข้อเสนอแนะกันในหลายความฝันด้วยกัน ในหลายวิสัยทัศน์ ที่เราจะมองเห็นประเทศไทยเป็นไปอย่างไร แล้วก็ประมาณ ๓ เรื่องในวิสัยทัศน์เหล่านั้น ที่เชื่อมโยงกันกับว่าจะเกิดขึ้นได้ก็จะต้องมีระบบสุขภาพหรือระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ อันนั้นก็คือการทําให้ชุมชนเข้มแข็ง มีสมดุลอํานาจระหว่างส่วนบน และส่วนล่าง ที่สําคัญก็คือการจะสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พลเมืองที่มีคุณภาพและคุณธรรม แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ําในโอกาส ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างสําคัญต่อสิ่งเหล่านี้ที่สังคม จะเข้มแข็งได้ คนจะมีคุณภาพได้มันจะต้องมาจากความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ ที่คนจะต้องมีสุขภาพดีนะคะ ซึ่งก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศไทยที่เป็นที่ยอมรับกัน ในขณะนี้ ในปี ๒๕๗๕ หรือว่าในอีก ๒๐ ปีข้างหน้านะคะ ซึ่งมีวิสัยทัศน์ของความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน มีความมั่นคงจากการเมืองที่มีนิติธรรมและโปร่งใส มีความมั่งคั่งจาก เศรษฐกิจซึ่งพอเพียง แบ่งปันและแข่งขันได้ แล้วก็มีความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคม มีสันติสุข ไม่มีความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ทุกคนได้รับความเป็นธรรมในสังคม ทั้งหมดนี้ ก็ด้วยความช่วยเหลือด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนเหล่านี้ มียุทธศาสตร์ที่สําคัญ ๔ ยุทธศาสตร์ด้วยกันนะคะ เราทุกคนก็คงจะ ได้ผ่านกันมาแล้วในการประชุมของ สปช. ในหลายครั้งที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ที่สําคัญ ที่เกี่ยวข้องกับทางระบบสาธารณสุขก็มี ๒ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน คือการสร้างคนไทยยุคใหม่ การที่จะทําให้ประเทศมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืน จําเป็นจะต้องมีคนไทยที่มีคุณภาพ แล้วก็ต้องมี สังคมไทยที่เข้มแข็งแล้วก็มีคุณภาพน่าอยู่ได้เช่นเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทั้ง ๒ ประการนี้ ยุทธศาสตร์นี้จําเป็นที่จะต้องมีระบบสุขภาพเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วยนะคะ ดังที่ท่านจะเห็น ในสไลด์ (Slide) ต่อไป ถ้าเผื่อสังคมไทยจะน่าอยู่นี้จะต้องปฏิรูปหรือพัฒนาอะไรบ้าง เราก็ตกลงกันในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน เช่น เรื่องของตํารวจก็จะต้องมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และในหลาย ๆ เรื่องนั้นก็มีระบบบริการสาธารณสุข มีระบบส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคใหม่ ๆ ที่จะมาคุกคามเรา แล้วก็มีการจัดการกับระบบการเงิน การคลัง ทางด้านสุขภาพด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องสุขภาพนี้มันก็จะเชื่อมโยงไปในยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของการพัฒนาประเทศไทยนะคะ

สไลด์ต่อไปอันนี้เป็นความหมายของสุขภาพอย่างดิฉันคิดว่าทุกท่าน คงจะทราบดีนะคะว่า ในความหมายของสุขภาพ ระบบสุขภาพแล้วก็ระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่ในขณะนี้ว่าโดยความเข้าใจในทั่วไประบบสาธารณสุขนั้นจะต้อง ให้สมบูรณ์พร้อมก็จะต้องมีทั้งระบบการสร้างเสริมสุขภาพ ระบบการป้องกันโรค การคัดกรองโรค ระบบการรักษาพยาบาล ระบบการฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งหมดนี้ถ้าหากว่าได้เข้าถึงประชาชน อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ก็จะทําให้ประชาชนบรรลุถึงสุขภาวะได้นะคะ ความจริงแล้วการพัฒนาทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยได้ดําเนินมาเป็นเวลายาวนาน เริ่มตั้งแต่ในเรื่องของการกระจายบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพสู่ชนบท ในขณะที่ เรายังมีความเป็นเมืองต่ําอยู่ แต่ในขณะนี้ความเป็นเมืองสูงขึ้น บุคลากรกระจายได้ดีขึ้น โครงสร้างของระบบสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลในทุกระดับ สถานีอนามัยหรือ รพ.สต. ในขณะนี้ กระจายอยู่ในทุกตําบล ทุกอําเภอ แล้วก็ทุกจังหวัด แต่ในขณะเดียวกันเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ก็มีการปฏิรูปที่สําคัญก็คือการปฏิรูปให้ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยความหมายให้ประชาชนทุกคนได้มีหลักประกันสุขภาพ ไม่ให้เกิดการล้มละลายเนื่องจาก การรักษาพยาบาล ในขณะนั้นความครอบคลุมของการได้รับบริการสุขภาพ จากเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้ ทําให้ประชาชนประมาณ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทย ได้รับบริการสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกันในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็มีปัจจัยอันเนื่องมาจาก การเปลี่ยนแปลงของโลก ปัจจัยของโลกาภิวัตน์นี้เข้ามา รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ โครงสร้างของประชากร สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็ทําให้สภาวะ ทางด้านสุขภาพของประเทศไทยต้องการการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยที่สําคัญ ๆ ที่อยากจะเรียนให้ทราบ เช่น สังคมที่สูงวัย ขณะนี้ประเทศไทยในอีกประมาณ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีข้างหน้า เราจะเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ก็หมายความว่าถ้าเดินไป ๕ คน ๑ ใน ๕ ก็จะเป็นผู้สูงอายุแล้ว คือจะมีประมาณถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ซึ่งก็ส่งผลกระทบถึง สุขภาพ เพราะไม่ว่าจะได้รับบริการที่ครอบคลุมทั่วถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยวิถีของธรรมชาติ ผู้สูงอายุก็จะต้องเจ็บป่วยด้วยโรคอันเนื่องมาจากความเสื่อมของเซลล์ของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายซึ่งอันนี้เป็นโครนิค ดีซีส (Chronic disease) หรือโรคเรื้อรัง ซึ่งอาจจะไม่เพิ่ม การรักษาพยาบาลโดยตรง แต่ว่าในการรักษาพยาบาลในช่วงบั้นปลายของชีวิตนั้นบางครั้ง ใช้เทคโนโลยีที่สูงและราคาแพงมาก ปัจจัยที่คุกคามต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น อันนี้ก็ต้อง เรียนให้ทราบว่าเรามีองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพมากมาย แต่ในขณะนี้ รายงานล่าสุดก็ยังเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญของคนไทยก็ยังเป็นเหล้า และบุหรี่ อยู่อย่างเดิม รวมทั้งอุบัติเหตุต่าง ๆ นอกจากนั้นปัจจัยคุกคามจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นทั้งสังคม จะเป็นการลงทุนต่าง ๆ เรื่องของอุตสาหกรรมก็ยังทําให้คนถึงแม้ว่าจะมีพฤติกรรมสุขภาพ ที่ถูกต้องก็ยังไม่พ้นจากภัยต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน การขาดแคลนบุคลากรก็ยังมีอยู่ เช่น ที่สําคัญที่เห็นชัดก็คือการขาดแคลนพยาบาลซึ่งในขณะนี้ก็ยังขาดแคลนอยู่ถึง ๓๐,๐๐๐ คน แล้วก็ถ้าเป็นแพทย์ แพทย์ส่วนใหญ่ในขณะนี้ก็มีจํานวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่เราขาดคือ แพทย์เฉพาะทางที่จะทําให้ทีมแพทย์ในการรักษาพยาบาลโรคที่ฉุกเฉินหรือว่า โรคที่สลับซับซ้อนยังขาดแคลนอยู่ มีความต้องการในการใช้บริการสุขภาพเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในเรื่องของกฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วนะคะ อันนั้นก็เป็นผลพวงมาจากนโยบายทางด้านการเมืองด้วยเช่นเดียวกัน นโยบายเช่นนี้กระจายไปสู่ประชาชนอย่างรวดเร็วโดยวิถีการเมือง ทําให้ความต้องการ ทางด้านสุขภาพประชาชนตื่นตัวอย่างรุนแรงนะคะ ต้องเรียกว่า อย่างฉับพลัน ก็ทําให้ แสวงหาบริการสุขภาพมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของระบบสุขภาพ เปลี่ยนไม่ทันกับความต้องการของประชาชน เพราะฉะนั้นก็เกิดการขาดแคลน แล้วก็นํามาซึ่งความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการสุขภาพ นอกจากนี้ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยนั้นเราใช้ระบบของกองทุน ซึ่งรัฐบาลใช้จากภาษีของประชาชนนํามาซื้อบริการสุขภาพให้กับประชาชน ในขณะนี้ประเทศไทยมีกองทุนทางด้านสุขภาพที่สําคัญ ๆ อยู่ ๓ กองทุนด้วยกัน คือกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งดูแลประชากรส่วนใหญ่ประมาณ ๔๘ ล้านคน ๔๙ ล้านคน กองทุนสวัสดิการข้าราชการดูแลประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็กองทุนประกันสังคมดูแลประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐-๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็ยังมีปัญหา ความเหลื่อมล้ําในระหว่างกองทุน ซึ่งเป็นปัญหาที่พูดกันอยู่ตลอดเวลาในขณะนี้ ดิฉันจะกล่าวถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ในเรื่องของระบบการเงิน การคลังต่อไป เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงซึ่งเราได้คํานึงถึงแล้วก็คิดว่ามันยังต้องมีความจําเป็นที่จะทําให้ ระบบสุขภาพนั้นได้รับการพัฒนาหรือได้รับการปฏิรูปให้ดีขึ้น เพราะว่าสิ่งที่เราได้ ประสบความสําเร็จในขณะนี้ ก็คือประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้เกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อดูถึงผลลัพธ์ของการได้เข้าถึงบริการสุขภาพเหล่านั้นแล้ว มีผลกระทบอะไรบ้างต่อสุขภาพของประชาชนในแง่ของการเจ็บป่วย หรือการตาย ก็ต้องเรียนว่าผลคงไม่ใช่เป็นที่พอใจนักนะคะ เพราะประชาชนก็ยังเจ็บป่วยและตายด้วยโรค ที่สามารถที่จะป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอยู่ เช่นโรคเรื้อรังทั้งหลาย ข้อมูลล่าสุดในขณะนี้ที่ประเทศไทย ผู้ชายไทยสูญเสียปีที่มีสุขภาวะของตัวเองไปมากที่สุด จากโรคติดสุราเรื้อรัง แล้วก็สารเสพติดอันตราย โรคมะเร็ง แล้วก็โรคหัวใจ ผู้หญิงก็สูญเสีย ปีของสุขภาวะหรือที่เราเรียกกันว่าดาริส (DALYs) อันเนื่องมาจากโรคของหลอดเลือดหัวใจ โรคคาร์ดิโอวาสคูลาร์ ดีซีส โรคของเส้นเลือดในสมองตีบและแตกและซึมเศร้า เป็นเรื่องที่น่าสงสาร ปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญก็ยังเป็นเหล้าและบุหรี่อยู่เช่นเดิม ทั้งหมดนี้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง โดยที่จีดีพี (GDP) เติบโตไม่เท่ากับการเติบโตด้านค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพ อันนี้ก็เลยทําให้เราจําเป็นที่จะต้องปฏิรูป

วัตถุประสงค์ของการปฏิรูปก็ได้ระบุไว้ว่าเราอยากจะให้ข้อเสนอเกี่ยวกับ การปฏิรูปและกลไกในการปฏิรูปที่ทําให้ระบบสุขภาพเป็นระบบที่มีคุณภาพมากขึ้น ช่วยเหลือประชาชนให้บรรลุถึงสุขภาวะหรือสุขภาพที่ดีได้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นเราจะมีอัตราเกิด ของเราน้อย เกิดน้อยด้อยคุณภาพ เด็กไทยยังไอคิว (IQ) ไม่ถึง ๑๐๐ อยู่อีกเกือบ ครึ่งประเทศอะไรอย่างนี้ ก็คงเป็นผลต่อการพัฒนา เราต้องการระบบสุขภาพที่มีคุณภาพทั่วถึง เราทําได้ทั่วถึงอยู่แล้ว พอเพียงและยั่งยืน พอเหมาะกับสถานะทางเศรษฐกิจของเรา แต่ว่ามีประสิทธิภาพที่ทําให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ไม่มีความเหลื่อมล้ํา ทุกคนได้รับบริการตามสถานะทางด้านสุขภาพของเขาอย่างเป็นธรรมทุกคน อันนี้จะต้อง รวมไปถึงการบริหารจัดการด้านการเงิน การคลังที่มีคุณภาพ แล้วเราต้องคิดถึงภัยคุกคาม ทางด้านสุขภาพที่จะมา ไม่ใช่เฉพาะในประเทศ เพราะในขณะนี้การคมนาคม การสื่อสาร เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทั่วโลกสามารถจะติดต่อถึงกันในเวลาไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง เพราะฉะนั้น โรคซึ่งเกิดในซีกโลกอีกด้านหนึ่งจะมาถึงประเทศไทยใน ๑ วันเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ก็จําเป็น ที่เราจะต้องสร้างระบบป้องกันภัยคุกคามทางด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพนะคะ แล้วนอกนั้นที่สําคัญที่สุดก็คือถ้าประชาชนมีความรู้ด้านสุขภาพนําไปสู่พฤติกรรม ทางด้านสุขภาพที่ถูกต้องประชาชนก็พึ่งตัวเองได้ทางด้านสุขภาพ อันนี้ก็คงเป็นจุดหมาย ที่สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นในการปฏิรูประบบเราก็จะแบ่งเป็นการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข โดยการเน้นการปฏิรูปสุขภาพที่มีประชาชนและพื้นที่เป็นฐาน แล้วก็ระบบส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค จัดการกับภัยคุกคามต่อสุขภาพ ระบบการเงิน การคลังก็จะทําให้เกิด ความพอเพียง เกิดความยั่งยืน แล้วก็ลดคอนฟลิคท์ (Conflict) ที่เกิดขึ้นนะคะ จากข้อมูล ต่าง ๆ เหล่านี้ เรามีสมัชชาสุขภาพซึ่งมีการประชุมของประชาชนจากหลายภาคส่วน ที่จะมาให้ความคิดเห็นในทางด้านสุขภาพที่เป็นประโยชน์และข้อมูลทางด้านสุขภาพ อันนี้ดิฉันคิดว่าคงเป็นสไลด์ที่รวบยอดความคิดของเราว่าเรากําลังจะทําอะไรบ้าง

สไลด์ต่อไปนี้ก็คือวาระการปฏิรูประบบสุขภาพที่เรากําลังจะนําเสนอ เราจะปฏิรูปในระบบสร้างเสริมสุขภาพกับระบบส่งเสริมป้องกันภัยคุกคามสุขภาพ ทั้ง ๒ ระบบนี้จะต้องอาศัยการบริหารจัดการทั้งระบบการเงิน การคลัง ทั้งระบบการจัดการ กําลังคน ทั้งระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ แล้วก็ระบบหลักประกันสุขภาพ อันนี้คือการปฏิรูป ทั้งระบบบริหารจัดการทางด้านสาธารณสุข ทั้งหมดนี้ก็จะต้องอาศัยกลไกของการอภิบาลระบบ ที่มีคุณภาพ มีความเชื่อมโยงในเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐแล้วก็เครือข่าย รวมทั้งกลไกของตลาด ซึ่งมีความต้องการ มีการสนองให้ต่อความต้องการเหล่านั้นเป็นไปได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านสุขภาพซึ่งไม่ใช่การลงทุนเพื่อค้ากําไร ถ้าหากว่าเราสามารถจะจัดการกับทุกอย่าง ในระบบได้อย่างลื่นไหลและมีประสิทธิภาพก็จะนํามาสู่บุคลากร หรือคน หรือพลเมือง ของประเทศไทยซึ่งสมบูรณ์พร้อมทั้งสมอง ทั้งทักษะ เฮด (Head) แล้วก็แฮนด์ (Hand) สามารถที่จะมีทักษะในการประกอบอาชีพ ทักษะของชีวิตได้ รวมทั้งสุขภาพที่ดี และหัวใจ ที่มีจริยธรรม เป็นคนที่สมบูรณ์พร้อม เมื่อได้คนที่สมบูรณ์พร้อมมารวมกัน เราก็จะได้ แอคทีฟ ซิติเซน (Active Citizen) แล้วก็ไปสู่สังคมซึ่งมีคุณภาพ รวมทั้งถ้าคนที่มีคุณภาพ ไปรวมอยู่กันในทุกที่เราก็จะเกิดเมือง หรือจังหวัดที่มีสุขภาวะเช่นเดียวกัน อันนี้คือจุดมุ่งหมายที่สําคัญของการปฏิรูประบบสุขภาพ ก็คงจะขอทบทวนประเด็นสุขภาพ ประเด็นการปฏิรูปนี่นะคะ ทั้ง ๔ ประเด็นดังกล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบบริการ บริหารจัดการ ระบบการเงิน ระบบการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันและควบคุมโรค และภัยคุกคามต่อสุขภาพ สไลด์อันนี้คงเป็นสไลด์สุดท้ายที่อยากจะเรียนสรุปว่าในแต่ละการปฏิรูป ในแต่ละระบบ มันมีแอลละเมนท์ (Aliment) ที่สําคัญอย่างไรบ้าง เช่นการปฏิรูประบบบริการนี้ ก็จะเน้นที่ปฐมภูมิเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ระบบสนับสนุนต่าง ๆ รวมทั้งการใช้แพทย์แผนไทย เข้ามาช่วยในระบบบริการสุขภาพด้วย ระบบบริหารจัดการก็จะเน้นเรื่องกลไกการบูรณาการ นโยบาย แล้วก็ยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ รวมทั้งทางด้านการเงิน การคลังที่จะเน้นการสร้าง ค่าใช้จ่ายหรือว่าการบริหารจัดการด้านการเงินโดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้องมีคุณภาพ รวมทั้ง การกระจายอํานาจการบริหารทั้งหมด รวมทั้งการบริหารการเงินไปสู่ท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์นะคะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้านจะได้นําเสนอต่อไปนะคะ เพราะฉะนั้นในวาระต่อไปดิฉันขอเรียนเชิญคุณหมอสุวัฒน์ได้นําเสนอในเรื่องของการปฏิรูป ระบบบริการสุขภาพ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน