ไพศาล จันทรพิทักษ์ อภิปรายเรื่องการผลักดันให้รัฐธรรมนูญมีมาตราเกี่ยวกับหน้าที่ของพลเมืองในการดูแลสุขภาพส่วนตัวและครอบครัว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังเสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญระบุหน้าที่ของพลเมืองในการดูแลสุขภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ
นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์
กรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นาวาอากาศเอก นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ กรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขด้วย แล้วก็กีฬา ขออนุญาตอภิปรายให้ความเห็นทั้ง ๓ วาระติดต่อกันโดยเป็นภาพรวมนะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเป็นเรื่องที่อยากจะพูดว่าในระหว่างทํางานก็มีเรื่องที่ทั้งดีใจ แล้วก็เสียใจ ดีใจก็คือกรรมาธิการกีฬาได้มีการเสนอการบรรจุ คําว่า กีฬา ไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็ได้รับการบรรจุไว้ในร่างแล้วนะครับ แต่ที่เสียดายและเสียใจก็คือเรื่องของการที่เรา ในฐานะเป็น ๑ ในกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข พยายามจะผลักดันในการที่จะให้ ประชาชนหรือที่ใช้คําว่า บุคคลมีหน้าที่ในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพส่วนตน บุคคลในครอบครัว และสังคม โดยรัฐมีหน้าที่ส่งเสริมศักยภาพ รวมทั้งการให้ข้อมูล ด้านสุขภาพที่ถูกต้องและทันสมัยแก่ประชาชน ซึ่งเป็น ๑ ใน ๘ เรื่องที่เสนอให้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่ได้รับการบรรจุเข้าไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เท่าที่ทราบนะครับ ต่อมาเราก็พยายามจะผลักดัน ก็มีการทําจดหมายถึงประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ก็เสนอเรื่องนี้เข้าไปใหม่ แต่ว่าก็มีการอาจจะไปบรรจุไว้ ผมอยากจะอ่านให้พวกเราที่เป็นสมาชิกได้ทราบว่าในมาตรา ๒๗ ที่ระบุถึงหน้าที่พลเมือง พลเมืองมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑. ปกป้องและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
๒. หน้าที่คือป้องกันประเทศ รับราชการทหาร รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
๓. มีหน้าที่เสียภาษีอากรโดยสุจริต
๔. มีหน้าที่ใช้สิทธิทางการเมืองโดยสุจริตและมุ่งถึงประโยชน์ส่วนรวม
แล้วก็เป็นข้อที่ ๕ ที่อาจจะมีการเติมเข้าไป แต่ยังไม่ได้ทราบว่ามันจะเป็นจริง หรือเปล่า ข้อนี้จะเขียนว่าหน้าที่ของพลเมืองคือช่วยเหลือราชการ ช่วยเหลือในการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือในการป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ หน้าที่ในการรับการศึกษาอบรม ประกอบอาชีพและวิชาชีพโดยสุจริต และสุดท้ายก็มีให้เติมว่า รวมทั้งการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว อันนี้เป็นข้อที่ได้เสนอเข้าไปใหม่นะครับ แต่ว่าที่จะโยงถึงวาระที่เราคุยกันก็คือว่าสิ่งที่เราพบเห็นก็คือการที่แพทย์ไม่พอ พยาบาลไม่พอ เตียงเต็ม งบประมาณไม่พอ ทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่ความไม่เพียงพอทั้งสิ้นจนเราต้องหาทางปฏิรูป แต่สิ่งหนึ่งที่จะทําให้ลดในเรื่องความไม่เพียงพอเหล่านี้คือลดการที่เราไม่เจ็บป่วย หลายท่านในที่นี้ ได้พูดถึงอาจจะต้องเอ่ยถึงท่านสืบพงศ์ ท่านชาลี หรือว่าท่านณรงค์ที่พูดถึงเรื่องของ การดูแลสุขภาพว่าเป็นสิ่งที่มีความสําคัญ เมื่อสักครู่นี้หลายท่านก็พูดถึงการแพทย์ การแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย ไม่ว่าจะเป็น การแพทย์แผนอะไรนะครับ ผมอยากจะใช้ว่า การแพทย์ที่ดีที่สุดคือการแพทย์สามัญสํานึกนะครับ อยากจะให้ท่านช่วยจําคํานี้และช่วยไปเผยแพร่ด้วยนะครับว่าพวกเราควรจะมีสามัญสํานึก ในการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่พวกเราอย่างเดียวนะครับ หมายถึงประชาชนชาวไทยนะครับ ถามว่าคนเราอย่าอ้วนนี้ทราบไหม ทุกคนทราบ รับประทานอาหารอย่างที่เมื่อสักครู่นี้ หลายท่านทราบว่ารับประทานอะไรดี อะไรไม่ดี ทราบไหม ออกกําลังกายดีอย่างไรทราบไหมนะครับ ไม่รับสารอันตรายเข้าร่างกาย ผมจะให้ อ ทั้งหมด ๘ อ ด้วยกันนะครับ ไม่รับสารอันตราย เข้าร่างกาย ทราบไหมครับว่าเป็นสามัญสํานึก ท่านที่สูบบุหรี่ ท่านที่ดื่มสุรา ท่านที่กินเหล้านะครับ อย่าอดนอน ทราบไหมว่ามันไม่ดีเพราะว่าจะทําให้ความดันวันรุ่งขึ้นท่านสูงขึ้น แล้วท่านก็ ไม่มีความรู้สึกว่าสดชื่น ท่านต้องไปเช็กอัพ (Checkup) อัพเดท (Update) สุขภาพของท่าน ท่านทราบไหม อารมณ์ที่ท่านควรจะควบคุมให้ได้ ท่านทราบไหม แล้วก็ อ ที่ ๘ ในเรื่องของ การที่จะดูแลสุขภาพคือการป้องกันโรคก็คืออิมมูไนเซชัน (Immunization) อันนี้ต่าง ๆ เป็นเรื่องของการแพทย์สามัญสํานึก ซึ่งผมอยากจะโยงไปถึงว่าถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญมีความกล้าหาญที่จะเขียนไปว่าประชาชนพลเมืองจะต้องมีหน้าที่ ในการดูแลสุขภาพ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในเรื่องของการดูแลสุขภาพนี้จะลดลงแน่ ๆ ดูได้อย่างไรบ้าง เมื่อประมาณสัก ๓ อาทิตย์ที่แล้ว กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา เราลงไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นะครับ มีการแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย เราก็ไปดู ไปเยี่ยมชมนะครับ ก็มีท่านหนึ่ง อายุ ๑๐๔ ปี มาแข่งขัน ๔ คูณ ๑๐๐ แต่ท่านเป็นไม้ที่จะเป็นการเดินนะครับ มีอายุ ๙๙ ปี มาแข่งวิ่ง มีอายุ ๘๕-๘๙ ปี มาแข่ง ๔ คูณ ๔๐๐ นะครับ ท่านเหล่านั้นมีสุขภาพดีถามว่า มีอินเซนทีฟ (Incentive) อะไรให้คนเหล่านั้นไหม เรากําลังบอกว่าความเหลื่อมล้ํา คนที่ดูแลสุขภาพดีตลอดไม่เคยไปใช้บริการทางการแพทย์เลย ไม่เคยไปใช้งบประมาณ ทางการแพทย์ของรัฐเลย กับคนที่ไม่ปฏิบัติตัวเลย ไม่ระมัดระวังเลยนะครับ แล้วการดูแลสุขภาพที่บอกว่าการแพทย์สามัญสํานึกที่ผมว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีฐานะ อย่างไรก็ตาม มีสิทธิที่จะปฏิบัติตัวเหมือนกัน คนที่หาเช้ากินค่ําท่านลองดูนะครับ อ้วนไหมครับ มีอ้วน มีความดันโลหิตสูง มีเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมคิดว่าการที่เราจะผลักดันในเรื่องนี้ ผมยังอยากเสนออีกครั้งหนึ่งนะครับว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โปรดพิจารณา อีกครั้งหนึ่งนะครับว่าการที่เราระบุว่าพลเมืองควรมีหน้าที่นั้น จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก แล้วจะลดค่าใช้จ่ายลงนะครับ แล้วจะเป็นคุณูปการกับประเทศไทยด้วยนะครับ เพราะว่า ถ้าเรากําหนดให้มีหน้าที่แล้ว ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ผมเชื่อว่าค่าใช้จ่ายบริการทางการแพทย์ สิ่งที่เรากําลังจะปฏิรูปอะไรต่าง ๆ ที่เรากําลังพูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ นั้นนี้ ผมคิดว่า ปัญหาจะเบาบางลงมากเลยนะครับ ขอบคุณครับ