สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘

เทียนฉาย กีระนันทน์ เสนอแผนปฏิรูประบบการเงินด้านสุขภาพ โดยเห็นด้วยกับการจัดตั้ง "เนชันแนล เฮลธ์ โพลีซี บอร์ด" แต่คิดว่าควรเป็น "เนชันแนล เฮลธ์ บีโลว์" ที่บูรณาการดูแลสุขภาพทั้งหมด นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการบริหารจัดการโรงพยาบาลและระบบสุขภาพในประเทศไทย รวมถึงเรื่องงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข โดยเรียกร้องให้แยกงบเพื่อใช้ในเรื่องของค่าหัวยา และให้ประชาชนมียาดีในการรักษา

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมคงไม่อภิปราย แบ่งวาระนะครับ ขออนุญาตรวมไปเลย เสนอใน ๓ ประเด็นนะครับ

ในเรื่องที่ ๑ เรื่องของสุขภาพซึ่งนิยามขององค์การอนามัยโลกอย่างที่ กระทรวงสาธารณสุขได้นํามาใช้ ในเรื่องของการปราศจากโรค เรื่องของความสมบูรณ์ทางจิต และสังคมนี้นะครับ จะเห็นว่างานมันค่อนข้างจะกว้างมากขึ้น ไม่ใช่อยู่เฉพาะในส่วนของ การที่จะรักษาโรคอย่างเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับข้อเสนอ ของการปฏิรูประบบการเงินด้านสุขภาพที่เสนออยู่ในเรื่องที่ ๔ ข้อที่ ๓ เรื่องการจัดตั้ง เนชันแนล เฮลธ์ โพลีซี บอร์ด แต่ผมคิดว่าจริง ๆ เฉพาะโพลีซีคงไม่พอนะครับ อาจจะเป็น เนชันแนล เฮลธ์ บีโลว์ (National Health Below) เลยที่จะดูแลในเรื่องนี้นะครับ ผมว่าถ้าดูแลเฉพาะโพลีซีหรือนโยบายอย่างเดียว บางทีเขาทําหรือไม่ทํามันก็ไม่สามารถที่จะ ไปบูรณาการได้ จะเห็นว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการรักษาสุขภาพ อย่างเดียว เป็นเรื่องของการดูแลในเรื่องของการป้องกันไม่ให้มีมลพิษหรือว่าเรื่องของการ โภชนาการ ซึ่งรวมอยู่ในนี้ค่อนข้างมาก น่าจะบูรณาการ มีองค์กรหนึ่งซึ่งอาจจะต้องเชื่อมโยง หลาย ๆ กระทรวงเข้าด้วยกัน ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นในหน่วยงานตรงนี้ ก็ค่อนข้างเห็นด้วยว่ามันคงไม่ใช่เฉพาะโพลีซี ถ้าเป็นเนชันแนล เฮลธ์ บีโลว์เลย จะเป็นไปได้ไหม ในการที่จะดูแลตรงนี้นะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ คือจะเห็นว่าขั้นตอนของการที่คนจะเจ็บป่วย มันเริ่มตั้งแต่ โภชนาการและขณะนี้จะเห็นว่ามีโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่ใช่เป็นโรคติดต่อค่อนข้างเยอะ โรคเบาหวาน โรคสารพัดโรค โรคความดันที่เกิดจากการบริโภคยูอาร์ วอท ยูอีท (You are what you eat) กินอะไรเข้าไปก็เป็นแบบนั้น แล้วก็การเตรียมคน หมายความว่า การรักษาคน ในเบื้องต้น เมื่อเขาเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นหวัดคัดจมูกอะไรก็แล้วแต่ ขณะเดียวกันรุนแรงขึ้น ก็คือไปหาหมอเฉพาะทาง เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้าแบ่งได้ดี มันก็จะสกัดคนที่เข้าไปแออัดกันที่โรงพยาบาลจังหวัด จะเห็นว่าขณะนี้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัดรับบทหนักมาก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายไม่พอนะครับ บางโรงพยาบาล แทบจะชักหน้าไม่ถึงหลัง สมัยก่อนยังมีกองทุนมีอะไรต่ออะไรขึ้นมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ประจําจังหวัดมีเป็นร้อยล้านบาท แต่ตอนนี้หมดเนื้อหมดตัวแล้วแทบจะไม่เหลือ เท่าที่กระผมเคยไปเยี่ยมคนไข้มา แม้กระทั่งพยาบาลที่จะไปเช็ดตัวตอนนี้ก็ตัดงบไปหมดแล้วนะครับ อยู่เวรก็โดนตัด เพราะฉะนั้นผลพวงต่าง ๆ ในเรื่องชักหน้าไม่ถึงหลังมันจะไปออกกับ ประชาชนทั่วไปหรือคนไข้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมคิดว่าการที่จะผ่องถ่ายอํานาจ ในประการที่ ๒ ไปสู่องค์การบริหารส่วนตําบลหรือไปสู่การปกครองส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ควรจะ เร่งกระทํา ก็มีนโยบายในการเปลี่ยนศูนย์อนามัยเป็น รพ.สต. ก็ไปสังกัดกับ อบต. ประมาณสัก ๓๐ กว่าแห่ง ถ้าจําไม่ผิดที่ดําเนินการ ลองทดลองไปแล้ว เพียงแต่ว่าถ้าจะทําในส่วนนี้ท่านต้องไปแก้กฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย เพราะว่ากฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นบอกไว้เพียงแต่ว่า เขามีหน้าที่ในการที่จะ ป้องกันและระงับเท่านั้นเอง ที่ไปรักษาหรือไปเตรียมการในเรื่องต่าง ๆ บางทีทําไม่ได้ อยู่นอกเหนือกฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้กระทั่ง จะฉีดยารักษาสุนัขยังทําไม่ได้ เพราะว่าไม่ใช่หน้าที่นะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการที่ผ่องถ่าย ในส่วนอํานาจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนนี้ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ อบต. ขึ้นมานี้นะครับ ให้เขาทํางานได้ ขณะเดียวกันก็จัดสรรงบประมาณในการที่ดําเนินการตรงนี้ได้ ตั้งแต่รณรงค์ ในเรื่องของโภชนาการในการที่จะรักษาเบื้องต้น การคัดกรองคนในระดับต้นเพื่อไม่ให้ไปสู่ โรงพยาบาลที่ใหญ่ขึ้น ๆ มันทําให้ลดคนตรงนั้น บริการตรงนั้นก็สามารถทําให้เป็นเรียกว่า โรคเฉพาะทาง ได้ง่ายขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนการที่เราจะโอนอํานาจในส่วนนี้ ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะต้องแก้กฎหมายบางตัวก็ไปแก้เสีย การจะตั้งงบประมาณช่วยเหลือ ผมคิดว่าเท่าที่คุยกับนายก อบต. หลายท่าน ท่านก็บอกว่า บางครั้งตอนนี้ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับโอน รพ.สต. ไปแล้ว เขาก็มีการส่งคน ไปเรียนพยาบาลวิชาชีพ อาจจะไม่ถึงขั้นหมอนะครับ พยาบาลวิชาชีพประจําอยู่ก็คงจะ พอเพียงในการที่จะเริ่มต้นตรงนี้ แต่สิ่งสําคัญก็คือเขาสามารถระงับคนที่จะเข้าไปสู่ โรงพยาบาลใหญ่ ลดปริมาณคนตรงนั้นได้ค่อนข้างมาก ไม่ไปแออัด ที่โรงพยาบาลใหญ่ ขนาด มีเรื่องเล่าว่าครู ซี ๕ ไปตรวจสุขภาพ เนื่องจากโอพีดี (OPD) ของเขาคนแน่นมากตอนเช้า หมอแกก็ตรวจเสร็จแกก็จ่ายยาเลย จนกระทั่งคุณครูท่านนี้ท่านก็บอกว่าหมอรู้แล้วหรือว่า ผมเป็นอะไร บอกรู้แล้ว บอกหมอสเต็ด (Stead) หมอยังไม่เข้าหูเลย ฟังออกมานี้รู้แล้ว จ่ายยาออกมาแล้วเร่งด่วนถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเราผ่องถ่ายตรงนี้ไป ในส่วนอํานาจต่าง ๆ อาจจะมีงบให้บ้างหรือไม่ให้ ผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ช่วยตัวเองได้หลายเรื่องนะครับ เรื่องนี้ก็คิดว่าน่าจะดําเนินการเพื่อจะลดภาระในส่วนข้างบนลงไป

ในประการที่ ๓ ซึ่งเป็นประการสุดท้าย ผมคิดว่าเรื่องราวต่าง ๆ ตอนนี้ งบประมาณไปรวมหมดของกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็มี สปสช. มาอยู่ตรงกลาง ขณะนี้บริหารจัดการในเรื่องค่าหัวอีก ๒,๘๙๕ บาทต่อหัว ๔๙ ล้านคนในขณะนี้ประมาณสัก ๑๓๐,๐๐๐-๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้งบประมาณจะเห็นว่ารวมหมด ทั้งเงินเดือน จะไปสร้างอาคารผู้ป่วยหรือแม้กระทั่งในเรื่องของหยูกยา ยาก็มีปัญหา ยาแพง ในเรื่องของคอมพัลซอรี ไลเซนซิง (Compulsory Licensing) ก็มีอีก ในการที่ต้องจ่ายยาแพง เพราะฉะนั้นหลายเรื่องหลายราวตรงนี้ถ้าแยกงบได้ไหม งบในส่วนของยาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจะให้ประชาชนได้มียาดีได้ใช้บ้าง ไม่ใช่พองบเหลือน้อย เงินเดือนลดไม่ได้ แต่ยาลดได้ ประชาชนก็ลําบากอีก เพราะฉะนั้นถ้าแยกงบว่าส่วนของการที่จะสร้างอาคารผู้ป่วยหรือเรื่องยา ที่จะต้องใช้ยาดีกันออกไปส่วนหนึ่งได้ไหม แต่ส่วนเงินเดือนที่เป็นงบประจําก็ว่ากันไปตามนั้นเลย เพราะเงินเดือนมันลดไม่ได้อยู่แล้ว ขออย่างเดียวคือการป่วยไข้ของประชาชนทั่วไปนั้น อย่าไปเสี่ยงต่อการใช้ยาถูก ๆ หรือแม้กระทั่งยาบางตัวที่ไม่ค่อยแน่ใจเพราะว่าตัวยานั้นลดได้ ประชาชนไม่รู้ แต่เงินเดือนหมอลดไม่ได้ ผมก็ค่อนข้างจะเห็นใจนะครับเพราะว่าคุณหมอต่าง ๆ จะเห็นว่าท่านก็จะบ่นอยู่ตลอดเวลาว่างานหนัก เงินน้อย และเครียดอีกต่างหาก เพราะไม่รู้ จะถูกฟ้องเมื่อไร เพราะฉะนั้นถ้าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถประมวลได้ เงินก็ไปได้สะดวกหน่อย ประชาชนก็ได้ใช้ยาดี ขณะเดียวกันคุณหมอก็ไม่ได้เครียด กลัวที่จะถูกฟ้อง งานนี้ล่ะครับ ผลพวงจะไปออกเป็นผลที่ดีต่อประชาชนทั่วไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณนะครับ เข้าใจว่าอาจารย์วิริยะยังไม่เข้ามา เชิญคุณจิรวัฒน์ เวียงด้าน ครับ เชิญครับ