ชาลี เจริญสุข หารือเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการรณรงค์ให้ประชาชนทานผักมากกว่าเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโรคกาฬหลังแอ่นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปสาธารณสุขวางแผนและจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อจากแรงงานต่างชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม นายชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ต้องขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข ต้องบอกว่าทํารายงานได้ละเอียด ผมก็คงจะต้องขออภิปรายใน ๒ วาระเท่านั้นเอง แต่คงใช้เวลาไม่มากนะครับ
วาระแรกก็คือเห็นด้วยในเรื่องของการที่เราจะป้องกันก่อนที่จะเป็นโรค ฉะนั้นก็คงสนับสนุนว่าในสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราบุคคลภายนอกอาจจะไม่ทราบว่า เราปฏิรูปแล้วเรื่องสุขภาพ คือในห้องอาหารของเรามีอาหารเพื่อสุขภาพก็คืออาหารมังสวิรัติ ทุกมื้อ แล้วผมก็เองเป็นแฟนคลับกับหลาย ๆ ท่านที่อยู่บนเรด เทเบิล (Red table) ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข เห็นหน้าเห็นตาก็จะเป็นขาประจํา นี่คือก้าวแรกครับว่าถ้าเราต้องการที่จะไม่เป็นโรค เราก็ต้องคํานึงถึงสุขภาพ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็ต้องบอกว่าเป็นผู้ที่ละเอียด เป็นผู้นํา ฉะนั้นผมจะต้องเรียนท่านผู้มีเกียรติและเพื่อนสมาชิกว่า ต้องมาช่วยกันรับประทานอาหารในห้องอาหาร และที่สําคัญผมเองเป็นต้นแบบที่เคยประสบปัญหา เรื่องสุขภาพมาแล้ว ก็คือก่อนนั้นบริโภคเนื้อเยอะมาก ไปตลาดต้องซื้อเนื้อก่อนไม่ซื้อผักเลย ปรากฏว่าไปตรวจสุขภาพทางจังหวัดจัด ก็ไปตรวจเลือดปรากฏว่ามีอาการของค่อนข้างเสี่ยงที่จะเป็นโรค ก็หมายความว่ามีสารพิษ อยู่ในอาหาร ผมก็ปรับใหม่ทานเจเสร็จก็มาทานมังสวิรัติ ไปตรวจอีกครั้งปรากฏว่าปลอดภัย ตัวผมเองเป็นเครื่องยืนยันว่าถ้าเราไม่อยากที่จะป่วย ไม่อยากที่จะให้ทางภาครัฐเป็นภาระ ในเรื่องของการรักษาพยาบาลต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน จะปฏิรูปใคร จะปฏิรูปอะไร ต้องปฏิรูปตัวเราก่อน ผมยังห่วงสังคมวันนี้ครับ สังคมของเราท่านลองไปตลาดและในระดับจังหวัด หลาย ๆ จังหวัด อาชีพที่เกิดขึ้นมาที่เป็นเอสเอ็มอี (SME) ปรากฏว่าอาชีพที่ง่ายที่สุด คืออะไรรู้ไหมครับ ขายพวกเนื้อ ก็หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นสเต็กเนื้อ หรือหมูปิ้ง หมูย่าง ซึ่งเป็นอาชีพที่ทํารายได้ดีมากเลย ปรากฏว่าคนไทยไม่ทานผักกันแล้วครับ คือการที่ เราจะบริโภคอะไรนําอะไรเข้าปากลงไป ผมว่า ณ วันที่เราทานหรือประชาชนในประเทศเรา ที่เขามีความเป็นอยู่ เขาไม่ได้คิดหรอกครับว่าสิ่งที่เขารับประทานเข้าไปคือสะสมแล้ว นั่นคือโรคภัยไข้เจ็บ ตรงนี้เป็นโจทย์หนักนะครับ ผมว่านอกจากการรณรงค์ที่ผ่านมาแล้ว ของหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นของ สสส. เอง หรือ สปสช. ที่กําลังจะเสริมสร้างให้ ประชาชนรักษาสุขภาพก่อนที่จะป่วย ผมว่าต้องรณรงค์เรื่องของการที่จะไปครอส คัททิง กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องไหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการก็เกี่ยว เพราะว่า การให้ความรู้เรื่องของโภชนาการนี้สําคัญมาก ไม่ใช่ผักครึ่งหนึ่งหรือเนื้อครึ่งหนึ่งนะครับ ผมว่าสังคมทุกวันนี้เราควรบริโภคผักสัก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เนื้อสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าเรา ขึ้นไประดับที่ทานมังสวิรัติได้ก็คือยังทานไข่ได้ มันก็ไม่ได้ทําให้สุขภาพเราเสียหรือว่า ไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญที่ผมตั้งใจที่จะขึ้นมาพูด และอีกเรื่องซึ่งมีเวลาเหลือ อีกนิดหน่อย เพราะว่าผมคงใช้เวลาไม่มาก
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของจังหวัดฉะเชิงเทราล่าสุดวันที่ ๒ มีนาคม มีข่าวออกไปใหญ่โตมากครับ เรื่องชาวกัมพูชามาขายของในตลาดนัดแล้วป่วยเป็นโรคกาฬหลังแอ่น และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลพุทธโสธร ผมเองครั้งแรกตกใจมาก ตกใจคิดไปถึงอะไรรู้ไหมครับ คิดถึงว่าโรคนี้เป็นโรคติดต่อใช่ไหม เป็นโรคร้ายแรงใช่ไหม แล้วลูกเราไปโรงเรียน จะเป็นโรคกาฬหลังแอ่นไหมเพราะไปเจอเพื่อนเยอะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นบ้าง ปรากฏว่า ก็มีการให้ข่าวกันอย่างมากมาย ดังมากช่วงนั้น ผมเองก็ไปตลาดก็ปรากฏว่าแม่ค้าในตลาด บ่นทันทีบอกว่ารู้ไหมตลาดเราจะร้างแล้ว เพราะข่าวออกไปว่ามีโรคกาฬหลังแอ่นมาจาก จังหวัดฉะเชิงเทราตลาดไม่มีคนเลยครับ กลัวติดโรคครับ ตรงนี้ล่ะครับเป็นประเด็นซึ่งผมจะ เรียนต่อไปว่าอยากให้ไปแตะเรื่องของการที่จะดูแลในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างชาติ ที่เข้ามาแล้ว กลไกในการป้องกันวันนี้ต้องบอกว่ากระบวนการนี้พูดง่าย ๆ ว่ายังไม่เข้มข้นพอ อย่างเช่น การที่เรามีแรงงานต่างชาติเข้ามาเออีซี (AEC) ก็จะหลั่งไหลเข้ามาในสิ้นปีนี้ จะต้องแยกโรงพยาบาลหรือไม่ แยกกับผู้ที่รักษาเดิมเพราะมันก็แน่นอยู่แล้ว เหมือนเมื่อสักครู่ ที่ท่านสมาชิกทรงชัย วงศ์สุวรรณ ได้พูด สปช. ของเราบอกว่าต่างจังหวัดเป็นเหมือนกัน เตียงเต็มไม่มีที่นอน เป็นเหมือนกันหมดเลยครับ แล้วต่างชาติเข้ามาแล้วเราจะทําอย่างไร โรคติดต่อที่มันมากับแรงงานเหล่านี้ สมมุติว่าเป็นเรื่องทางด้านจิตใจแล้วก็เป็นเรื่องของความมั่นคง ฉะนั้นเรื่องนี้อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการของเราทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปสาธารณสุข ได้คิดถึงแล้วก็วางแผนว่าเราจะทํากฎหมายอะไรเกี่ยวกับเออีซี มันจะต้องกลับไปถึงอะไร รู้ไหมครับ มันต้องกลับไปถึงโครงสร้างเดิม หมายความว่าเด็กที่เกิดมาต้องทําวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคภัยที่เป็นโรคร้ายแรง ทีนี้พอคนงานเข้ามาถามว่า แล้วเราสามารถย้อนกลับข้อมูลไปได้ไหมว่าคนที่มาทํางานเขาได้ทําวัคซีนไหม อย่างเช่น คนที่อยู่ตามเขา ที่เขาไม่ได้มีบัตรประชาชน ซึ่งก็ยังเป็นปัญหาการรับรองสิทธิที่มาทํางานอยู่ในเมืองไทยว่าเขาได้ทําวัคซีนไหม ปรากฏว่า ถ้าเราย้อนกลับไปผมมั่นใจว่าถ้าอยู่ตามดอยตามเขาที่เขาเข้ามาทํางาน ไม่ได้ทําวัคซีน แล้วนั่นละครับคือเขาจะเป็นพาหะนําโรคมาให้กับคนไทย และโจทย์ต่อไปก็คือเราจะแยกอย่างไร ให้เขารักษาแยกกับผู้ป่วยคนไทยกับคนต่างชาติหรือไม่ อย่างไร อันนี้ฝากเป็น ๒ ประเด็นนะครับ ผมว่าผมเกินเวลาเท่านี้เพราะว่าถ้าอภิปราย ๓ วาระเดี๋ยวจะยาวครับ ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณทางคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ทําเรื่องดี ๆ และฝากทิ้งท้ายว่าอาหารคือสิ่งสําคัญ ของร่างกายของเราก็คือเป็นหลัก การออกกําลังกายก็เหมือนกันทําอย่างไรให้การออกกําลังกาย คือกีฬาหลักของตัวเองของร่างกายคือทานอาหารเสร็จต้องออกกําลังกายเป็นหลักคู่กันไป ไม่ใช่การออกกําลังกายคืองานอดิเรก ขอบพระคุณครับ