สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘

อ่อนอุษา ลําเลียงพล หารือเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสื่อเป็นโรงเรียนของสังคมในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภัย และเสนอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาการบูรณาการสื่อในการปฏิรูประบบสาธารณสุข

นางสาวอ่อนอุษา ลําเลียงพล

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน อ่อนอุษา ลําเลียงพล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๒๓๙ จุดมุ่งหมายของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูประบบสาธารณสุข ก็คือการปฏิรูปกลไกที่จะทําให้บริการสุขภาพเป็นระบบ ที่มีการให้บริการสุขภาพที่ทั่วถึงเพียงพอและยั่งยืนนั้นเป็นสิ่งที่สําคัญยิ่งนะคะ ต่อวิสัยทัศน์ประเทศที่มีคนหรือว่าประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดิฉันมั่นใจว่าการปฏิรูประบบสาธารณสุข เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่สําคัญนะคะ ที่จะช่วยให้ลดความเหลื่อมล้ําแล้วก็สร้างความเป็นธรรม ในสังคมไทยของเรา โดยเฉพาะจะนําไปสู่จุดมุ่งหมายที่จะทําให้คนไทยเป็นคนยุคใหม่ ที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิต ปัญญา แล้วก็สังคมนะคะ ตามที่พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้บัญญัติความหมายของคําว่า สุขภาพ เอาไว้ แต่ในวันนี้ในบริบทของวันนี้นะคะ ระบบคําว่า สุขภาพมากกว่าการเข้าถึงบริการสุขภาพนะคะ ตอนนี้ความหมายของสุขภาพนี้ได้รวมไปถึง ปัจจัยทางสังคม ซึ่งก็หมายรวมถึงน้ํา อาหาร อากาศ อารมณ์ แล้วก็อีกหลาย ๆ อ ที่เราพูดกัน ในวันนี้ การออกกําลังกาย และการมีชีวิตที่มีภาวะที่เป็นสุขภาวะนะคะ ในศตวรรษที่ ๒๑ ที่เรากําลังอยู่ในขณะนี้นะคะ สื่อเป็นปัจจัยที่สําคัญในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวาง แล้วก็หลากหลายด้วยนะคะ ทุกคนในวันนี้ตื่นตัวในเรื่องสุขภาพมาก แล้วก็ได้รับข่าวสาร ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์ (Online) อยากรู้เรื่องอะไร ก็กูเกิล (Google) ค่ะ อยากรู้เรื่องอะไรก็ยูทูบ (YouTube) คนที่มีความรู้ใหม่ ๆ ทางเลือกใหม่ ๆ ที่จะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง การรับประทานอาหารแบบใหม่ การมีแพทย์ทางเลือก แพทย์แผนโบราณ ซึ่งรวมไปถึงแพทย์แผนไทยด้วย วิธีการบําบัดต่าง ๆ ในเรื่องอาหารเสริม สมุนไพรเป็นที่นิยม เพราะว่าคนอยากแข็งแรงค่ะ ไม่อยากป่วยไข้ ทําให้วันนี้คนแข็งแรงอายุยืน และประเทศไทยก็กําลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือ เอจจิง โซไซตี (Aging Society) ซึ่งต้องการมีการเตรียมตัวรองรับในระบบสาธารณสุขด้วยอย่างเข้มแข็ง จากกรอบ แนวความคิดรวบยอดที่ทางกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุขได้ทําการรวบรวมในรายงานนี้ ค่อนข้างสมบูรณ์นะคะ ดิฉันขอชื่นชม แต่ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าในเรื่องของสื่อและเทคโนโลยี สารสนเทศน้อยมาก ดิฉันมีความเชื่ออย่างมากว่าความรู้เรื่องสาธารณสุขหรือสุขภาพ ของประชาชนนั้น สื่อมีบทบาทที่สําคัญจริง ๆ นะคะ ดิฉันเคยทํางานกับ สสส. หรือสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ในขณะที่ดิฉันทํางานเป็นเอเจนซี (Agency) โฆษณาในแคมเปญ (Campaign) รณรงค์เรื่อง สุขภาวะในวัยรุ่น และได้เห็นผลลัพธ์จากพลังของการสื่อสารที่มียุทธศาสตร์อย่างมีนัยสําคัญ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านความคิด ด้านทัศคติ และที่สําคัญที่สุดคือพฤติกรรม ของผู้คน ซึ่งเราได้มีผู้อภิปรายมาแล้วนะคะว่า วันนี้เรากําลังเคลื่อนตัวไปในการเสริมสร้าง สุขภาพและมีความเชื่อมากกว่าที่จะไปซ่อมแซมสุขภาพนะคะ ไม่ต้องให้ป่วยเสียก่อน แต่ว่าเราจะต้องสนับสนุนในการเสริมสร้างสุขภาพนะคะ มีคนเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อนดิฉันเสนอว่าเราน่าจะมีแคมเปญด้วยซ้ําไปว่าเราเอาอวัยวะของร่างกายออกมาวาง แล้วก็ติดราคาเลยเป็นแคมเปญโฆษณาว่า ถ้าจะต้องซ่อมแซมมันจะเป็นราคาสักกี่ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราคงไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แคมเปญที่ สสส. ทําและประสบความสําเร็จ ทุกคนก็ทราบดี ให้เหล้าเท่ากับแช่ง งดเหล้าเข้าพรรษา เมาไม่ขับ หรือสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งมีการรณรงค์ทั้งในเรื่องของกายและใจ ซึ่งมีผลไปถึงทางสังคมด้วย สสส. เป็นหน่วยราชการ ที่เป็นองค์การสร้างเสริมสุขภาพรูปแบบใหม่ที่กํากับดูแลโดยสํานักนายกรัฐมนตรี มีเงินทุน ปีละประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่ได้มาจากภาษีบาปปีละ ๒ เปอร์เซ็นต์ และมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้คนไทยมีสุขภาวะที่ยั่งยืน สุขภาพดีครบ ๔ มิติที่คุยไปแล้วนะคะ คือ กาย จิต ปัญญา และสังคม สสส. ทํางานในนโยบายทั้งเชิงรุก แล้วก็เชิงนโยบายสร้างสรรค์โอกาส และนวัตกรรม เชิงรุกก็คือการแก้ปัญหาในเรื่องของสุขภาพ เช่น แคมเปญลด ละ เลิก หรือว่าเมาไม่ขับต่าง ๆ แล้วก็มีแคมเปญที่ให้ความรู้ความสามารถ ดิฉันคิดว่า สสส. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอยู่แล้ว และมีนโยบายในการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเสริมพลังจากภาครัฐ มีบุคลากรโครงสร้างในการทํางาน และมีกองทุนสนับสนุนอย่างเหลือเฟือ คณะกรรมาธิการควรจะพิจารณาในเรื่องของ การทํางานเป็นภาคีต่อไปกับทาง สสส. เพราะว่า สสส. เชื่อมั่นในการกระตุ้นบทบาทของสื่อ มาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพนะคะ ดิฉันขอสรุปว่าสื่อในฐานะที่มีบทบาทเป็นโรงเรียน ของสังคม ทางคณะกรรมาธิการควรจะพิจารณานํามาบูรณาการในแผนปฏิรูปด้วย เพื่อที่จะให้สื่อช่วยให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภัย ทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์นํามาใช้ให้เป็นประโยชน์นะคะ แล้วก็ในเรื่องของสื่อ ที่จะช่วยได้ในเรื่องของเทคโนโลยีก็คือการเก็บข้อมูล ซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้เสนอ ในเรื่องของระบบศูนย์ข้อมูลกลางอยู่แล้ว ดาตาเบส (Database) เป็นข้อมูลที่มีค่ามหาศาลอยู่ ๒ ประเด็น ก็คือ ระบบการจัดเก็บในดาตาเบสสําคัญ แต่ดิฉันคิดว่าการนํามาใช้หรือการที่นํามา ยูทีไลท์ (UT light) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสําคัญมากกว่านะคะ เราสามารถที่จะเอาดาตาเบส มาควอลิไฟ (Qualify) มาทําให้มีคุณภาพเพื่อที่จะส่งข้อมูลข่าวสารถึงประชาชน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีอินไซท์ (Insight) ที่แตกต่างกันไปอย่างมีประสิทธิภาพตามกลุ่มคน และที่สําคัญมากที่สุดก็คือการใช้สื่อเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิด ทัศนคติและพฤติกรรม ของผู้คน ให้คนไทยกลายเป็นคนไทยยุคใหม่ที่สมบูรณ์ ที่ทางกรรมาธิการชุดนี้เขียนไว้ ในรายงานคือ ๔ H ฮาร์ท เฮด แฮนด์ (Heart Head Hand) แล้วก็เฮลธ์ (Health) ดิฉันมีข้อคิดนิดเดียวก่อนจบ ก็คือดิฉันชอบที่คณะกรรมาธิการพูดเรื่องเอชไอเอพี (HiAP) เฮลธ์ อิน ออล์ โพลีซี (Health in All Policies) ดิฉันก็ขอให้เขาคิดว่าเราน่าจะมีการสื่อสาร แบบบูรณาการในนโยบายสาธารณสุข ก็คือไอซีเอชพี (ICHP) อินทีเกรเทด คอมมูนิเคชัน อิน เฮลธ์ โพลีซี (Integrated Communication in Health Policy) ถ้าเราทําการปฏิรูป สาธารณสุขและไม่สามารถสื่อถึงคนทั้งประเทศได้เราจะไม่ประสบความสําเร็จนะคะ ขอบพระคุณค่ะ