สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘

อมร วาณิชวิวัฒน์ พูดถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติที่ไม่ชัดเจน และขอความช่วยเหลือจากท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านสมาชิกในการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความสำคัญของตำรวจและการปฏิรูปองค์กรตำรวจ โดยระบุว่าปัญหาสำคัญคือจิตสำนึกของประชาชนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และเสนอแนวคิดเรื่อง "กฎหมายกลาง" เพื่อส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมาย

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติและท่านสมาชิกครับ ผม อมร วาณิชวิวัฒน์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการการศึกษา การบังคับใช้กฎหมายต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานเสรีอย่างมากที่กรุณา แล้วก็ เมื่อสักครู่นี้ทางท่านอาจารย์กิติพงศ์ได้เอ่ยชื่ออาจารย์อมรหลายครั้ง ต้องขออนุญาตสำหรับ ท่านที่มาทีหลังอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง ไม่ใช่ตัวผม เมื่อสักครู่นี้หมายถึง ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อมร จันทรสมบูรณ์ ผมเป็นเจเนอเรชัน (Generation) ที่ ๓ ได้ กระมังครับ ถ้าจะเรียกอย่างนั้น เพราะว่ารุ่นแรกท่านอาจารย์อมร รักษาสัตย์ อันนี้ไม่ได้นอก เรื่อง คือทุกท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านกฎหมายทั้งนั้น ก็ไล่มาผมเป็นอาจารย์ทางด้าน กึ่งกฎหมาย เพราะว่าผมสอนอาชญวิทยาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย กราบเรียนอย่างนี้ว่าในฐานะที่ได้รับมอบหมายในเรื่องการศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ถ้าท่านสมาชิกได้ตรวจตราดูจากเอกสารที่ได้รับแจกไปเราจะมีอยู่ ๓ มิติด้วยกันที่เป็นปัญหา สำคัญ ท่านผู้มีเกียรติคงทราบว่าเรื่องของกฎหมายที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญเมื่อสักครู่ ท่านอาจารย์กิติพงศ์ก็ได้เรียนให้ทราบแล้วว่ามันมีปัญหาข้อขัดข้องหลายประการด้วยกัน ทั้งความไม่ชัดเจนในแง่ของบทบัญญัติ ในแง่การตีความ ในแง่ของเจตนารมณ์ ก็มีการคิดกัน ถึงขนาดว่าในอนาคตทุกมาตราเวลาบัญญัติไปอาจจะต้องมีคู่มือให้ประชาชนได้รับทราบ ในเรื่องของการใช้กฎหมายแต่ละฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวพระราชบัญญัติไม่ได้หนัก เท่ากับตัวอนุบัญญัติต่าง ๆ เพราะว่าตัวที่จะไปบังคับกับประชาชนบางทีมันเป็นเรื่องของ กฎกระทรวง อย่างเวลาท่านจะไปขออนุญาตเปิดโรงงาน ไปขออนุญาตในเรื่องต่าง ๆ มันก็ จะเป็นเรื่องปลีกย่อย ตัวพระราชบัญญัตินี้มันเป็นแม่บทที่กว้างเกินไปตรงนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง

ถัดมาก็เป็นเรื่องของผู้บังคับใช้กฎหมาย วันนี้เราก็มีการพูดกันถึงผู้บังคับ ใช้กฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานเสรี สุวรรณภานนท์ ก็ได้บอกแล้วว่า เรามีความสนใจในเรื่องนี้ แล้วก็เห็นความสำคัญของตำรวจ กระทั่งมีการแยกศึกษาในกรณีปฏิรูปเกี่ยวกับองค์กรตำรวจเป็นการเฉพาะ แล้วก็จะได้มี การศึกษา แล้วก็ให้รายละเอียดกับท่านสมาชิกในโอกาสต่อไป ซึ่งผมก็เป็นส่วนหนึ่งของ อนุกรรมาธิการชุดดังกล่าวด้วย

ในประการต่อมาก็คือ ส่วนที่เป็นเรื่องของผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย ก็คือ บรรดาพวกเราทั้งหลาย ประชาชนทั่ว ๆ ไป ตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า วันนี้แม้ว่าผมเองจะอยู่ในคณะปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องของ องค์กรตำรวจก็ตาม แต่ว่าตัวเองนั้นไม่ได้เข้าข้างตำรวจ ในส่วนที่ไม่ดีมีเยอะ ส่วนที่ดี ส่วนที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงส่งเสริมก็ว่ากันไป แต่วันนี้ท่านก็คงเห็นเอะอะอะไรก็ถ่ายคลิป (Clip) ล่าสุดก็มีเรื่อง ก็ไม่อยากไปก้าวล่วงเป็นวิชาชีพหนึ่ง อาจจะเป็นคนที่มีเกียรติ มีการเคารพนับถือในสังคม ปรากฏว่าไปให้สินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แล้วตัวเองเดี๋ยวนี้ กล้องเขาติดไว้หน้ารถ ก็ปรากฏว่าเอาคลิปนี้ไปประจาน ตัวเองเป็นคนให้สินบน ให้สินบน เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อที่จะได้รับความสะดวกสบาย แล้วเสร็จแล้วก็เอาคลิปนี้ไปประจาน มี คลิปเกี่ยวกับเรื่องของคนเอารถไปจอดหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ยกตัวอย่าง ไปรับลูกไม่มีที่จอด แล้วพอตำรวจไปล็อกล้อ ก็ไม่เคลื่อนรถ เอาป้ายไปเขียนติดไว้รอบรถเลย คือเหมือนคนเสียสตินิด หน่อย ต้องเรียนกันอย่างนั้น อันนี้ประจานกันอยู่ในโซเชียล มีเดีย (Social media) อ้างว่าไม่มีที่ จอด แล้วจะไปให้จอดที่ไหน คือตรงนี้ต้องเรียนว่าจิตสำนึกตรงนี้ไม่มี ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

และอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับวิชาชีพผมเอง ครูบาอาจารย์ วันนี้ในประเทศ บางประเทศ อย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีเขาห้ามเลย ห้ามครูบาอาจารย์เล่นไลน์หรือว่าติดต่อ โดยตรงกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ปรากฏว่าล่าสุดมีรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ก็ปรากฏว่ามีการไลน์กับนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว แล้วก็ปรากฏว่าคือก็ใช้ผู้บังคับใช้ กฎหมายเป็นเครื่องมือ เพราะว่าพอถูกจับได้ จริง ๆ แล้วมันมีมูลพอสมควรผมเองก็คงไม่อยากไป พูดอะไรมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นการหมิ่นประมาท ก็ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวตัวผู้กระทำ ความผิดหรือผู้ที่ถูกกล่าวหาก็เอาคลิปดังกล่าวไปแจ้งความอ้างว่ามีคนมาแอบใช้ไลน์ ของตัวเองในการสนทนา แล้ววันนี้ก็ไม่ได้มารายงานตัว ขาดราชการ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำงานลำบากมาก ผมเองเชื่อว่าในส่วนที่ เป็นสาระรายละเอียดต่าง ๆ แนวทางการปรับปรุงแก้ไขอะไรต่าง ๆ ก็ปรากฏในเอกสาร ที่แจกไปแล้ว ผมเองเรียนท่านอย่างนี้ว่า เรื่องที่จะพูดคงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกเรื่อง แต่ก็ อยากจะให้แนวทางให้ท่านคิดตามกันไป เพราะผมเชื่อว่าเรื่องการจะบังคับใช้กฎหมาย เดี๋ยวก็มีมาตรการต่าง ๆ เยอะแยะที่จะมานำเสนอ แต่ว่าส่วนหนึ่งผมเองเมื่อวานนี้มีการพูด ถึงสิงคโปร์ก็มีท่านสมาชิกบางท่านก็มาพูดคุยกันภายหลัง บอกไม่รู้หรือว่าสิงคโปร์ทำอะไร กับเราไว้บ้าง คือตรงนั้นก็ส่วนหนึ่งผมก็ยอมรับ ก็ไม่ได้ยอมรับนับถือต่างชาติกระทั่งลืม วัฒนธรรม ลืมสิ่งที่ดีงามที่เป็นความเป็นไทยของเรา แต่กราบเรียนอย่างนี้ว่าประเทศที่รับชื่อ ว่าเป็นประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย เรียนท่าน อย่างนี้ว่าประเทศเหล่านี้เคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศมหาอำนาจอย่างอังกฤษ สาเหตุหนึ่ง ที่เขาบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดมันก็เป็นรุ่นของผู้นำหลาย ๆ คนที่อาจจะเสียชีวิตไปแล้วบ้าง มีชีวิตอยู่บ้าง คนพวกนี้ในวันหนึ่งประเทศมหาอำนาจเขาก็ให้การศึกษาคนเหล่านี้ ไปเรียน มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศของประเทศผู้ปกครอง ก็ปรากฏว่าเวลาเขาไปอยู่ในประเทศนั้น เขาก็คงภูมิใจมาจากประเทศโลกที่ ๓ แล้วก็ไปเรียนมหาวิทยาลัย อย่างอ็อกซ์ฟอร์ด อย่างเคมบริดจ์อะไรแบบนี้ ก็ปรากฏว่าเวลาอยู่ในมหาวิทยาลัยเหล่านั้น ผมเองก็ต้องยอมรับว่าผมเองก็ผ่านกระบวนการการศึกษาของประเทศเหล่านี้มา ไม่ว่าจะเป็น ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือในยุโรป ในประเทศอังกฤษก็ตาม เราก็ไม่ได้รับการปฏิบัติ ที่เหมือนกับคนที่เป็นพลเมืองของเขาต้องเรียนอย่างนั้น ผู้นำเหล่านี้เมื่อครั้งที่ไปศึกษาเล่า เรียนก็ได้รับการศึกษา ได้รับการปฏิบัติแบบนี้ก็กลับมาคิดว่าประเทศของเขา มันน่าจะไม่ต้องอยู่ภายใต้อาณัติ ภายใต้ปกครองของใครอีกต่อไป เขาก็มีการเรียกร้องเอกราช วิธีการสู้ด้วยหยิบมือเดียวอย่างที่เขามีประชากรอาจจะประมาณกรุงเทพมหานครเรา ทั้งประเทศมันก็คงทำอะไรไม่ได้ ทรัพยากรก็ไม่มี ไม่มีจริง ๆ ป่าไม้อะไรเขาก็ไม่มี เกาะ น้ำยังต้อง ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านเลย วิธีการที่จะทำให้ประเทศเขาเจริญได้เขาก็เลยต้องไปคำนึงถึง ทรัพยากรอีกอันหนึ่ง ท่านผู้มีเกียรติก็คงทราบว่าคือเรื่องของทรัพยากรบุคคล เพราะฉะนั้น ประเทศเหล่านี้ก็เลยมุ่งเน้นที่จะพัฒนา ทรัพยากรที่สำคัญมากคือเรื่องของบุคคล เพราะเขาคิดว่า วันหนึ่งถ้าบุคคลได้รับการพัฒนามีคุณภาพแล้ว ทำอะไรมันก็ง่ายครับการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้เป็นเรื่องยาก ไม่ต้องมาพร่ำบอกเหมือนอย่างที่เราไปดูงานกันที่ประเทศเยอรมันมา ปรากฏว่าหลายท่านก็อาจจะไม่ทราบว่าเวลาท่านไปกินอาหาร แล้วปรากฏว่าท่านกินเหลือ แล้วมีใครมาอาจจะพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องกับท่าน เขาบอกทำไมกินเหลืออาจจะพูดเป็น ภาษาเยอรมันแล้วท่านไม่เข้าใจ แล้วท่านก็ไปเถียงเหมือนกับว่าอยู่บ้านเราเราทำอะไรก็ได้ ตามใจเรา สักครู่หนึ่งเขาอาจจะโทรศัพท์ไปเรียกเจ้าหน้าที่ อาจจะแต่งชุดเหมือนข้าราชการ ของเรามาหาแล้วเขาก็อาจจะยื่นใบสั่งอะไรบางอย่างบอกว่าท่านต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน ๕๐ ยูโร ๑๐๐ ยูโร เพราะว่าท่านใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่าอะไรแบบนี้ คือท่านฟังดูแล้วตลกไหมครับ ฟังดูแล้วอาจจะขำ ๆ ว่ามันทำได้ด้วยแบบนี้แต่มันเป็นไปได้ครับ มันเป็นเรื่องของ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่างเมื่อวานนี้ก็มีคนบอกว่าในบางประเทศ รู้สึกจะเป็นท่านชาลี หรืออย่างไร บอกว่า ทิ้งขยะลงไป เขามีกล้องซูม (Zoom) ขึ้นมาบางทีไม่ต้องกล้องอย่างเดียว ประชาชนที่อยู่รอบข้างท่านก็เป็นตำรวจได้เหมือนกันคือเขาช่วยกันเป็นตำรวจ ตรงนี้ ก็กราบเรียนว่าทรัพยากรบุคคลที่เขาพัฒนา วันนี้เขาพัฒนาไปไกลมาก เรื่องนี้ผมก็เลย กราบเรียนเป็นข้อมูลให้ท่านทั้งหลายได้ลองพิจารณาดูว่าในส่วนที่เราจะทำได้ในวันนี้ก็ยัง ไม่สายจนเกินไป การให้การศึกษาในส่วนของครูบาอาจารย์ ปฏิรูปการศึกษาเองก็ต้องเร่ง ดำเนินการ เราคิดกันในคณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการของเราถึงขนาดว่า ในเรื่องจะให้เด็กของเราเรียนรู้ว่าอะไรคือสิทธิหน้าที่บางทีมันก็ต้องเริ่มกันตั้งแต่ในชั้นเรียน แล้วก็กฎหมายที่จะให้เขาเรียนบางทีเด็กก็ต้องรู้ บางคนก็บอกว่าเด็กแว๊น เด็กสก็อยอะไร ที่ออกมาเพ่นพ่านตามถนนรนแคมในเวลาค่ำคืนบางทีเราก็ต้องเข้าใจว่าเขาอาจจะไม่รู้เลยว่า เขากำลังกระทำความผิดกฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่การศึกษาจะช่วยได้คือไม่ต้อง ไปเรียนเรื่องรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ว่ารัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้ แต่ว่า เรื่องหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือเรื่องของกฎหมายที่เป็นเรื่องเฉพาะตัว เป็นเรื่องที่ใช้ ในชีวิตประจำวัน มันอาจจะต้องมีวิชาหนึ่งที่จะต้องเปิดขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ให้เยาวชนได้เรียนรู้ สิทธิหน้าที่พลเมืองของเขาตรงนี้ว่า บางเรื่องที่เขาทำบางทีมันไปละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย แล้วก็ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าอาจจะต้องฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ในเวลานี้ก็ถือว่า เป็นเวลาที่เหมาะสม แล้วเป็นเวลาและเป็นโอกาสที่ดีที่สุด เพราะถ้าหากเราไม่ทำในเวลานี้ ในหลาย ๆ เรื่องเราก็อาจจะทำไม่ได้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าในเบื้องต้นการปฏิรูปการบังคับ ใช้กฎหมายอาจจะทำให้ท่านมีความรู้สึกไม่สะดวก ไม่สบายเหมือนอย่างเมื่อสักครู่นี้ ท่านอาจารย์กิติพงศ์ก็พูดว่าท่านมีรถกี่ซีซีขึ้นไปหรืออะไรต่าง ๆ อย่างกรมการขนส่งทางบก ล่าสุดก็เริ่มมีการใช้มาตรการแล้วเรื่องที่จอดรถ คือในอนาคตถ้าท่านมีรถซีซีสูง ๆ บังเอิญ ยังไม่ได้กระทบรถหรูหราอะไรทั้งหลาย แต่หมายความว่ามีรถขนาดใหญ่ที่ท่านอาจจะต้องมา ใช้พื้นที่จอด ท่านคงเห็น วันนี้แถว ๆ บ้านผมในต่างจังหวัด หน้าบ้านเรามีรั้วรอบขอบชิด แต่เรามองออกไปเรามองไม่เห็นอะไรเลย วันดีคืนดีมีรถบัส (Bus) ใหญ่ ๆ มาจอดขวาง หน้าบ้านริมรั้วเรา ๓-๔ คันแบบนี้เป็นต้น ในอนาคตเวลาจะขออนุญาตมีรถพวกนี้ก็ต้องบอกด้วยว่าท่านมีที่จอดตรงไหน ไม่ใช่หมายความว่ามีเงินทำอะไรก็ได้ วิธีการแบบนี้มันคงจะต้องหมดไป เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่เราให้ความสำคัญ แล้วผมก็คิดว่าสิ่งที่เราอาจจะถูกโจมตีในเวลานี้ ท่านก็ต้องอดทน บางคนบอกว่าเป็นบิกบราเธอร์ (Big brother) เหมือนอย่างบทประพันธ์ ของนักประพันธ์ชาวอังกฤษ ที่ชื่อ จอร์จ ออร์เวลล์ บอกว่าประชาชนจะต้องถูกตรวจสอบ ในประเทศบางประเทศเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา เรามีชายแดนประชิดติดกัน เคยมีเรื่องเล่ากัน ถึงขนาดว่าเขาตรวจสอบเขาก็งงว่าตรวจสอบได้วิธีไหน คือมีคนมาเที่ยวประเทศไทยด้วย รถยนต์ แล้วก็ขับรถกลับบ้านก็ต้องผ่านพรมแดนตรวจตราอะไรต่างๆ แต่ระหว่างนั้น เขาขับรถวนไปวนมาก่อนจะเข้าชายแดนประเทศเขาอยู่หลายรอบด้วยกัน ก็ปรากฏว่า พอเข้าไปถึงการเช็กอิน (Check in) ของเขาเรียบร้อยก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาชาร์จ (Charge) ทันที คำว่า ชาร์จ คงไม่ได้มาล็อกกุญแจมือหรืออะไร แต่ก็มีการตั้งคำถามออกมาว่า เมื่อสักครู่นี้มีเหตุผลประการใด ท่านถึงไม่ยอมขับรถตรงเข้าประเทศเลย ทำไมถึงจะต้อง วนหลายรอบ ก็ปรากฏว่ามาสืบทราบกันทีหลังว่าเหตุผลก็คือสมาร์ท การ์ด (Smart card) แต่ไม่ใช่สมาร์ท การ์ดแบบบ้านเราที่ราคาก็แพง แล้วก็ในชิพ (Chip) ก็ไม่ได้บรรจุข้อมูลอะไร ที่สลักสำคัญได้เลย แต่สมาร์ท การ์ดในต่างประเทศเขาบรรจุทุกเรื่อง เรียกว่าอาจจะพรินท์ ซีวี (Print CV) ของท่านออกมาได้เลยว่า ท่านเรียนจบที่ไหน อยู่ที่ไหนมาบ้างอะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเครื่องมือสื่อสารทางดาวเทียมอะไรต่าง ๆ จีพีเอส (GPS) อะไรต่าง ๆ มันก็สะกดรอยท่านไป มันก็อาจจะดูว่าสิทธิส่วนตัวท่านถูกล่วงละเมิดอะไรแบบนี้เป็นต้น ท่านก็ต้องถามตัวท่านเองว่าถ้าท่านยอมตรงนี้มันก็เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สิน ความสงบสุขในสังคม ตรงนี้ต้องกราบเรียนว่าถ้าวันหนึ่งคนของเราอยู่กัน ไม่สะดวกสบายแบบนี้ คนที่ทนไม่ได้ก่อนนั่นคือคนที่ไม่ดี พอคนไม่ดีอยู่ไม่ได้ คนดีก็จะเข้ามา อยู่ในสังคมเรา หลายประเทศเขายอมลงทุนตรงนี้ จัดระเบียบ เราคงไม่ต้องไปป่าเถื่อน ถึงขนาดต้องไปเฆี่ยนตี ไปโบยกันอะไรแบบนั้น แต่ว่าพอประเทศอื่นเขาเห็นความศิวิไลซ์ของเรา ในแง่ของการบังคับใช้กฎหมายที่ได้ผลเขาก็มีความมั่นใจก็กล้ามาลงทุน มีความปรารถนา ที่จะมาเป็นมิตรกับเรา ผมเรียนอย่างนี้ว่าในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ คงจะไม่ใช้เวลาไปมากนัก แต่ว่าก็เพื่อให้ท่านเห็นภาพว่าในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการที่จะเอามาใช้ที่เราคิดกัน ในคณะอนุกรรมาธิการมีหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องหนึ่งที่ท่านฟังดูแล้วอาจจะประหลาดใจว่า ทำได้หรือเปล่า ก็ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวสักครู่ถ้าท่านถามแล้วผมอาจจะตอบได้ไม่เต็มที่ มีความไม่สมบูรณ์ก็จะมีคณะกรรมาธิการบางท่านซึ่งทำหน้าที่ในการยกร่างกฎหมาย จะได้ช่วยชี้แจง อย่างท่านอาจารย์วรรณชัย แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่าน

เรื่องแรก ก็คงจะเป็นมาตรการที่เราอาจจะมีกฎหมายกลางขึ้นมา กฎหมายกลาง ดังกล่าวจริง ๆ แล้วเป็นความคิดริเริ่มมาจากตัวท่านประธานเสรีเอง ก็ได้มอบหมายให้ทาง คณะอนุกรรมาธิการของเราร่วมกันพิจารณาว่า วันนี้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผล มันเกิดจาก ๓ มิติที่กล่าวถึงแล้วข้างต้น ก็ปรากฏว่า ๓ มิติแล้ว ยาอ่อน ยาแรงแล้วก็อาจจะยังใช้ไม่ได้ผล มันจะวิธีอันนี้ได้ไหมซึ่งอาจจะเป็นประเทศแรกในโลกที่อาจจะมีกรรมการกลางหรืออาจจะมี กฎหมายที่เราเรียก กฎหมายกลางขึ้นมา บัญญัติขึ้นมาเพื่อช่วยในการส่งเสริมการบังคับใช้ กฎหมาย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ซูเปอร์ บอร์ด (Super board) อะไรอย่างที่ เราเข้าใจ แล้วก็จะไม่ใช่เป็นเรื่องของการมีกฎหมายมาซ้อนกฎหมาย หรือมีอำนาจเหนือ รัฐธรรมนูญ มีอำนาจเหนือพระราชบัญญัติ การบริหาร ปกครอง จัดการบ้านเมืองที่ดีอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ เราอาจจะเรียกได้ว่าเราจะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาโดยมีมาตรการ โดยมีข้อวิธี ปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นสหวิชาชีพ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เราคุยกันถึงขนาดว่าในช่วงเทศกาล สงกรานต์ที่จะเกิดขึ้น เราไม่ได้ไปแย่งงาน ปภ. หรือเกี่ยวกับเรื่องของบรรเทาสาธารณภัย แต่มันอาจจะมีเหตุการณ์ที่ท่านก็คงทราบดีว่าทุกปีเราเสียทรัพยากรมนุษย์ปีละประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คนในทุกเทศกาล ปีใหม่ครั้งหนึ่ง เช็งเม้งก็ใกล้แล้ว แล้วในส่วนที่เกี่ยวกับ สงกรานต์ก็เช่นเดียวกัน เราก็อาจจะมีกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ซึ่งอาจจะมาจากหลากหลาย สาขาวิชาชีพก็มีอำนาจบังคับ มีอำนาจในการออกมาตรการ บางทีบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ โดยตรงก็อาจจะมีมาตรการในการออกใบเตือนอะไรต่าง ๆ แบบนี้ แล้วก็เป็นการให้ ความคุ้มครองกับผู้บังคับใช้กฎหมาย เพราะบางทีจะไปจับกุมท่านก็คงเห็น ผมอยู่กับ กรรมาธิการการเมืองก็มีท่านดำรงค์ ภิเดช เวลาจะไปรื้อรีสอร์ท (Resort) ไปทำอะไรต่าง ๆ ต้องเอาคนไปเป็นกองทัพอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ต้องไปในลักษณะที่ต้องไม่ให้เจ้าของสถานที่รู้ หรือคนที่เป็นชุมชนนั้นรู้อะไรแบบนี้ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องยากลำบาก พอเรามี กรรมการชุดนี้มามันก็จะมีเรื่องที่จะเข้ามาส่งเสริมในการบังคับใช้กฎหมายได้ ในรายละเอียด คงจะไม่ก้าวล่วง เพราะว่าเราไปไกลแล้ว ไปถึงขนาดยกร่างเป็นกฎหมายขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ถ้าหลังจากผมชี้แจงไปแล้วท่านสมาชิกอยากจะซักถามอะไรก็ขออนุญาตเรียนถาม ในเวลานั้น

ในประการต่อมา เราพยายามที่จะลดแรงปะทะของผู้บังคับใช้กฎหมาย กับผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย ในวันนี้เราก็พยายามมองไปถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างพื้นฐานง่าย ๆ นอกจากจีพีเอสแล้ว ในเรื่องอาร์ไอดีเอฟ (RIDF) ต่าง ๆ เหมือนอย่างเวลาท่านขับรถเข้าทางด่วน มันสามารถที่จะสแกน (Scan) แล้วก็เปิดเกท (Gate) ให้ท่านวิ่งผ่านเข้าไปได้แบบนี้ มันก็เป็น จุดหนึ่งที่อาจจะมีพับลิค วอร์เดน (Public warden) ไม่ต้องมาถามท่านว่าทำผิดกฎหมาย อะไร ไม่ต้องมาออกใบสั่งแล้วมาแปะหน้ารถท่าน ท่านอาจจะต้องมีในอนาคตร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก อย่างเรื่องของกฎจราจร ซึ่งวันนี้เรามีการละเมิดกันมาก บิ๊กไบค์ (Big bike) รถที่เป็นมอเตอร์ไซค์ซีซีสูง ๆ รถเก๋ง รถหรูหราอะไรต่างๆ บางทีก็ใช้ป้ายทะเบียน ไม่ถูกต้อง ติดป้ายทะเบียนป้ายแดงในเวลาที่ไม่ควรจะใช้ป้ายแดงในเวลานั้น หรือบางที ก็ไม่ติดป้ายทะเบียนเลยก็มี โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ซีซีสูง ๆ เรื่องเหล่านี้เราอาจจะต้องใช้ มาตรการเข้มข้น คืออาจจะต้องยึดเอาทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งก็ทำผิดกฎหมายเอาไว้ก่อน ถ้ายังไม่ทำผิดกฎหมาย เพราะว่าท่านขับรถออกไปตามท้องถนนไปเกิดอุบัติเหตุ ไปเกิดปัญหาขึ้นมา ตามจับกุมไม่ได้ แล้วก็มีปัญหาข้อถกเถียงสร้างภาระ ไม่ใช่เฉพาะตัวผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย แต่คนอื่น ๆ แต่ว่าสร้างภาระให้กับผู้บังคับใช้กฎหมายและประเทศและสังคมส่วนรวมด้วย เพราะฉะนั้นมาตรการในเรื่องของการใช้เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีหรืออิเล็กทรอนิกส์อะไร ต่าง ๆ เข้ามา ก็จะเป็นเรื่องหนึ่งที่จะเข้ามาเสริมตรงนี้ ผมคิดว่าในเบื้องต้นเพื่อประหยัดเวลา แล้วก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้ซักถามในโอกาสต่อไป ก็จะขอคืนช่วงเวลานี้ให้กับ ท่านประธานต่อไปครับ