สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘

ณรงค์ พุทธิชีวิน พูดถึงผลงานของคณะกรรมการ โดยวิเคราะห์ วิจารณ์ และเสนอแนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปฏิรูปศาสนจักรที่เข้าใจผิดหรือส่งสัญญาณผิด และเสนอแผนปฏิรูป 3 ประการ ได้แก่ การปฏิรูปคนที่จะเข้ามาสู่การเป็นพระ การปฏิรูปวิถีปฏิบัติของพระ และการปฏิรูปภาพลักษณ์ของพระ นอกจากนี้ยังเสนอ 5 ประเด็นในการปฏิรูปกฎเกณฑ์และกฎหมายเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยเห็นด้วยกับคณะกรรมการที่จะปฏิรูปกฎเกณฑ์ที่ย่อหย่อนและไม่ส่งผลดี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. หมายเลข ๐๗๔ ด้านการศึกษาครับ ผมอยากที่จะพูดถึงผลงานของ คณะกรรมการชุดนี้ด้วย ๓ ประเด็นเลย ทั้งวิเคราะห์ วิจารณ์ แล้วก็เสนอแนะ

ในเรื่องของการวิเคราะห์ผมมองว่าชื่อที่ตั้งไว้ตามคำสั่งของท่านประธานเทียนฉายนั้น ชื่อเรียกแขก ชื่อท้าทาย และชื่อมีธงนำอยู่แล้ว ผมมองว่าชื่อนี้ไม่สร้างสรรค์

อันที่ ๒ ก็คือกระบวนการของท่านอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่บอกว่า ปฏิรูปสงฆ์ไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดปฏิรูปประเทศ ผมอยากให้คิดกลับกันนิดหนึ่ง บอกว่าเราอาจ ปฏิรูปประเทศได้ แต่อาจปฏิรูปสงฆ์ไม่ได้ ถ้าเราส่งสัญญาณผิด หรือเข้าใจ หรือมีทิศทาง ในการปฏิรูปที่ไม่ถูกต้อง

ผมวิจารณ์อย่างนี้ครับ เรื่องแรกเลยก็คือท่านมองปัญหาของกระบวนการ ปฏิรูปผิวเผินไป เอาหลักการของอาณาจักรเข้าไปวิจารณ์ เข้าไปกระทำกับศาสนจักร มากเกินไป เอาหลักการหนึ่งไปใช้กับอีกหลักการหนึ่ง ตัวอย่างเช่นท่านพูดถึงทรัพย์สิน ของวัด ทรัพย์สินของพระที่จะต้องจำแนกกัน ผมมองว่านี่คือปัญหาของอาณาจักรแท้ ๆ เลย วันนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้กับปัญหาของอาณาจักร แต่เราก้าวล่วงไปจัดการกับทรัพย์สิน ที่เป็นของศาสนจักร ของพระ และแน่นอนเกี่ยวข้องกับของวัดด้วย ผมว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นกระบวนการส่งสัญญาณที่ผิด

อีกอันหนึ่งท่านมองว่าปัญหาปัจจุบันนี้คือ ปัญหาพระไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และทำให้พระธรรมวินัยวิปริต ผมมองว่านี่เป็นกระบวนการในการตัดสิน ตัดสินเร็วไปแล้ว และที่สำคัญที่สุดคนที่ตัดสินพระวันนี้คือฆราวาส ผมอยากจะมองว่าสิ่งที่ท่านพูดถูกอยู่เรื่องเดียว ก็คือ อาณาจักรต้องเข้าไปสนับสนุนส่งเสริมและปกป้องศาสนจักร อันนี้ผมเห็นด้วย พูดเช่นนี้ ต้องการที่จะบอกว่ากระบวนการที่ท่านต้องการที่จะปฏิรูป เรื่องของปฏิรูปคนที่แฝงอยู่ในร่างพระ เมื่อครู่ผมฟังท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ด้วยความเคารพเลย แค่พูดประโยคนี้มันสะท้อนถึงเจตนาของเราแล้ว ว่าเจตนาที่เราสร้างไว้ใหญ่นั้นพอพูดประเด็นนี้ มันแคบเหลือนิดเดียว และแน่นอน ถ้าโฟกัส (Focus) ลงไปก็อยู่ที่บางวัดที่แถวปทุมธานีเท่านั้น ทั้งที่เรื่องที่อาจารย์ทำ เรื่องที่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ มีความสำคัญและมีคุณค่าต่อศาสนาของประเทศเรา

อันที่ ๒ บอกว่าต้องปฏิรูปกระบวนการทำหน้าที่ในฐานะพุทธบริษัท ผมมองว่า สิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้มีทิศทางอะไรชัดเจนในการที่จะอธิบายว่าจะปฏิรูปอย่างไร ส่วนของ กระบวนการในการปฏิรูปภาพลักษณ์ของพระ ภาพลักษณ์ของศาสนา ผมเห็นด้วยครับ ที่จะบอกว่าเราไม่ได้ยุ่งในเรื่องของพุทธศาสนา แต่เราจัดการ เรามุ่งเน้นกระบวนการของคนบางคน ที่อาศัยศาสนาเป็นเครื่องมือ ทั้งหลายทั้งปวงที่พูดมาทั้งหมดนั้นในรายงานฉบับนี้ผมมองว่า ยังตีเป้าไม่ตรงจุด แต่ผมเห็นด้วยว่าควรจะทำ เมื่อวิจารณ์แล้วมีข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับ

อย่างแรกเลยก็คือ ต้องปฏิรูปเรื่องของคนที่จะเข้ามาสู่การเป็นพระ ทั้งคนที่ จะเข้ามาบวช รวมทั้งคนที่จะเข้ามามีส่วนในคณะกรรมการของวัดต้องมีแนวทางในการ พัฒนาคนเหล่านี้ว่าจะมีแนวทางปฏิรูปอย่างไร

ในประเด็นที่ ๒ ต้องมีกระบวนการในการปฏิรูป วิถีปฏิบัติของพระ ทั้งในเรื่อง ของการเรียนรู้พระธรรมวินัย ทั้งในเรื่องของการปฏิบัติตนของพระในลักษณะที่พึงที่จะ ให้เหมาะสมกับสมณสารูป

ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ ต้องปฏิรูปกฎเกณฑ์และกฎหมายทั้งหลายทั้งปวง ที่เกี่ยวข้องกับพระ สิ่งเหล่านี้ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมการอย่างยิ่งเลย ที่บอกว่ากฎเกณฑ์ เหล่านี้มันย่อหย่อน และมันยังไม่ได้หยิบฉวยนำไปสู่การปฏิบัติที่ดี ผมเห็นด้วยที่จะต้องทำ และสิ่งที่เป็นการปฏิรูปที่จะต้องทำอย่างยิ่งก็คือ กระบวนการที่จะให้ชุมชนสังคมมีส่วนร่วม ในกิจการของพระศาสนา เพราะลำพังแต่พระสงฆ์นั้นก็คงทำไม่ได้ ลำพังของคนที่อ้างว่า จะไปปฏิรูปเขาก็คงไม่สามารถที่จะทำได้หรอกครับ ต้องอาศัยกระบวนการของการ มีส่วนร่วมของชุมชนสังคม

และประการสุดท้ายครับที่ผมเห็นว่าจะต้องมีกระบวนการในการปฏิรูปก็คือ กระบวนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่จะต้องอาศัยวิธีการตั้งหลายวิธี ในการที่จะเผยแผ่ ในการที่ถ่ายทอดพระธรรมคำสอน ผมเสนอ ๕ ประเด็นครับ

๑. ปฏิรูปคนที่จะมาสู่การเป็นพระ

๒. ปฏิรูปกระบวนการพัฒนาวิถีชีวิตของพระ

๓. ปฏิรูปกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระ

๔. ปฏิรูปกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนสังคม และ

๕. ปฏิรูปการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ผมเสนอ ๕ ประเด็นแบบนี้ครับท่านประธานครับ ไม่อยากที่จะให้ไปโฟกัส ในประเด็นแคบ ๆ สิ่งที่กำลังทำอยู่ แต่โดยหลักการแล้วเห็นด้วยครับที่จะต้องทำเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ