เจริญศักดิ์ ศาลากิจ หารือเรื่องหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเสนอแนะการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักการทางวิชาการและกฎบ้านในพระพุทธศาสนา
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม รองศาสตราจารย์เจริญศักดิ์ ศาลากิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๔๗ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตพูดถึงหน้าที่ สำคัญของสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ภายใต้มาตรา ๒๗ แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๕๗ กำหนดหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ที่นำมาพูดในประเด็นนี้ เพื่อจะมองให้เห็นถึงว่าคำอภิปรายหรือข้อความคิดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งการเสนอแนะต่อการปฏิรูป ดังนั้นจึงดำรงสถานะเป็นสภาวิชาการ มิได้หมายถึงว่าสภาแห่งนี้จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนอันมหาศาลอย่างไรทั้งสิ้น ดังนั้นจึงจำเป็น จะต้องพูดถึงฐานแห่งปัญญาที่เป็นเครื่องมือทางวิชาการเพื่อก่อให้เกิดข้อเสนอแนะ อย่างมั่นคงแข็งแรงต่อไป ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ไวกูณฑ์ ที่พูดบทกลอน พูดถึงบ้านและวัดที่จะต้องเชื่อมโยงต่อกัน ผมก็คงจะพูดในหลักวิชาการ เช่นกัน กระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอในการปฏิรูปกิจการของพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพย์สินที่ประชาชนมอบเพื่อเจตนาทะนุบำรุงกิจการ ของพระพุทธศาสนา ท่านประธานครับ ผมต้องนำกล่าวถึงหลักทางวิชาการ เมื่อครั้งที่ผมเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๑๘ วิชาแรกที่ผมเรียนคือวิชาสังข์มา วิชาสังข์มานี้ สอนหลักสำคัญกับผมไว้ ๓ ประการ หลักแรกท่านพูดถึงนอร์ม (Norm) โมรอล (Moral) ลอว์ (Law) ซึ่งทั้ง ๓ คำนั้นเป็นความเชื่อมโยงต่อกัน ผมก็แปลนอร์มว่าเป็นกฎบ้าน โมรอล คือกฎวัด ลอว์ คือกฎหมาย ซึ่งทั้ง ๓ ตัวนี้เป็นเครื่องมือในการค้ำจุนสังคม เช่นเดียวกับ พระพุทธศาสนา ถ้าได้กฎบ้าน กฎวัด เข้ามาใช้ค้ำจุนจะมีความแข็งแรงมั่นคงกว่า การใช้กฎหมาย ซึ่งกฎบ้านนั้นมีความสำคัญอย่างมากครับท่านครับ ผมจะขออนุญาต เท้าความถึงกฎบ้านสักนิดหน่อย เพราะอาจจะเป็นประเด็นต่อไปในอนาคตข้างหน้า นอร์ม หรือกฎบ้านนั้นพบได้ในหลายลักษณะครับท่านประธาน เป็นทั้งลายลักษณ์อักษร หรือไม่เป็น ลายลักษณ์อักษร เช่น ถ้าเราเดินออกไปหน้าห้องนี้ เราก็จะพบห้องอาหารของเราเขียนว่า รับรองเฉพาะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นนอร์ม ครับท่านประธาน เป็นลายลักษณ์อักษร แต่วันดีคืนดี เราอาจจะเห็นบุคคลแปลกประหลาดเข้ามานั่งร่วมรับประทานอาหารกับเรา ก็เป็นธรรมดาไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ มันก็มีกฎบ้านที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร อีกเหมือนกัน เช่นข้างรัฐสภาก็มีฟุตบาธ (Footpath) มีสนามหญ้า วันดีคืนดีท่านก็อาจจะ เห็นคนเอารถไปจอดบนสนามหญ้านั้น มันก็เป็นนอร์ม เหมือนกันแต่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่การที่จะปรับเปลี่ยนพวกนี้มันก็ต้องใช้กฎบ้าน ถ้ากฎบ้านในประเทศญี่ปุ่นเขาจะมีเครื่องมือสำคัญอยู่ตัวหนึ่ง เขาใช้คำว่า อิจิเมะ (Ijime) อิจิเมะก็คือมีการแซงชัน (Sanction) เล็ก ๆ ซึ่งมันอาจจะมีความรุนแรง เช่นเราอาจจะ แซงชันพระโดยการไม่ใส่บาตร ท่านประธานครับ กฎบ้านผมมีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่ง สอนกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืม แม้คุณพ่อคุณแม่จะเสียชีวิตไปแล้ว บอกว่าจะต้อง รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล เรื่องนามสกุลเป็นเรื่องใหญ่ เพราะนามสกุลเป็นสิ่งที่ได้รับ พระราชทานจากองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งหลักตรงนี้น่าสนใจ พระองค์ท่านพระราชทานนามสกุลไว้โดยหลักก็คือ เพื่อทะนุบำรุงเชื้อสายพันธุ์มนุษย์ ไม่ให้เกิดการอินบรีด (Inbreed) ถ้าคนผสมกันในนามสกุลเดียวกันก็อาจจะเกิดลักษณะ การด้อยทางพันธุกรรม แต่วันนี้มีสิ่งหนึ่งที่อุบัติขึ้นเป็นคำพิพากษาที่ผมเรียกว่า คำพิพากษา รายวันบนหน้าหนังสือพิมพ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้แต่งตั้งบุคคลนามสกุลเดียวกันมา เป็นผู้ปฏิบัติงานต้องถูก ป.ป.ช. ฟัน น่าสนใจครับ ซึ่งหลักนอร์ม โมรอล ลอว์ เราจะใช้คุยกัน ผมขออนุญาตต่ออีกสักหน่อย กฎบ้านมีอีกครับ ผม คุณพ่อคุณแม่ส่งให้ไปบวชเรียนใช้ชีวิตใน วัด ฉะนั้นเด็กวัดทุกคนจะรู้กฎวัด กฎวัดที่ทำให้เกิดความแตกต่างของภิกษุสงฆ์ ไม่ว่าการกิน การอยู่ของท่านจะต้องมีหลักปฏิบัติอยู่ ถ้าท่านอยากจะรู้ว่าวัดไหนมีพระแท้ ไม่แท้ เด็กวัดจะบอกท่านได้อย่างชัดเจนเลยครับ กฎวัดมันมีอยู่ ซึ่งข้อความของกฎบ้าน และกฎวัดเป็นหลักการสำคัญมาก แต่ถ้าเราย้อนไปในอดีตการสร้างชาติประเทศเรา ก็เป็นการปรับ รื้อ สะสางให้เกิดความบริสุทธิ์ต่อกิจการของพระพุทธศาสนา ผมจึงอยากจะ ขอกราบเรียนให้ข้อสังเกต นอกจากเราใช้นอร์ม โมรอล เข้ามาใช้แล้ว เราก็จำเป็นที่จะต้องใช้ กฎหมายเหมือนกัน แต่มีกฎหมายที่น่าสนใจในช่วงที่มีการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ คือ กฎหมายตราสามดวงและจารีตนครบาล บางครั้ง ๒ สิ่งนี้อาจจะต้องนำมาปรับใช้เพื่อสร้าง เป็นกฎหมายเพื่อปรับปรุงกิจการพระพุทธศาสนาครับ ขอขอบพระคุณครับ