สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

เตือนใจ สินธุวณิก เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเสนอให้มีการเพิ่มการปลาบปลื้มและให้รางวัลแก่คนที่ทำความดี นอกจากนี้ยังเรียกร้องการสนับสนุนการสร้างกฎหมายที่จะปราบปรามการทุจริตและตรวจสอบการเงินขององค์กรและบริษัท และเสนอให้มีศาลพิเศษหรือองค์การชำนาญการพิเศษที่จะดำเนินการรับเรื่องและตัดสินเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันอย่างรวดเร็ว

นางเตือนใจ สินธุวณิก

ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ ก่อนอื่นดิฉันขอชื่นชม คณะกรรมาธิการที่ทําเรื่องที่ยากที่สุดในขณะนี้แล้วท่านก็พยายามที่จะคิดค้นหาวิธีการ แล้วก็ ต้องขอชื่นชมที่ว่าขอบเขตของการปฏิรูปของท่านนั้นท่านได้กําหนดขอบเขตไว้อย่างสมบูรณ์ ครบถ้วน ก็คือดูทั้งในมิติของด้านของกฎหมาย กฎระเบียบ มิติขององค์กร มิติของคน ซึ่งก็ครอบคลุมไปทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม แล้วก็ภาคประชาชนด้วย ซึ่งถือเป็น เรื่องดีอย่างยิ่งเลย เพราะว่าการที่เราจะช่วยกันลบล้างหรือว่าทําลายสิ่งที่เรียกว่า เป็นเหมือนกับสิ่งที่กัดกร่อนสังคมในบ้านเรา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ก็คือการทุจริตประพฤติมิชอบหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้นเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมากเลย ดิฉันขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตประมาณ ๒-๓ ข้อ อยากขอกราบฝากเสนอว่าท่านมีกลยุทธ์ ในการที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริต ท่านเสนอมาว่ามีเรื่องของการปลูกฝัง ป้องกัน และการปราบปราม ดิฉันขออนุญาตเสนออีกคําหนึ่ง นอกจากปลูกฝัง ป้องกัน และปราบปรามแล้ว ขอให้เพิ่มคําว่า ปลาบปลื้ม เข้าไปด้วยได้ไหมคะ อันนี้หมายความว่า เราต้องมีการยกย่องคนดี แล้วก็ให้รางวัลตอบแทนเขาเรียกว่าเป็นอินเซนทีฟ (Incentive) ให้กับคนที่ทําความดี ประพฤติดีเป็นตัวอย่างแก่สังคมด้วย อันนั้นดิฉันคิดว่าจะเป็นสิ่งที่เป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม อย่าทําให้บ้านเรา ถ้าข่าวร้ายแล้วขึ้นหน้าหนึ่ง ถ้าข่าวดีก็เป็นแค่ คอลัมน์เล็ก ๆ หรืออะไรอย่างนี้ อันนี้เป็นการเปรียบเทียบเฉย ๆ นั่นคือการที่เราค่อนข้างที่ ละเลยเรื่องของการยกย่องให้รางวัลแก่คนดี ก็กราบฝากว่าท่านอาจจะช่วยกรุณาคิดว่า สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติที่จะเกิดขึ้นจากสภาปฏิรูปของเรานั้นมีวิธีการอย่างไรที่จะให้รางวัล แก่คนที่ทําความดี แล้วก็ชี้ช่องเบาะแสโดยที่เขาปลอดภัยด้วย แล้วก็ทําให้สามารถป้องกัน สิ่งที่ชาติบ้านเมืองจะเสียหายไปจากการทุจริตประพฤติมิชอบต่าง ๆ ให้ได้ผลอย่างแท้จริง

ประการที่ ๒ ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าขอความกรุณาท่านได้หา ช่องทางอย่างไรที่จะทําให้เราสามารถดําเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตเชิงนโยบายของบรรดานักการเมืองและที่ร่วมมือกับ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ว่าจะทําอย่างไรที่จะจัดการกับเขาได้ โดยที่การสั่งการด้วยวาจานั้นเป็น ผลทําให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยโดนเล่นงานมามากต่อมากแล้วค่ะ แต่นักการเมืองเหล่านั้นที่ใช้ วิธีการที่สั่งการด้วยวาจานั้นก็กลับลอยนวล ไม่เคยเห็นมีใครเข้าคุกเลย เห็นที่เป็นรายเดียว ก็ในประเทศไทยที่เห็นว่ามีท่านรัฐมนตรีได้รับโทษ ดังนั้นก็ขอฝากตรงนี้

ประการถัดไป ดิฉันอยากจะขอเรียนว่าอยากจะขอให้เรามีกฎหมาย เพราะว่า ท่านดูด้านมิติกฎหมายด้วย อยากให้มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตประพฤติ มิชอบแบบที่ทางสหรัฐอเมริกาสามารถต้อนกลับมาด้วยการดูภาษีขององค์กรหรือ บริษัทเอกชนที่เขาจ่ายเงินใต้โต๊ะไปแล้วดีแคลร์ (Declare) ภาษีหรือว่ายื่นภาษีต่าง ๆ แล้วสามารถย้อนกลับมาได้ว่าเขาให้เงินแก่ใคร อันนี้ก็มีตัวอย่างของประเทศไทยเรา ซึ่งเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ดิฉันคงจะไม่เอ่ยถึงว่าเป็นเรื่องของกระทรวงไหน อย่างไร คิดว่า ทุกท่านคงจํากันได้ดี ซึ่งอันนั้นทําอย่างไรจะให้ประเทศไทยเรามีกฎหมายอย่างนั้นบ้าง ที่จะเล่นงานทั้งหน่วยงานภาคเอกชนที่ให้เงินใต้โต๊ะด้วยจึงจะยุติธรรมนะคะ

ประการสุดท้าย อยากจะขอเรียนว่าดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะมี องค์การชํานาญพิเศษหรือว่าเป็นศาลพิเศษดําเนินการรับเรื่องเฉพาะจาก ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. รวมทั้งการทุจริตคอร์รัปชันอื่น ๆ ดําเนินการพิจารณาแล้วก็ตัดสินโดยรวดเร็วค่ะ ดิฉันคิดว่าคนเราในสังคมไม่กลัวเรื่องของการ ทุจริตคอร์รัปชันเพราะว่าผลที่ตามมาค่อนข้างช้าเหลือเกินค่ะ ดังนั้นบางทีอายุความก็หมดไป ดังนั้นถ้าเรามีองค์การชํานาญการพิเศษ หรือมีศาลพิเศษตรงนี้ ดิฉันคิดว่าจะทําให้ผู้คนนั้น เกิดความหวาดกลัวหรือว่าค่อนข้างจะเกรงกลัวในเรื่องของการทําผิดทุจริตประพฤติมิชอบ ในขณะเดียวกันก็มีการให้รางวัลยกย่องคนที่ทําความดีและสามารถช่วยให้ประเทศชาติ ไม่เสียหายไปกับการทุจริตคอร์รัปชันในรายใหญ่ ๆ ถ้าเราทําคู่ขนานกันไปได้อย่างนี้ ดิฉันเชื่อมั่นว่าการทุจริตประพฤติมิชอบในบ้านเราคงจะลดน้อยลงอย่างมีนัยสําคัญค่ะ ขอบพระคุณค่ะ