เข็มชัย ชุติวงศ์ หารือเรื่องการป้องกันและแก้ไขการทุจริต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานในการสอบสวนและฟ้องคดี และเสนอแนะว่าควรปรับปรุงมาตรฐานเหล่านี้ให้สอดคล้องกับกฎหมายและความต้องการของสังคม และเรียกร้องการสนับสนุนมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม เข็มชัย ชุติวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ก่อนอื่นก็เช่นเดียวกับท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ นะครับ ขอชื่นชมการทํางานของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน กระผมคิดว่า แนวทางที่ท่านนําเสนอต่อที่ประชุมนี้เป็นแนวทางที่น่าจะมาถูกทางแล้วก็จะแก้ไขปัญหา คอร์รัปชันได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ผมอยากจะเน้นเรื่องการป้องกันอย่างที่หลายท่าน ได้พูดถึง โดยความเห็นส่วนตัวผม ผมคิดว่ามันมีพื้นที่ที่มีการคอร์รัปชันอย่างมากในประเทศนี้ อยู่อย่างน้อย ๓ พื้นที่ ๒ พื้นที่ท่านพูดไปแล้ว แล้วก็เข้าใจว่าทางกรรมาธิการรวมทั้งรัฐบาลด้วย ได้หาทางแก้ไขแล้ว พื้นที่ที่ ๑ คือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผมคิดว่าพื้นที่มีการทุจริต คอร์รัปชันมาก แล้วก็เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากมาในอดีต ผมคิดว่าแนวทางของกฎหมายฉบับใหม่ แนวทางที่ ป.ป.ช. ออกแนวทางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างน่าจะแก้ไขปัญหา แล้วก็ขอ สนับสนุนแนวคิดที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมรู้เห็นในการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น อันที่ ๒ คือการอนุญาตหรือการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็เป็นพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่ เหมือนกันในการที่เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน แต่อันที่ ๓ ที่ผมอยากจะเพิ่มเติมเป็น ความเห็นของผมต่อท่านกรรมาธิการก็คือว่า มันมีพื้นที่เป็นธุรกิจสีเทา ๆ ที่เป็นการทํา ผิดกฎหมาย ในสังคมบางทีเรายอมรับไปโดยปริยายให้ทําได้ การเปิดสถานบริการเกินเวลา แล้วก็พวกสถานบริการที่มีการค้าประเวณี บ่อนการพนันที่ผิดกฎหมาย แม้กระทั่งเกี่ยวกับ เรื่องการกําหนดอัตราภาษีอากรที่เป็นดุลยพินิจที่จะทําให้เป็นผิดหรือไม่ผิดก็ได้ อันนี้น่าจะมี เจ้าหน้าที่อยู่บางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็เป็นต้นตอของการทุจริตเยอะพอสมควรทีเดียว นะครับ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่จะแก้ไขได้ก็คือว่าคนไทยในสังคมต้องไม่ยอมรับสิ่งสีเทา ๆ พวกนี้นะครับ เพราะฉะนั้นการป้องกันผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมากสําหรับการต่อสู้กับเรื่องคอร์รัปชัน
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็คือว่าเท่าที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าเรามักจะใช้ มาตรการทางกฎหมายอาญาในการปราบปรามโดยเน้นในเรื่องนี้มาก แต่คราวนี้ต้องเข้าใจ นิดหนึ่งว่ากฎหมายอาญามันมีมาตรฐานของมัน ถ้าท่านตั้งใจจะสอบสวนฟ้องคดีเอาคน ทุจริตไปติดคุกให้ได้ มันเป็นทางอันยาวนานมาก แล้วศาลซึ่งเป็นองค์กรตัดสินสุดท้ายเขามี มาตรฐานอยู่ว่าจะต้องสืบเรื่องราวนั้นจนเป็นที่ประจักษ์ แจ่มแจ้งปราศจากความสงสัย เราไม่สามารถไปลดมาตรฐานอันนี้ได้ครับ เมื่อกี้ที่หลายท่าน พูดถึงการปฏิรูปหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม พูดถึงการสั่งคดีของสํานักงานอัยการ สูงสุด ผมอยากเรียนนิดหนึ่งว่าการสั่งคดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะสั่งฟ้องคดีทุจริต ทางพนักงานอัยการเป้าหมายก็คือเมื่อฟ้องไปแล้วศาลต้องลงโทษได้ พยานหลักฐานในคดี ต้องให้ศาลลงโทษได้ ทีนี้สิ่งที่น่าคิดก็คือว่าเรายังพอใจกับมาตรฐานนี้อยู่ไหม หรือว่าเราจะ ฟ้องไปแต่เพียงให้เขาเป็นจําเลยแล้วก็ไม่สนใจว่าในที่สุดศาลจะลงโทษได้หรือไม่ ซึ่งอันนั้น มันอาจจะฟ้องได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้นไม่ต้องใช้พยานหลักฐานมาก แต่ผมคิดว่าคนในสังคม ก็ยังน่าจะพอใจมาตรฐานเดิม เพราะว่ามันจะพิสูจน์ความผิด เราจะเอาใครติดคุกสักคนหนึ่ง มันต้องให้แน่นอนว่าเขาทําผิด การเอาคนไม่ผิดไปติดคุกบาปกรรมมากเลย เพราะฉะนั้น ถ้าปรับหมายความว่าพูดคุยกันในบรรดาองค์กรทั้งหลายที่เมื่อกี้ท่านอาจารย์สังศิตพูดถึงการบูรณาการ ปัญหาหนึ่งที่ท่านอาจจะหยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับการเห็นไม่ลงรอยกันระหว่าง ป.ป.ช.กับ สํานักงานอัยการ ก็ด้วยเป้าหมายที่ผมพูดคือทาง ป.ป.ช. เท่าที่ผมเคยสดับตรับฟังเขามา บรรยายให้อัยการฟัง ทาง ป.ป.ช. นั้นอาจจะพอใจกรณีที่ได้ฟ้องคนที่เป็นผู้ต้องหาให้ตกเป็น จําเลยในคดีอาญา แต่สุดท้ายแล้วศาลจะตัดสินคดีอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าท่านมุ่งประสงค์ ตรงนั้นหรือเปล่า แต่สําหรับพนักงานอัยการพยานหลักฐานที่จะฟ้องคดีต้องถึงขนาดที่ศาล จะลงโทษได้ ถ้าท่านสืบได้เต็มตามคําฟ้องแล้วนะครับ อันนี้ถ้าเผื่อว่ามีการปรับความเข้าใจ มีการสร้างมาตรฐาน มีการเขียนกฎหมายไว้เลยว่ามาตรฐานในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ผมคิดว่า น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ แล้วก็ที่อาจารย์สังศิตพูดถึงว่าจะให้ประชาชนได้สามารถฟ้องคดีเหล่านี้ เองได้ ผมคิดว่าอันนี้ก็อาจจะเป็นทางแก้ปัญหาอันหนึ่งสําหรับคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องที่ท่าน พูดถึงและท่านต้องการจะให้มีองค์กรเข้ามาตรวจสอบ คือถ้าประชาชนฟ้องได้ การที่อัยการ ไม่ฟ้อง ไม่ตัดอํานาจประชาชนที่จะฟ้องอยู่แล้วนะครับ
แล้วก็สุดท้ายนี้ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องคอร์รัปชันต้องใช้ทุกมาตรการ ทั้งการปลูกฝังแล้วก็ป้องกันและปราบปรามประกอบกัน เราอย่าไปเน้นหวังในด้านหนึ่งด้านใด แล้วผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกอีกหลายท่านที่บอกว่ามาตรการทางสังคม มาตรการลงโทษ การประณามทางสังคมน่าจะได้ผลดีกว่าแล้วก็เร็วกว่า ขอบคุณครับ