เอกชัย ศรีวิลาศ เสนอการปฏิรูปที่ครอบคลุม 3 ยุทธศาสตร์ในการปราบปรามการทุจริต โดยเน้นย้ำว่าการทุจริตไม่จำกัดอยู่ที่ตัวเงิน แต่ยังมีหลายมุมมองอื่นๆ เช่น การปลูกฝังที่ควรเริ่มจากเด็กตั้งแต่เล็ก และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงในสถานศึกษาและสังคม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบตัวที่ซื้อเสียงและการป้องกันการทุจริตจากการประเมินขององค์กรโปร่งใสของโลก และวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพในการแก้ไขคดีที่ค้างอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ครับ ผมมีที่จะเสนอในส่วนที่ท่านได้เสนอยุทธศาสตร์ ทั้ง ๓ ยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกฝัง ป้องกันและการปราบปรามดังต่อไปนี้นะครับ
ประการแรก ผมคิดว่าจะต้องมองในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมิใช่ที่ตัวเงิน อย่างเดียว ในหลายเรื่องก็มีการมองที่ไม่ใช่ตัวเงิน เรื่องนี้ท่านอาจารย์จุรีคงจะทราบดี เพราะว่าท่านอาจารย์จุรีประเมินอยู่ในองค์กรโปร่งใสของโลกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ อยากจะให้มองทั้ง ๒ ส่วน ในเรื่องการปลูกฝังนี้ผมคิดว่ามี ๓ ประการ ในเรื่องการปลูกฝัง ในฐานรากที่แท้จริงมีอยู่ ๓ ช่วงอายุคนที่เราจะต้องดําเนินการ
ช่วงแรก เป็นช่วงการเลี้ยงดูเด็ก ช่วงตั้งแต่เริ่มเด็กออกมาจนกระทั่ง ๘ ขวบ ทําอย่างไรจะให้ครอบครัวได้เลี้ยงดู ได้เห็น และตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่การกระทําของเด็กไม่ใช่ เป็นการคอร์รัปชัน ไม่ว่าเด็กจะไปหยิบเงินมาให้แม่ หรือเด็กจะไปเอาข้าวของใครมา ตรงนี้ ต้องปลูกฝังตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะว่าตรงนี้จะติดเป็นกมลสันดานของเด็กต่อไปด้วยในอนาคต
ช่วงต่อมาคือช่วงในสถานศึกษาควรจะมีการอบรมสร้างคุณธรรมจริยธรรม อย่างไรในสถานศึกษา เมื่อสักครู่มีหลายท่านได้เสนอไว้แล้ว เช่น การไปลอกการบ้าน ก็ถือเป็นการคอร์รัปชันเหมือนกัน ต้องไม่ทําให้เรื่องเล็ก ๆ และอนาคตไปทําเรื่องใหญ่ด้วย
มาช่วงที่ ๓ สังคม สังคมนี้จะบ่มเพาะกล่อมเกลาคนอย่างไรให้คนดีมีที่ยืน แล้วก็คนซื่อสัตย์มัธยัสถ์ต้องได้รับการยกย่อง ปัจจุบันคนดีก็ไม่มีที่ยืนสักเท่าไร เพราะเรายกย่อง คนที่มีเงิน คนที่มีฐานะ แต่ว่าเงินที่มามีฐานะนั้นมาจากอย่างไรเราไม่ทราบ
ในส่วนของการปราบปราม ในการปราบปรามผมมองอย่างนี้นะครับ อย่ามองแต่รัฐ อย่างเดียว เอกชนธุรกิจนี่ผมคิดว่าเป็นต้นน้ําทุจริตเหมือนกัน บางครั้งเอกชนใช้วิธีการล่อซื้อ ต่อภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการประมูลรับเหมาล้วนแล้วแต่ล่อซื้อทั้งสิ้นที่จะ เอาเงินคอมมิชชัน (Commission) มาให้ แล้วก็เพื่อให้รัฐได้ตกลงประมูลหรือซื้อในสิ่งของที่ ตัวเองต้องการและได้ของที่ไม่มีคุณภาพไป นี่เรียกว่าการล่อซื้อเป็นต้นน้ําเลย เพราะฉะนั้น อย่าให้เกิดอย่างนี้ เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นต้องสืบให้ได้ว่าต้นตอมาจากไหนนะครับ อันนี้ต้องในส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องการเมืองในการปราบปรามผมคิดว่าวันนี้นักการเมือง เก่งมากเลย สามารถที่จะซื้อเสียงก่อนการเลือกตั้ง สามารถที่จะซื้ออะไรต่าง ๆ แจกจ่ายก่อน การเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งไม่ต้องจ่ายแล้วเพราะได้จ่ายไปครบแล้วทั้งปี อันนี้ขอให้ ตรวจสอบตัวนี้อย่างเข้มงวดในเรื่องเกี่ยวกับทุจริตในการเลือกตั้ง เมื่อมีการจับทุจริตได้ ผมเห็นหลายครั้งจับทุจริตได้ ทุจริตใหญ่ ๆ ระดับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่มิได้สืบหาว่าต้นตอ ของเงินที่มาสู่ระบบนี้มาอย่างไร แล้วเงินที่ออกจากระบบที่ทุจริตแล้วนี่ไปอยู่ที่กระเป๋าใครบ้าง ผมคิดว่าต้องเอามาแล้วเปิดเผยความจริงตรงนี้ออกมาให้สังคมได้รับทราบ วันนี้เรา ไม่รับทราบ ผมเห็นว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีระดับข้าราชการผู้ใหญ่ที่เป็นถึงปลัดกระทรวงก็มีมาแล้ว แต่เราไม่มีการสืบอย่างนี้เหมือนกับไม่ได้เอาจริงตรงนี้นะครับ ในเรื่องการป้องกันผมขอฝาก อย่างนี้นะครับ การป้องกันจากการที่มีการประเมินขององค์กรโปร่งใสของโลกหรือคอร์รัปชัน เพอร์เซ็พชัน อินเด็กซ์ (Corruption Perception Index) ที่ท่านอาจารย์ทําอยู่นะครับ ได้กําหนดเลยว่าในการถามประชาชนว่าท่านได้จ่ายเงินให้กับใครบ้าง องค์กรไหนบ้าง หรือประชาชนเชื่อว่าองค์กรไหนบ้างที่ทุจริต ผมว่าองค์กรต่าง ๆ พวกนี้น่าจะถูกในการที่เรา ต้องเข้มงวดกวดขันมากขึ้นนะครับ อย่างเช่นยกตัวอย่าง บางครั้งผมก็เป็นกรรมการ การศึกษาบางที่เกี่ยวกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันปรากฏว่าเขาจะไม่เอาคนที่องค์กรธุรกิจ เข้ามาอบรม ผมบอกไม่ได้พวกนี้คือต้องเข้ามาอบรมเลย ไม่ใช่เอาคนที่ไม่ทุจริตไม่อะไรนี่ มาอบรม ต้องเอาคนพวกนี้มาอบรมเพื่อเขาจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาทําเป็นการทุจริตนะครับ
อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือว่าเมื่อกี้ท่านประมนต์พูดถึง ๒๐,๐๐๐ คดี ที่ค้างอยู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ผมเคยติดตามมาเรื่องนี้ที่ว่าคดีค้างที่ ป.ป.ช. เดิมตอนที่มี การนิรโทษกรรมบอกมีค้างถึง ๓๕,๐๐๐ คดี ในคดีค้าง ๒๐,๐๐๐ คดีที่ท่านประธานว่าเมื่อกี้ ผมลองคิดแล้วองค์กรเก่งมากเลยสามารถที่ตัดสินได้วันละคดี ต้องใช้เวลา ๕๔ ปีนะครับ ถ้าเผื่อหยุดราชการวันเสาร์ วันอาทิตย์ ใช้เวลา ๗๖ ปีครับ เพราะฉะนั้นก็ให้เห็นเลยว่า ประสิทธิภาพเป็นอย่างไรบ้าง แล้วคดีต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง
สุดท้ายนะครับ ในองค์กรโปร่งใสของโลกได้กําหนดว่าการคอร์รัปชันมาจาก ๗ เรื่องด้วยกัน
๑. คอร์รัปชันขนาดใหญ่ มาจากตัวผู้บริหารระดับสูงในองค์กรภาครัฐและ นักการเมืองร่วมกัน
๒. การคอร์รัปชันขนาดเล็กมาจากข้าราชการระดับกลางและระดับล่าง ที่ทุจริตมิชอบ
อันที่ ๓ การติดสินบน การติดสินบนนี้เป็นการติดสินบนที่ไม่ใช่ตัวเงินก็มี โดยให้ตําแหน่งอะไรต่าง ๆ นี้เป็นทั้งเสนอ ทั้งให้ ทั้งสัญญาว่าจ้างที่ให้ผลประโยชน์ต่าง ๆ
อันที่ ๔ คือการยักยอกเอาของหลวงไปใช้เป็นของส่วนตัวหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน
อันที่ ๕ คือระบบอุปถัมภ์ เรื่องนี้แยกจากสังคมไทยไม่ได้ แต่จะใช้ให้เข้ากับ สังคมไทยได้อย่างไรในการที่จะตรวจสอบเรื่องการเล่นพรรคเล่นพวกพวกนี้ในระบบการ ตรวจสอบระหว่างประเทศเขาถือว่าเป็นการทุจริตทั้งสิ้น
เลือกที่รักมักที่ชัง เป็นประการที่ ๖ อันนี้ก็เลือกที่รักมักที่ชังเวลาย้าย ข้าราชการต่าง ๆ สุดท้ายก็ไปจบด้วยข้อ ๖ ทั้งหมด คือความเหมาะสม นี่คือการทุจริตครับ และ
สุดท้ายของสุดท้ายอันนี้ก็คือผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วก็นําผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมไปรวมกัน อันนี้ถือว่าเป็นการทุจริต คอร์รัปชันด้วยครับ ขอบคุณมากครับ