สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

ประชา เตรัตน์ หารือเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปลูกฝังที่จะรู้ถึงความละอายและเกรงกลัวต่อบาปต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และเรียกร้องให้มีการออกหลักนิติธรรมที่มีกติกาชัดเจนสำหรับคนที่จะจัดซื้อจัดจ้าง

นายประชา เตรัตน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา เตรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ทําเรื่องนี้นะครับ คือการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในแผนภูมิที่พูดถึงผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริต ประพฤติมิชอบทั้งในวงราชการนั้นมีอยู่ ๔ กลุ่มก็คือ ๑. ภาคการเมือง ๒. ภาคราชการ ๓. ภาคเอกชน และ ๔. ภาคประชาชน เราเห็นชัดเจนนะครับว่าในช่วง ๗๐-๘๐ ปีที่ผ่านมา ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและในราชการนั้นมีสูงมาก อันดับ ๑ ภาคการเมืองนั้นเราจะต้องทราบว่าทุจริตต้นน้ําของภาคการเมืองมาจากไหน แน่นอนที่สุดจากการสังเคราะห์ วิเคราะห์ชัดเจนว่าทุจริตต้นน้ําของภาคการเมืองก็คือ การทุจริตจากการเลือกตั้ง ซื้อสิทธิขายเสียงจากการเลือกตั้ง ตรงนี้ต้องทําการสังเคราะห์ แล้วทําการให้ชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนถ้าตราบใดภาคประชาชนยังเข้าใจถึงผลเสีย ยังยอมรับการซื้อสิทธิขายเสียง ก็จะเป็นปัญหามาก ภาคการเมืองก็ยังเป็นเรื่องยาก การเมืองนั้น เป็นเรื่องปกติ ถ้าเขาคิดว่าเขาใช้เงินแล้วสามารถซื้อแล้วได้คะแนนเสียงเขาก็ต้องซื้อ เป็นเรื่องธรรมดาของวงการเมือง การที่จะเอาชนะกันในทางการเมืองนั้น ในคะแนนเสียง ถ้าเขาวิเคราะห์แล้วเห็นแล้วว่าใช้เงินแล้วซื้อเขาได้คะแนนเขาก็ซื้อ สิ่งเหล่านี้มันก็จะต้องทํา การแก้ไขให้สําคัญในภาคประชาชนด้วย อันที่ ๒ ภาคราชการ ราชการเป็นกลไก เป็นเครื่องมือสําคัญที่สําคัญที่สุดให้กับฝ่ายการเมือง เป็นมือเป็นไม้ในการที่จะโกงหรือทุจริต ให้ฝ่ายการเมือง ผมรับราชการมาทั้งชีวิต ๓๘ ปีเต็ม กล้าพูดได้ว่าฝ่ายการเมือง หรือนักการเมืองเขาโกงเองไม่ได้หรอกครับ ถ้าราชการไม่โกงให้ ไม่ว่าเมกะ โปรเจคท์ (Mega project) หรือมินิ โปรเจคท์ (Mini project) หรือมิดเดิล โปรเจคท์ (Middle project) ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลาย ถ้าไม่โกงให้โกงไม่ได้หรอกครับ ส่วนเหล่านี้ก็ต้องแก้ด้วย ทั้งภาคราชการ ภาคการเมืองและภาคประชาชน ธุรกิจเอกชน ยิ่งไม่ต้องพูด มีหนทางใดที่จะได้เปรียบคู่แข่ง ยอมจ่ายใต้โต๊ะ จ่ายแล้วคุ้มเขาก็จ่าย เห็นชัดเจนในการที่จะออกขอใบอนุญาตสัมปทานอะไรทั้งหลาย ชัดเจนมาก ถึงบอกว่า ในการปฏิรูปขบวนการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบนั้นต้องรื้อกฎหมายปฏิรูปเยอะแยะ มากมาย ที่ท่านเสนอมาหลายแนวทางก็ถูกต้องแล้ว เช่น การลดการใช้ดุลยพินิจของ ผู้มีอํานาจ การใช้ดุลยพินิจของผู้มีอํานาจเป็นตัวสําคัญในการสร้างกลไกในการที่จะทุจริต คอร์รัปชัน โดยเฉพาะเรื่องระบบสัมปทานทั้งหลาย เงินไม่มาเซ็นไม่เป็น นี่ของนักการเมือง ส่วนประชาชนในการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ถ้าเงินไม่มาก็กาไม่เป็น ตรงนี้ทําอย่างไร ถึงล้างภาพแนวความคิดนี้ออกจากมันสมองของคนทั่วไปให้ได้ แน่นอนที่สุดระบบการปลูกฝัง ที่ท่านนําเสนอนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กในวัยเรียน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอะไรก็ตามที่มีเกี่ยวข้องกับพลเมือง หรือประชาชนเยอะ ๆ ในพื้นที่นั้นเป็นสิ่งที่จําเป็นมาก จะต้องทําการปลูกฝังให้รู้ ถึงความละอายและเกรงกลัวต่อบาปต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และที่ผมเห็นว่า ส่วนสําคัญที่สุดที่จะทําได้ฉับพลันคือการออกหลักนิติธรรมที่มีกติกาชัดเจนสําหรับคนที่ จะจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลาย ผมรับราชการมา ๓๘ ปีเต็ม ๆ ผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากโครงการใหญ่ ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือนักการเมืองก็ตาม รัฐมนตรีก็ตาม เวลามีเรื่อง มีราวขึ้นมานั้นคนที่ถูกลงโทษกลายเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย  คณะกรรมการตรวจการจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพวกนี้ ผมคิดว่าในการปฏิรูปกฎหมายเรื่องนี้ควรจะต้องกําหนดให้ ผู้บริหารจะต้องมีส่วนมาในการตรวจรับการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นโครงการใหญ่ ๆ ด้วย เพื่ออะไรครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการทั้งหลายที่ตกเป็นเครื่องมือแล้วน่าสงสารมาก ผลประโยชน์ตัวเองได้ไปไม่เท่าไรหรอกครับ แต่ตัวได้ไปจริง ๆ คือผู้บริหารระดับสูง หรือนักการเมืองระดับใหญ่เอาไป แต่เวลามีเรื่องมีราวข้าราชการทั้งนั้นครับ ที่ถูกเล่นงาน ที่ถูกอะไรทั้งหลาย ดังนั้นในเรื่องนี้ท่านควรจะต้องกําหนดแนวทางให้ชัดเจน จะปฏิรูป กฎหมายอะไรก็ได้ ในเรื่องของนิติธรรม นิติรัฐที่ชัดเจนในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง นายกเทศมนตรี นายก อบต. นายกทั้งหลาย ควรจะต้องให้มีส่วนมาตรวจรับการจ้าง แล้วให้ รู้ไปสิว่าเวลาผลคุณภาพงานมันแย่ ๆ เขาจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย สุดท้ายครับ สําคัญที่สุดก็คือ ภาคประชาชน ภาคประชาชนการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบตรงนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ฉบับกําลังยกร่าง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่จะต้องให้พลังของภาคประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วมในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างการทํางาน โดยเฉพาะระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ลงมา แล้วนี่คือการสร้างพลังที่เข้มแข็ง คนที่จะตรวจสอบการทุจริตได้ดีที่สุดมันสู้ประชาชน ไม่ได้ครับ ถ้าจะเป็น ป.ป.ช. สตง. คตง. สารพัด ส ทั้งหลาย เพราะว่ามันห่าง แต่ประชาชน อยู่ในพื้นที่เห็นชัด ตําตาอยู่ทุกวัน ในเทศบาล ใน อบต. ใน อบจ. มันตําตาอยู่ทุกวัน เพียงแต่ว่าเขาไม่มีอํานาจ เวลาไปขอข้อมูลว่าโครงการพัฒนาเป็นเรื่องความลับคุณมาขอ ไม่ได้อะไรทํานองนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นะครับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กําลังจะให้ หมวดว่าด้วยพลเมืองเป็นใหญ่ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งแล้วจะต้องออกกฎหมายที่ให้ ภาคพลเมืองนอกจากไม่ใช่แค่ วอท์ชดอกอย่างเดียว ไม่ใช่แค่สุนัขเฝ้าบ้าน ควรจะต้องมี อํานาจในการที่จะมีกลไกอะไรตรวจสอบและสามารถจะส่งเรื่องราวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่ฟ้องเองก็ได้ อันนี้เมื่อพลเมืองเข้มแข็งแล้ว ภาคการทุจริตก็จะลดน้อยลงเอง แค่พอว่ามีร่างให้สภาพลเมือง มีสภาพลเมืองให้ตรวจสอบ ทั้งนักการเมือง ทั้งข้าราชการมาโวยวายว่าถ้าอย่างนี้แล้วจะเป็นการขัดขวางการทํางานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ ผมบอกว่าไม่ได้ขัดขวางหรอกครับถ้าท่านสุจริตไม่มีการขัดขวางแน่ แต่ถ้าทุจริตขัดขวางแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดผมย้ํานะครับภาคประชาชนครับ ถ้าท่านสามารถส่งเสริมความเข้มแข็งภาคประชาชนตรงนี้ได้ การปราบปรามทุจริตประพฤติ มิชอบทั้งหลายก็จะทําได้ง่ายขึ้น ขอบคุณครับ