พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ อธิบายขั้นตอนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 5 ปี โดยเสนอให้มีสภายุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเสนอกลไกบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบูรณาการแผนงานระหว่างกลุ่มภารกิจหลัก
กราบเรียนท่านประธาน ท่านรองประธานสภา สปช. ที่เคารพ กระผม ยงยุทธ สาระสมบัติ ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้เวลาและให้โอกาสที่จะมารับคําแนะนําจากท่านสมาชิกเกี่ยวกับการจัดทําร่างกฎหมาย ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติในวันนี้ เริ่มต้นผมขออนุญาต แต่เรียนว่าผมจะมีลําดับการนําเสนอ ทั้งหมด ๘ ขั้นตอนด้วยกัน
ขั้นตอนที่ ๑ คือในส่วนของหลักการและเหตุผล
ขั้นตอนที่ ๒ ความหมายของยุทธศาสตร์ชาติ
ขั้นตอนที่ ๓ กรอบความคิดในการทํายุทธศาสตร์ชาติ
ขั้นตอนที่ ๔ กลไกบริหารจัดการยุทธศาสตร์ชาติ
ขั้นตอนที่ ๕ บทบาทหน้าที่ของสภายุทธศาสตร์ชาติ
ขั้นตอนที่ ๖ บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ
ขั้นตอนที่ ๗ ขั้นตอนการทํายุทธศาสตร์ชาติ
และประเด็นสุดท้ายคือข้อเสนอการดําเนินการรองรับบทบัญญัติ ตามร่างรัฐธรรมนูญ
สําหรับหลักการและเหตุผลนั้นอยากจะเรียนว่า ในยุคโลกาภิวัตน์การพัฒนา ประเทศสู่ความเป็นเลิศ มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สามารถแข่งขันในระดับสากล จําต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่เป็นระบบ และที่สําคัญก็คือต้องสะท้อนถึง ความต้องการประเทศชาติและประชาชน เพื่อนําไปสู่การพัฒนาประเทศที่มีความเป็นธรรม และคํานึงถึงประโยชน์สุขของประชาชน ดังนั้นการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติและการจัดตั้งกลไก ทํายุทธศาสตร์ชาติจึงมีความสําคัญและสอดคล้องกับแนวบทบัญญัติที่ได้กําหนดไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๗๙ และมาตรา ๒๘๔ (๑) ซึ่งผมขอเรียนซ้ําจากที่ ท่านประธานกรรมาธิการได้นําเรียนไปแล้ว มาตรา ๑๗๙ ร่างบัญญัติไว้ว่า รัฐมนตรี ซึ่งหมายรวมถึงนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ รัฐมนตรีต้องดําเนินการ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมายและนโยบายที่ได้แถลง ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ ขณะเดียวกันมาตรา ๒๘๔ (๑) การบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณ ต้องดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็กรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินที่เห็นด้วยกับว่ามีความสําคัญมาก สําหรับในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติที่จะไปกําหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
ถัดไปผมขออนุญาตเรียนความหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ความหมายของ ยุทธศาสตร์ชาตินี้นํามาจากเอกสารของ วปอ. แล้วก็ผ่านการสัมมนาไปเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม เมื่อวันเสาร์ก่อนนั้นนะครับ ซึ่งมีทั้ง สปช. สนช. แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการทั้งหลาย มาร่วมสัมมนาด้วยประมาณ ๑๐๐ กว่าท่าน ยุทธศาสตร์ชาติคือแผนแม่บทที่เป็นกรอบชี้นํา การกําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ต่าง ๆ สําหรับการพัฒนาประเทศ กําหนดทิศทาง เป้าหมายหรือแนวทางการพัฒนาประเทศ การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดสรร งบประมาณ และเป็นแนวทางสําหรับการพัฒนาของภาคเอกชนและภาคประชาชนเพื่อให้ บรรลุเป้าประสงค์ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน รวมทั้งมีอธิปไตยและศักดิ์ศรีในประชาคมโลก ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่หมายเฉพาะภาครัฐเท่านั้น จะเป็นแนวทางปฏิบัติสําหรับของภาคเอกชนด้วย ยกตัวอย่าง ถ้ายุทธศาสตร์ชาติในอนาคต ต่อไปถ้าเราจะเน้นในเรื่องของระบบรางมากกว่าระบบถนน ทางภาคเอกชนก็ได้ทราบว่า ทางแนวนโยบายของรัฐนั้นหรือยุทธศาสตร์ของรัฐจะดําเนินการไปอย่างไร หรือว่าในเรื่อง ของพลังงาน ถ้าเอกชนทราบว่ายุทธศาสตร์ของชาติมีแนวนโยบายอย่างไรหรือมียุทธศาสตร์ อย่างไร ทางเอกชนเขาก็จะได้เตรียมการได้ถูกต้อง หรือว่าในเรื่องของเมดิคอล ฮับ (Medical Hub) อย่างนั้นเป็นต้น ถ้ายุทธศาสตร์ชาติมุ่งเน้นไปในส่วนนั้นด้วย ถ้ายุทธศาสตร์ชาติ ไปในแนวนั้นแล้วภาคเอกชนหรือประชาชนก็จะได้มีส่วนรับรู้
ถัดไปครับ ขอกราบเรียนกรอบความคิดในการจัดทํายุทธศาสตร์ชาตินะครับ กรอบความคิดในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาตินี้เป็นเพียงกรอบความคิดนะครับ จะต้องมี รายละเอียดเพิ่มเติมอีก ซึ่งท่านทั้งหลายผ่านไปทางท่านประธานสภา จะได้กรุณา ให้ความเห็นเพิ่มเติม สําหรับกรอบความคิดนั้นอย่างน้อยจะต้องมาจากความต้องการของ ประชาชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่ามีการขอความเห็น สอบถาม ความเห็นของประชาชนอยู่แล้วอย่างน้อย ๑๘ กลุ่มตามกลุ่มกรรมาธิการวิสามัญที่เรามีอยู่ รวมทั้งอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น
ถัดไปก็คือจะต้องพิจารณาถึงความต้องการในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ และแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นอกจากนั้นแล้วจะต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ใน และต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้อย่างน้อย ๓ ส่วนนี้จะนํามาสู่เป้าประสงค์หลักของชาติ หรือผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งในขณะนี้ในเรื่องของผลประโยชน์แห่งชาติ ก็ได้มีการกําหนดไว้แล้ว พอสมควรตามเอกสารของ วปอ. ซึ่งได้มีการติดตามศึกษามาหลายปี ยกตัวอย่างอย่างเช่น ผลประโยชน์แห่งชาติหลัก ๓ ประการ ก็คือ ๑. มีเอกราช ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข สังคมไทยร่มเย็นเป็นสุข มีพัฒนาการที่ยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่ง ประชาชนอยู่ดี มีสุข และ ๓. มีเกียรติและศักดิ์ศรีในสังคมโลกอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติสุข นั่นคือ พื้นฐานส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ข้อมูลเหล่านั้นจะนําไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งประมาณไว้ว่า เป็นวิสัยทัศน์ ๒๐ ปี ซึ่งในส่วนนี้ถ้าในเอกสารทางความมั่นคงนั้นเขาใช้คําว่า วัตถุประสงค์ มูลฐานแห่งชาติ ซึ่งก็คล้ายคลึงกัน
ถัดจากนั้นก็จะมากําหนดยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเป็นการพัฒนาในระยะ ๕ ปี ยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นตัวชี้นําไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติด้านต่าง ๆ ในขณะเดียวกันยุทธศาสตร์ การพัฒนา ๕ ปีนั้นก็จะไปสู่แผนพัฒนาด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม หรือในด้านของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม หรือในส่วนอื่น ๆ ด้วยนะครับ นั่นเป็นขั้นตอน ทีนี้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดทํายุทธศาสตร์ คณะกรรมาธิการโดยเฉพาะคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาว่าน่าจะต้องมีองค์กรอยู่องค์กรหนึ่ง คือสภายุทธศาสตร์ และสภายุทธศาสตร์นี้จะเป็นผู้เลือกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีประมาณ ๑๕ ท่าน ๔ ท่านจะมาจากนายกรัฐมนตรี มาจากประธานรัฐสภา มาจากผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และประธานศาลปกครองสูงสุด ส่วน ๑๑ ท่านนั้น ก็จะมาจากนักยุทธศาสตร์ในกลุ่มภารกิจต่าง ๆ ดังนั้นคณะกรรมการนี้จะเชื่อมโยงประสาน กับทางรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติและเชื่อมโยงประสานกับทางคณะรัฐมนตรีหรือฝ่ายบริหาร ในขณะเดียวกันคณะกรรมการยุทธศาสตร์นี้จะมีสํานักงานคณะกรรมการสภายุทธศาสตร์ เป็นสํานักงานคณะกรรมการ ไม่ใช่เป็นสํานักงานเลขาธิการสภายุทธศาสตร์ จากคณะกรรมการฝ่ายบริหารก็จะนําไปสู่การปฏิบัติ ก็คือหน่วยงานปฏิบัติ มีกระทรวง กรม จังหวัด หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ซึ่งทางสํานักงานคณะกรรมการสภายุทธศาสตร์ ก็จะมีการประสานงานและความจริงแล้วน่าจะต้องมีเส้นเชื่อมโยงเป็นเส้นประระหว่าง แผนพัฒนาด้านต่าง ๆ กับสํานักงานคณะกรรมการสภายุทธศาสตร์
ขอหน้าถัดไปนะครับ สําหรับในเรื่องของกลไกในการบริหารจัดการ ยุทธศาสตร์ชาติ ในเบื้องต้นคณะอนุกรรมาธิการจัดทําร่างกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ ซึ่งได้เสนอกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว สภายุทธศาสตร์นี้น่าจะต้อง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ จํานวนและสัดส่วนตามความเหมาะสมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน จุดเด่นตรงนี้ก็คือว่าสภายุทธศาสตร์หรือยุทธศาสตร์ชาตินั้น จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกําหนดอนาคตของชาติ ส่วนในเรื่องของคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์นั้นได้เรียนไปแล้วว่าประกอบด้วยใครบ้าง สําหรับสํานักงานคณะกรรมการ สภายุทธศาสตร์นั้นจะมีหน้าที่อยู่อย่างน้อย ๔ ประการหลัก ประการที่ ๑ คือบูรณาการแผน และยุทธศาสตร์ตามกลุ่มภารกิจ ยุทธศาสตร์ชาติของเราที่คิดเอาไว้ในเบื้องต้นนี้ เราจะเน้น ในเรื่องของกลุ่มภารกิจมากกว่าที่จะเน้นไปรายกระทรวงหรือกิจการรายกระทรวง ท่านทั้งหลายคงทราบอยู่ว่าในปัจจุบันในเรื่องของแต่ละกระทรวงนั้นก็มีอาณาจักรของตัวเอง การที่จะทํางานเป็นกลุ่มภารกิจยังมีน้อยอยู่ มีเหมือนกัน มีน้อยอยู่ ฉะนั้นแผนที่คิดเอาไว้ อย่างน้อยที่สุดจะมีแผน เราจะบูรณาการกลุ่มงานภารกิจในเรื่องของความมั่นคง เรื่องของ เศรษฐกิจ ในเรื่องของสังคม ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน สังคมนั้นรวมถึง ศิลปวัฒนธรรมด้วย และกลุ่มทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม กลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม หรือเรียกกันว่า วทน. รวมทั้งกลุ่มอื่น ๆ ด้วย
สําหรับในเรื่องของสํานักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ ตรงนี้ก็เป็น องค์กรที่มีความสําคัญมากในการนอกจากที่จะบูรณาการกลุ่มภารกิจต่าง ๆ แล้ว องค์ประกอบของคณะกรรมการก็มีความสําคัญอย่างยิ่ง ที่คิดไว้คืออย่างน้อยจะต้องมีทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สําหรับในภาครัฐนั้นจะต้องประกอบด้วยทั้งแผนงาน แผนเงิน และแผนคน ในตัวอย่างเรื่องของแผนงาน เช่น ของจากสภาพัฒน์ หรือสํานักงาน คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคม จาก สมช. หรือจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ จากแผนเงินนั้นก็ต้องมาจากตัวแทน โดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยงานหรือหัวหน้าส่วนราชการ ของหน่วยเหล่านั้น ส่วนราชการเหล่านั้นหรือผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ส่วนในเรื่องของ ภาคเอกชนนั้นที่คิดไว้ในเบื้องต้นอย่างน้อยต้องมีประธานหอการค้าไทยหรือผู้แทนจาก สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม หรือสมาคมธนาคารไทย นอกจากนั้นแล้วถ้าสภาพลเมือง ที่ได้มีการพยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นได้จริงสภาพลเมืองก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ ในคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะเห็นว่าจะได้มีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะกําหนด ยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็มีการบูรณาการกันในเรื่องของกลุ่มภารกิจต่าง ๆ และในภาคต่าง ๆ
ถัดไปครับ บทบาทหน้าที่ของสภายุทธศาสตร์ชาติ เบื้องต้นก็มีอย่างน้อย ๕ ประการด้วยกัน
๑. กําหนดแนวทางการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ
๒. รวบรวมความเห็นและวิเคราะห์ข้อมูลจากทุกภาคส่วน
๓. กําหนดเป้าหมายการพัฒนาด้านต่าง ๆ
๔. รวมทั้งตัวชี้วัดและกรอบระยะเวลาในการดําเนินการ
๕. ให้ข้อเสนอแนะในการปรับยุทธศาสตร์ชาติต่าง ๆ พูดถึงในเรื่องกรอบ ระยะเวลา
เมื่อสักครู่นี้ผมลืมเรียนไปว่ายุทธศาสตร์ชาตินอกจากที่เรากําหนดไว้ว่าเป็นระยะ วิสัยทัศน์ ๒๐ ปีแล้ว เราจะกําหนดกรอบเวลา มาทุก ๕ ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา ประเทศ ฉะนั้นในข้อ ๓ ตรงนี้ในกรอบระยะต่าง ๆ นั้นจะต้องมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์
ประการถัดไปเนื่องจากว่าโลกเป็นพลวัต สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงตลอด ก็จะต้องมีการปรับยุทธศาสตร์เป็นระยะ ๆ ในขณะเดียวกันจะต้องมีการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างแนวร่วมในการพัฒนาประเทศ
ถัดไปเป็นเรื่องของบทบาทคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ
ประการที่ ๑ กํากับและบริหารการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ปรับยุทธศาสตร์ชาติ ตามข้อเสนอแนะของสภายุทธศาสตร์ชาติ
ประการที่ ๒ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์ ในการกําหนดทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติที่สะท้อนความต้องการของชาติและประชาชน
ประการที่ ๓ กํากับติดตามและประเมินความสอดคล้องและประเมิน ผลสัมฤทธิ์ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลา
ประการที่ ๔ ศึกษาเพื่อกําหนดกรอบการประมาณการงบประมาณ ทั้งงบประมาณรายรับและรายจ่าย ซึ่งเดี๋ยวอาจารย์สีลาภรณ์จะได้นําเรียนต่อไปนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานต่อไปในเรื่องของขั้นตอนการจัดทํายุทธศาสตร์ อย่างน้อยมีด้วยกัน ๓ ส่วน ส่วนอื่น ๆ คงจะต้องขอรับข้อเสนอแนะของท่านประธาน แล้วก็รวมถึงท่านสมาชิกทั้งหลายด้วย
ประการที่ ๑ ศึกษาเพื่อจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ โดยจะต้องมีการสํารวจ ความต้องการ จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จะต้องมีการศึกษา และวิเคราะห์ความต้องการ วิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ประการที่ ๒ ดําเนินการร่วมระหว่างสภายุทธศาสตร์ชาติ กรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติ และองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง องค์กรต่าง ๆ ก็อย่างที่เรียนไปแล้วจะต้องมี ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็ภาคประชาชน รวมทั้งแผนงานแผนเงิน
ประการถัดไปจะต้องมีการรับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ นั่นคือสิ่งที่ทางอนุกรรมาธิการและทางกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินได้พิจารณา ในเบื้องต้น สําหรับข้อเสนอในการดําเนินการทางยุทธศาสตร์นั้นเนื่องจากว่าร่างรัฐธรรมนูญได้ กําหนดข้อความยุทธศาสตร์ชาติได้บัญญัติเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ายุทธศาสตร์ชาติยังไม่มี หรือยังไม่มีการดําเนินการ ถ้ารัฐบาลถัดไปหรือรัฐบาลต่อไปเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน คําถามก็เกิดขึ้นว่าถ้าจะให้ดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติแล้วยุทธศาสตร์ชาติอยู่ที่ไหน ฉะนั้นในฐานะที่เรามีส่วนในการที่จะพิจารณายุทธศาสตร์ชาติที่จะไปกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นจะต้องมีการ
ประการที่ ๑ ควรเร่งรัดการจัดทําร่างกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งท่านประธานก็คงจะกําหนดเวลาในใจแล้วนะครับ
ประการที่ ๒ เพื่อให้กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติมีประสิทธิภาพ ควรกําหนดเป็น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นเพียงร่างพระราชบัญญัติจําเป็นสําหรับ รัฐธรรมนูญ
ถัดไปท่านทั้งหลายคงเห็นว่าถ้ายุทธศาสตร์ชาติสําคัญ มาตรา ๑๗๙ ของร่างรัฐธรรมนูญนั้นน่าจะต้องมีเรียงถ้อยคําใหม่ กระผมไม่ได้ขอเปลี่ยนหลักการนะครับ กระผมจะขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า มาตรา ๑๗๙ น่าจะเรียงถ้อยคําเป็นว่า รัฐมนตรีต้องดําเนินการตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายที่ได้แถลง เพราะว่าถ้าตามที่ กราบเรียนมานี้ท่านประธานสภาก็คงเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติน่าจะสําคัญกว่านโยบาย ที่รัฐบาลได้แถลงนะครับ
ถัดไปอย่างที่กราบเรียนไปแล้ว ถ้ารัฐบาลต่อไปมีมาความพร้อมในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกจะต้องมี ฉะนั้นอยากจะเรียนหารือท่านประธานผ่านไปท่านสมาชิกว่า จะต้องมีการเตรียมความพร้อมสําหรับรองรับมาตรการที่กําหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ จึงจําเป็นต้องกําหนดโดย แล้วแต่ที่ท่านประธานสภาจะเห็นสมควรอาจจะส่งไปยัง คณะรัฐมนตรีให้คณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาตั้งสภายุทธศาสตร์ชาติและกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติ ชั่วคราว ชั่วคราวนะครับ เพื่อดําเนินการศึกษาและจัดเตรียมการจัดทํายุทธศาสตร์ รวมทั้งจะต้องมีสํานักงาน คณะกรรมการชั่วคราวที่จะทําหน้าที่เป็นเลขานุการ ซึ่งในส่วนนี้ผมเชื่อว่าบางท่านก็คงจะคิด ไว้แล้วว่าน่าจะเป็นใคร น่าจะเป็นหน่วยไหน แต่ผมว่าเราอาจจะเสนอได้ถ้าท่านประธาน จะกรุณาพิจารณาว่าเราจะลงไปมีรายละเอียดเพิ่มเติมกว่านี้หรือไม่นะครับ
ถัดไป การจัดทํายุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกนี้โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เช่นแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มภารกิจต่าง ๆ และการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อย่างที่กราบเรียนไปเบื้องต้นนะครับว่าเรามีการรวบรวมข้อมูล จากประเด็นต่าง ๆ อย่างน้อย ๑๘ ประเด็น ตามคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้ว แล้วก็ ๑๘ บวก ๑ ก็คือกลุ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ข้อมูลเหล่านั้นก็น่าจะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่จะเป็นอินพุท (Input) ไปสู่ที่จะทํายุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก กราบเรียนเพิ่มเติมว่าการที่จะ ผลักดันในยุทธศาสตร์ชาติให้เกิดขึ้นนั้นคงจะไม่ได้มาจากหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ทุกส่วน ทุกท่านมีส่วนสําคัญ ถ้ากระผมจะขออนุญาตพูดว่าการดําเนินการนี้เป็นลักษณะของ กฐินสามัคคี ขออนุญาตให้ท่านประธานเป็นประธานกรรมการกฐินสามัคคี แล้วพวกเราทุกท่าน ร่วมกันเป็นกรรมการกฐินสามัคคีเพื่อผลักดันงานนี้ให้สําเร็จ ขอบพระคุณท่านประธานครับ