สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

พะจุณณ์ ตามประทีป หารือเรื่องการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดกติกาที่ชัดเจนและโปร่งใสเพื่อป้องกันการทุจริต และเรียกร้องให้ป.ป.ช. อุดช่องโหว่และปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพูดถึงการลดขั้นตอนในการใช้ดุลยพินิจ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการ และปัญหาการเสียภาษีที่ดิน โดยขอให้อุดช่องโหว่และลดผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ที่ดิน และเสนอแนะมาตรการในการแก้ไขปัญหาการแทรกแซงทางการเมืองในหน่วยงานของรัฐ

พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป กรรมาธิการ

สวัสดีท่านประธานแล้วก็เพื่อน สมาชิกทุกท่านนะครับ ผม พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ ปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ จะขอนําเสนอรายละเอียดต่อจากที่ท่านประธาน ประมนต์ได้พูดไว้นะครับ เราจะเห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ปัจจุบันนี้ไม่มีคนเกรงกลัว ทั้ง ๆ ที่ ป.ป.ช. ได้สร้างกฎหมายฉบับนี้เป็นร้อย ๆ ข้อ มีความละเอียดมากพอควรที่จะเอา ผู้กระทําผิดไปลงโทษได้ แต่เราจะพบว่าปัญหาหรือคดีไม่ได้มีการลดลง ในขณะเดียวกัน มูลค่าในการทุจริตคอร์รัปชันก็มีมากมาย ทั้งนี้เนื่องจากอาจจะเป็นเพราะว่ามาตรการ การลงโทษหรือเวลาของการพิจารณาการลงโทษเนิ่นนาน จนกระทั่งผู้กระทําความผิด มองเห็นว่ามันแทบจะไม่มีผลต่อตัวเอง เราจะเห็นหลายเรื่องหลายคดีมีแล้วก็หายไปนะครับ อาจจะพูดว่าคนที่จะต้องได้รับโทษยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมได้ ยังได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นจนกระทั่งเกษียณได้ เพราะฉะนั้นคนที่คาดหวังว่าทําความดี แล้วจะได้รับผลตอบแทนมันก็หมดไปเพราะว่า คนเลว ๆ เหล่านั้นยังยืนอยู่บนโลกอยู่บน หน้าที่การงานของตัวเองได้ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่ได้พบเห็นมันมีคดีที่มันเกี่ยวพันกับผมในฐานะ ทหารเรือคือเมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วมีคดีที่มาพูดกันในสภาเรื่องต่อเรือกับเรื่องซ่อมเรือ ซึ่งมีการพูด พร้อม ๆ กันกับเรื่องข้าว ผลปรากฏว่า ๓ ปีมาแล้วเราได้สอบถามไปเรื่องเรือว่า เรื่องเรือที่ เขาพูดกันในสภาไปถึงไหน คําตอบแรกก็คือว่า เรื่องเรือ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่รู้อยู่ที่ไหน แล้วก็เรื่องเรือ ๓๕๐ กว่าล้านบาท พอได้รับงานให้ไปทําคนที่รับผิดชอบไปเรียนหนังสือนะครับ เสียเวลาไปอีก ๑ ปี เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ความช้าแล้วก็ความไม่ใส่ใจของเจ้าหน้าที่ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันไม่ลดน้อยลง เมื่อเป็นดังนี้เราก็เลยได้ กําหนดตรงนี้มาเป็นยุทธศาสตร์ที่จะแก้ไขกัน ก็คือทางท่านประธานก็เลยได้กําหนดเรื่อง กําหนดหัวข้อให้มาทําตามที่ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วบ้าง ในส่วนนี้ที่เราได้ทํากันก็คือ กําหนดกติกาให้ชัดเจน คําว่า กําหนดกติกาให้ชัดเจน ก็คือให้มันโปร่งใสให้ประชาชน สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ กําหนดกติกาว่าเช่นในกรณีจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่ว่าพอเป็นคดีขึ้น มาแล้วเราจะมาพูดกันว่ามันสามารถที่จะดิ้นไปได้ว่าอันนี้ผิดหรืออันนี้ไม่ผิด อันนี้ต้องไม่ได้ แล้วต่อไปนี้ กติกาที่จะทําร่างกันขึ้นมาต้องชัดเจนประชาชนต้องเข้าถึงได้ หรือว่า เรื่องบางเรื่องที่จะใช้กรณีพิเศษจําเป็นต้องใช้ไหม และใช้เพราะเหตุใด เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ มาตรการอันนี้จะต้องเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เราได้ส่งอนุกรรมาธิการ ๒ ท่าน ซึ่งเป็น สปช. คือ คุณวสันต์กับคุณวรวิทย์เข้าไปช่วย ป.ป.ช. ในการอุดช่องโหว่นี้ รวมทั้งที่ปรึกษา ๒ ท่าน คือ พลอากาศเอก วีรวิทย์ กับคุณชาญชัย ซึ่งท่านเคยเป็น ส.ส. ได้เข้าไปอุดช่องโหว่ตรงนี้กับ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นกฎหมายเล่มนี้ กฎหมายซึ่งถ้าใครได้ลองไปหาดูจะพบว่าจริง ๆ แล้ว ทาง ป.ป.ช. เขาได้สร้างกรอบมากมายที่จะป้องกัน แต่ว่าก็ยังทําให้คนได้อาศัยช่องโหว่นี้ เพราะฉะนั้นในคณะของเราก็เลยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยกันอุดช่องโหว่นะครับ

ในเรื่องที่ ๒ มันมีอีกเรื่องหนึ่งคือนอกจากที่เราทํารายงานในสายของ สปช. แล้ว เราก็ได้มีส่วนที่เข้าไปทํางานในเรื่องของยูเอ็นซีเอซี (UNCAC) นะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ตกค้างมานานแล้ว ถามว่ามันมีความสําคัญอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางสหประชาชาติ ต้องการให้เราสร้างกฎ กติกาเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันให้ได้มาตรฐาน ในส่วนของ คณะเราได้ส่ง สปช. อนุกรรมาธิการ ๒-๓ ท่านเข้าไปช่วย แล้วก็ทราบว่าเรื่องนี้ได้เข้าไปถึง สนช. แล้ว ก็ถือว่าเป็นงานเร่งด่วนสําคัญที่ส่งผลให้งานทางสหประชาชาติยอมรับเราในเรื่องของ การป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน

เรื่องที่ ๒ ความโปร่งใสในการกําหนดกติกาขั้นตอนในการดําเนินการ คือเรา ต้องการอย่างนี้นะครับ อย่างการจัดซื้อจัดจ้างที่ประธานได้กล่าวขึ้นมาเราจะให้เข้าเว็บไซต์ (Web site) เลย ให้เป็นระเบียบเลยเข้าเว็บไซต์ เช่น สมมุติว่าวงเงิน ๑๐๐ บาท เราจะให้เลยว่าคนที่รับจ้างเรานี่ใช้เงินไปซื้ออะไร ไปซื้ออะไร ที่ร้านไหน สุดท้ายมันจะต้อง เป็นการลงทุนเท่าไร อย่างไร ตัวเลขพวกนี้จะออกมา แล้วประเด็นสําคัญคือประชาชน สามารถตรวจสอบได้ สามารถรู้เลยว่าเส้นทางเงินที่ใช้จ่ายมันเป็นไปตามขั้นตอนไหม พอประมาณไหม ถ้าเห็นว่าเงิน ๑๐๐ บาท ใช้จริง ๆ แค่ ๕๐ บาท เพราะฉะนั้นย่อมมอง ได้แล้วว่ามีพิรุธในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญแล้วก็น่าจะช่วย บรรเทาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันลงไปได้บ้าง

ในส่วนข้อที่ ๓ การให้ประชาชนมีส่วนร่วม อันนี้เราจะมี ป.ป.ช. ภาคประชาชน เป็นล้าน ๆ คน ตรงนี้มันจะทําได้อย่างไร เช่น ในกรณีของที่เราจะให้มีการแสดงทรัพย์สิน ของนักการเมือง แล้วก็ข้าราชการ ป.ป.ช. คงจะไม่มีคนที่จะไปตรวจสอบเมื่อเขาทําเรื่องว่า แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่ามีเท่าไร อะไรขึ้นมานี่นะครับ เมื่อเข้าเว็บไซต์ประชาชนเข้าไปตรวจสอบ ได้ ประชาชนตามที่ต่าง ๆ ก็สามารถดูได้ อย่างผมอาจจะบอกว่าผมมีบ้าน๒๕ ล้านบาท อย่างนี้นะครับ แต่จริง ๆ แล้วผมยังมีบ้านอีกหลายหลังซึ่งประชาชนซึ่งอยู่ในละแวกนั้น เขาก็คงจะรู้ มันจะมีนอกเหนือจากที่เป็นอยู่ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ประชาชนจะทําหน้าที่ ป.ป.ช. เลย นอกจากนักการเมืองแล้วเราก็จะมี เรากําหนดว่าข้าราชการทุกคนตั้งแต่ต้น จะต้องชี้แจงทรัพย์สิน แต่ว่าเมื่อในถึงระดับหนึ่งจะต้องแสดงทรัพย์สินลงเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบ

ลดขั้นตอนในการใช้ดุลยพินิจ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญมากจะเห็นว่านักธุรกิจ จํานวนมากที่จะต้องมาเสียเงินเบี้ยใบ้รายทางกับข้าราชการ ก็ไม่ใช่แต่เพียงนักธุรกิจ แม้แต่ ประชาชน เอาแค่เรื่องง่าย ๆ ว่าตํารวจจราจรจับเรานี่ตํารวจบอกว่าคุณจะไปเสียที่โรงพัก คุณเสีย ๑,๐๐๐ บาท แต่ถ้าคุณเสียตรงนี้คุณเสียแค่ ๕๐๐ บาท ได้ในกรณีผิด พ.ร.บ. จราจร ในรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้แต่การกําหนดพิกัดภาษี ซึ่งมีผลทําให้นักธุรกิจเสียเปรียบ แล้วก็ ต้องมามีปัญหาต้องขึ้นโรงขึ้นศาลมากมาย เมื่อมีตรงนี้มันทําให้ข้าราชการใช้ช่องโหว่ตรงนี้ เป็นตัวที่จะเรียกรับสินบน หรืออันสุดท้ายที่ได้เห็น ๆ กันก็คือเรื่องของการเสียภาษีที่ดิน การเสียภาษีที่ดินเรามีการประเมินกันไว้ ราคากลางไว้ แต่ว่าในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ที่ดิน เมื่อที่ดินมันแพงกว่าราคากลาง เจ้าหน้าที่ที่ดินก็จะรอเรียกรับเงินจากการซื้อขายครั้งนั้น เพราะว่าคนซื้อขายย่อมจะต้องการเสียเงินน้อยที่สุดอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเผื่อเราให้เขาเสียราคา กลางทุกคนรัฐก็จะได้ แต่เมื่อราคาที่ดินมันมากก็ให้เขาไปเสียในส่วนของสรรพากรไปแทนที่ จะให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินเป็นตัวเรียกรับผลประโยชน์จากตรงนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องของการใช้ ดุลยพินิจเราพยายามจะอุดช่องโหว่ตรงนี้ให้ด้วยนะครับ

แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐ ข้อนี้เป็นข้อที่เราพูดกันมาก เราตําหนิ ป.ป.ช. ตําหนิข้าราชการ ป.ป.ช. ข้าราชการ ป.ป.ช. ไม่มีจิตใจรุกรบ ไม่มีจิตใจ ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ อย่างที่ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าเรื่องคดี ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เก็บไว้จนป่านนี้ ๓ ปียังไม่รู้เลยว่าเรื่องมันอยู่ที่ไหน เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมทําคดีสุวรรณภูมิ ๑๘ คดี เงินเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท บางเรื่องนี่ยังไม่ได้ทําอะไรเลย บางเรื่องคนที่ผมตรวจจับอยู่ตายไปแล้ว แล้วก็บางเรื่องคนที่ผมตรวจจับอยู่ขึ้นเป็นใหญ่เป็นโต นี่ยกตัวอย่างนะครับ เพราะฉะนั้น การสร้างคนให้เป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไม่ใช่จะไปรับใครก็ได้ ลูกท่านหลานเธอ ลูกเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่นะ จะต้องสร้างคนคือไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่นะครับ ในระดับบอร์ด ๙ คน เราก็จะต้องสร้างคน หาคนที่มีจิตใจรุกรบในการที่จะมองเห็นว่าผลประโยชน์ของชาติเป็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นเราปล่อยปละละเลยเรื่องพวกนี้กันมากในการสร้างคนที่จะเข้ามาทําหน้าที่นี้

ขจัดโอกาสในการทุจริต เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คงจะต้องขอแรงท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับ คณะของเราได้พยายามผลักดันให้มีศาลชํานัญพิเศษพิจารณาคดีเรื่องของ การฉ้อราษฎร์บังหลวง ในชั้นต้นก็ยังดูที่ผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่ค่อยจะคล้อยตามเรา ถามว่าทําไม เราถึงได้พยายามผลักดันเรื่องศาลชํานัญพิเศษเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคดีอาญานะครับ และมันจะเป็นถนนอีกเส้นหนึ่งที่จะให้ประชาชน ป.ป.ท. ปปง. หรือแม้แต่ สตง. แล้วก็ ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามามีส่วนฟ้องคดีได้เอง เพราะว่าตอนนี้ใน ป.ป.ช. มีคดีที่ตกค้างอยู่ถึง ๒๐,๐๐๐ คดี ถ้าเผื่อเราสามารถเปิดศาลนี้ได้ก็จะทําให้เป็นหนทางหนึ่งที่จะให้คดีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น หรือคดีที่ค้าง ๆ อยู่ผ่านมาที่ศาล เราได้คุยกับศาลแล้วศาลก็เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยในส่วนรายละเอียดเราก็ได้ทําไว้แล้ว ถ้าเผื่อมีโอกาสนําเสนอหรือว่ามีคนคล้อยตามเรา เรื่องนี้ก็จะสําเร็จได้ทันทีนะครับ ถ้าเผื่อพวกเราเพื่อนสมาชิกเห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญและเป็น เรื่องที่ควรจะทําก็ขอให้สนับสนุนด้วยนะครับ

สุดท้ายก็คือลดการแทรกแซงทางการเมือง ปัญหานี้ก็คือว่าเราจะเห็นว่า นักการเมืองตั้งแต่ได้มีโอกาสเข้าไปแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แล้วทําให้ข้าราชการเหล่านั้น เราใช้คําว่าประจบสอพอเลยก็ได้ว่าต้องทําทุกอย่างที่ นักการเมืองต้องการ แม้แต่เราได้แค่ตําแหน่งไม่มาก ตําแหน่งนี้คําว่าไม่มากคืออยู่ได้ สักปี ๒ ปี ก็เกษียณ เรายอมให้นักการเมืองเอางบประมาณเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทไปได้ ยอมได้ทุกอย่าง มันมีตัวอย่างมากมาย ผมเคยได้รับได้ฟังจากข้าราชการบางคนระดับอธิบดี นักการเมืองเรียกเข้าไปว่าคุณทําอย่างไรก็ได้ คุณเสนอโปรเจกท์อะไรมาก็ได้ ผมขอ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ครับ อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ และในกรณีเรื่องข้าว กรณีอย่างนี้อธิบดี ๒-๓ คน ต้องมีความผิดซึ่งไม่ใช่นะ คนมีความผิดนี้ก็คือน่าจะตั้งแต่ปลัด เพราะเรื่องพวกนี้ มันไม่ใช่เรื่องคนแค่อธิบดีทําได้หรือว่ารู้เห็นแค่อธิบดี ส่วนนี้ตรงนี้อันหนึ่งเราพยายามจะเสนอ กฎหมายให้เห็นว่าการที่จะลงโทษเราจะลงโทษถ้าเผื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทําความผิด ผู้บังคับบัญชาต้องรับโทษด้วย สําหรับในส่วนของผมก็ขอนําเสนอมาตรการ ๗-๘ ข้อนี้นะครับ