คณิศร เสนอปฏิรูปคลังท้องถิ่น แก้ปัญหาขาดรายได้กระจายอำนาจ

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

คณิศร ขุริรัง เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และกลไกตลาดทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระงบประมาณและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งอภิปรายแนวทางการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังท้องถิ่น ระบุปัญหาขาดรายได้ของท้องถิ่นกระทบบริการสาธารณะ และเสนอให้ปฏิรูประบบการคลังโดยกำหนดหลักเกณฑ์แบ่งรายได้ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญ เพื่อกระจายอำนาจและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ต้องขอขอบคุณ กรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้ศึกษาการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ และปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังท้องถิ่น แต่ผมจะขออนุญาตเสนอข้อคิดความเห็น เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ครับ

ยุทธศาสตร์ชาติที่ประสงค์ให้ประเทศไทยมีความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนนั้น จะต้องเน้นการสร้างความแข็งแกร่งกับการเพิ่มความสามารถของประเทศในเวทีโลก โดยการ สร้างความแข็งแกร่งของประเทศนั้นจะต้องประกอบด้วยการศึกษาเพื่อให้คนไทย มีความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก การลงทุนและการพัฒนา โครงสร้างเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค การปฏิรูปการศึกษาเพื่อความมั่นคง ของชาติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงด้านการเมือง ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ด้านสังคม ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี ด้านนวัตกรรม รวมทั้งความมั่นคงทางด้าน อาชีพและรายได้ และที่สําคัญก็คือความมั่นคงด้านการป้องกันประเทศด้วย นอกจากนี้ การลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ก็สําคัญ เพราะนอกจากจะสร้างความแข็งแกร่งแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความสามารถในเวทีโลก ให้กับประเทศ ซึ่งต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วนไปพร้อมกับการทําให้ประเทศของเราเป็นที่ ไว้วางใจของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียนให้เกิดความ เชื่อมั่นและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ของประเทศ รวมทั้งเรื่องการพลังงาน การบริหารจัดการน้ํา การวิจัยและการพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ การสื่อสาร การวิจัยเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการอนุรักษ์และการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์เหล่านี้สามารถอาศัยกลไกของตลาดทุน เข้ามาช่วยผลักดันโดยวิธีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นกองทุนที่ระดมทุน จากประชาชนแล้วนําเงินไปลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคที่สําคัญ การจัดตั้งกองทุนประเภทนี้ จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยลดภาระงบประมาณ การลงทุนของภาครัฐ ลดการก่อหนี้สาธารณะ ทําให้การคลังของประเทศเข้มแข็งขึ้น ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ช่วยพัฒนาธุรกิจของไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น รวมทั้งทําให้เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีค่าใช้จ่ายในการดํารงชีพ ช่วยลด ความเหลื่อมล้ําทางรายได้ของภาคประชาชน อันเป็นการนําไปสู่การเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพต่อไป

ส่วนในเรื่องของข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปงบประมาณและการคลัง ของท้องถิ่นนั้น มีดังนี้ครับ

การที่ท้องถิ่นมีรายได้ไม่เพียงพอเป็นปัญหาสําคัญที่กระทบต่อการจัดทํา บริการสาธารณะของท้องถิ่น หากรัฐบาลกระจายอํานาจลงในระดับท้องถิ่นให้มากขึ้น ท้องถิ่นต่าง ๆ ก็จะสามารถทําหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ในพื้นที่ของตนเองได้แบบครบ วงจรและเต็มความสามารถโดยไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐในส่วนกลาง ถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องมี การปฏิรูประบบการคลังท้องถิ่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายได้ท้องถิ่น โดยขอให้ปฏิรูปในระดับ หลักการตามรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือต้องกําหนดหลักเกณฑ์การจัดแบ่งรายได้ระหว่างรัฐ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญว่าด้วยหมวดของการกระจายอํานาจเพื่อให้มี สภาพบังคับในการกระจายอํานาจทางการคลังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกําหนด ส่วนแบ่งรายได้จากภาษีระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่และชัดเจน หากภาษี ชนิดใดที่เป็นภาษีท้องถิ่นหรือภาษีท้องถิ่นที่มีอํานาจจัดเก็บเอง เช่น ภาษีโรงเรือนและสิ่ง ปลูกสร้าง ภาษีที่ดิน ภาษีรถยนต์ ภาษีบํารุงท้องที่ ภาษีสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะมีได้ในอนาคต หรือภาษีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด เมื่อท้องถิ่นจัดเก็บแล้วให้เป็นรายได้ของท้องถิ่น ทั้งหมด ส่วนภาษีที่เป็นภาษีฐานร่วมที่รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอํานาจจัดเก็บ ภาษีบนสินค้าหรือกิจกรรมเดียวกันเมื่อรัฐจัดเก็บแล้วให้จัดสรรเป็นรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ต่อปีของรายได้ที่จัดเก็บได้ ก็คือรัฐครึ่งหนึ่ง ท้องถิ่นครึ่งหนึ่งนั่นเอง เมื่อหลักการดังกล่าวกําหนดในรัฐธรรมนูญท้องถิ่นก็จะมีเงินงบประมาณที่จะบริหารจัดการ ในท้องถิ่นได้ ส่วนรัฐบาลกลางก็คงไว้เพียงภารกิจดั้งเดิมของรัฐ ภารกิจหลัก ๆ ให้ท้องถิ่น เขาดําเนินการ เขาจัดการเองได้ ภารกิจการป้องกันประเทศ การศาลและการยุติธรรม การระหว่างประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การคลังและระบบ เงินตราต่าง ๆ ให้รัฐบาลกลางกําหนด ให้รัฐบาลกลางเป็นคนจัดการ ท้ายสุดปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความเหลื่อมล้ําหรือความไม่เป็นธรรมในสังคมก็จะได้รับการแก้ไขหรือตอบสนอง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอันเป็นที่ให้ประชาชนปกครองตนเอง คนในท้องถิ่นปกครอง ตนเองเพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นโดยแท้และตรงตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น โดยแท้จริง กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน