สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หารือเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณท้องถิ่น และเรียกร้องการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังท้องถิ่น

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่น ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตําบลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ท่านประธานครับ วันนี้ ท่านประธานน่ารักนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะอภิปรายวันนี้ผมได้อ่านหนังสือ รายงานเล่มนี้ของกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน อ่านคร่าว ๆ นะครับ ไม่ได้ อ่านโดยละเอียดทั้งหมด ภาพรวมทั้งหมดเป็นเรื่องที่ดีมากครับท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่ ดีมากที่กําหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติได้หลายเรื่อง ไม่ว่าเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังท้องถิ่น คํานี้ล่ะครับท่านประธาน ฟังแล้วชื่นใจครับ ผมเป็นนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ท้องถิ่นทั้งประเทศไทย มี ๗,๘๕๓ แห่ง แยกเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ๒ แห่ง คือ พัทยา กับ กทม. เหลือ ๗,๘๕๑ แห่ง มีเทศบาลทั้งประเทศไทย ๒,๔๔๐ แห่ง ท่านประธานครับ ทุกคนยอมรับจากงานวิจัย หรือจากการที่พวกท่านเหล่านี้ที่นั่งอยู่ การบริการสาธารณะสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน ท้องถิ่นบริหารจัดการได้ดีเป็นที่พอใจของประชาชนมาโดยตลอด แต่สิ่งหนึ่ง ที่ท้องถิ่นนั้นเจ็บปวดมาโดยตลอด รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมาชอบหมกเม็ดในเรื่องของ งบประมาณแผ่นดิน อ้างว่าท้องถิ่นได้งบประมาณจํานวนมากมหาศาล คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ละเปอร์เซ็นต์แต่ละปีนั้น ท่านประธานครับ เช่น ปี ๒๕๕๗ บอกว่าท้องถิ่นได้รับ การจัดสรรเงินจากงบประมาณแผ่นดินทั้งสิ้น ๒.๒๒ ล้านบาท เป็นเงิน ๒๗.๓๗ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยแล้ว ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอมาปี ๒๕๕๘ บอกว่าได้ ๒๗.๘๐ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยแล้วเป็นเงิน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านประธานครับ หลายท่านนั่งอยู่ตรงนี้ หรือประชาชนมอง หรือคนที่ไม่รู้จริงมองว่าท้องถิ่นนี้งบประมาณมากมายมหาศาล ท่านประธานครับ แต่ท่านรู้ไหมครับว่าทําไมผมใช้คําพูดว่า ท้องถิ่นเจ็บปวด เพราะการ จัดเก็บภาษีของท้องถิ่นนั้นท่านครับเราจัดเก็บได้แต่ภาษี มีอํานาจจัดเก็บภาษีได้แต่ตัวเล็ก ๆ ผมยกตัวอย่างงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๗ รัฐบาลที่ผ่านมาหมกเม็ดงบของ ส.ส. ไว้กับ พวกผมประมาณ ๑๘,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทําไมผมพูดอย่างนี้ เขาเรียกว่างบ อปท. เร่งด่วน นั่นก็คืองบองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน อยู่ในหมวดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เราก็รู้วิธีงบประมาณ ทั้งประเทศว่าเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนั้นต้องวิ่งเอา ไม่เหมือนเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาล ต้องจัดสรรลงมา ตรงนี้เองท่านประธานครับ แต่พอมายุคปี ๒๕๕๘ ผมต้องชื่นชมคณะรักษา ความสงบแห่งชาติเอา ๑๘,๕๐๐ ล้านบาทนั้นจัดสรรโดยเป็นธรรม แต่ก่อนนั้นให้ ส.ส. แบ่งกันครับท่านประธาน ๔๐๐ คน หาร ๔๐๐ ฝ่ายค้านรับไป ๒๐ ล้านบาท ฝ่ายรัฐบาล รับไป ๓๕ ล้านบาท เหลือเป็นของรัฐมนตรี เป็นอย่างนี้มาโดยตลอดทุกปี ผมไม่ใช่เด็ก ส.ส. ผมไม่ใช่เด็ก ส.ว. ก็ไม่เคยได้งบประมาณลงในพื้นที่แม้แต่บาทเดียว ผมทํางบประมาณของบ อปท. เร่งด่วนมาหลายสิบปี ท่านไปดูครับ คําของบประมาณทั้งแผ่นดินของท้องถิ่น เป็นตู้คอนเทนเนอร์ (Container) แต่ไม่เคยได้รับการจัดสรร เพราะไม่ได้อยู่สัดส่วนของ ส.ส. แต่ปี ๒๕๕๘ ท้องถิ่นชื่นมื่นทั้งประเทศ เพราะอะไรครับ เพราะมีประกาศ คสช. สั่งลงไปว่า ให้กําหนดหลักเกณฑ์จัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ๑๘,๕๐๐ ล้านบาท ให้กับท้องถิ่น ทั้งประเทศแบบเป็นธรรม แล้วคนที่ทําตรงนี้ผมขอชื่นชมท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ท่านทําด้วยความโปร่งใส ใครจะวิ่งอย่างไรก็ช่าง ไม่มีทาง เพราะฉะนั้นท้องถิ่นได้รับ จัดสรรงบประมาณเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐาน ๑๘,๕๐๐ ล้านบาท งบประมาณ ๖๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ปี ๒๕๕๘ จัดสรรแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนครับ ส่วนหนึ่งคือรัฐจัดเก็บและแบ่งให้ เป็นเงิน ๓๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกินครึ่งหนึ่งของงบประมาณที่เราได้รับการจัดสรร อีกส่วนหนึ่งก็คือเราจัดเก็บเอง สํานักงบประมาณก็เอาตัวเลขโมเมมาหลอกว่าพวกเรานั้น จัดเก็บได้ปีนี้ประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ ไม่ถึงครับท่านประธาน ดูสิครับผมจัดเก็บได้แต่ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดินเล็ก ๆ น้อย ๆ มันจะไปถึงอย่างไร ก็ชอบเอาตัวเลขไปหลอก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่นมาโดยตลอด แต่พอลงมาหายไป ครึ่งหนึ่ง ผมเอาปี ๒๕๕๘ ให้ประธานเห็นภาพนะครับ พอจัดสรรลงมาเหลืออยู่ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทให้กับพวกเรา ใน ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทแบ่งเงินอุดหนุนเฉพาะกิจและเงินอุดหนุน ทั่วไป ในตัวนี้ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เงินนมโรงเรียน เงินอาหารกลางวันรวมแล้วประมาณ เกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยผู้สูงอายุ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยคนพิการอีกหลายร้อยล้านบาท อสม. เชิงรุกอีก ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซ่อนอยู่ในงบของท้องถิ่นซึ่งบังคับให้เราเอาไปจ่าย โดยที่เราไม่สามารถนําเงินตัวนี้ไปใช้ผิดประเภท เหลือเงินให้เรานิดเดียวที่เป็นเงินฟรีแฮนด์ เป็นเงินที่เราไปจ่ายรายจ่ายประจําโครงสร้างพื้นฐานแค่ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท พวกผมท้องถิ่น ๓ องค์กรได้รวมตัวกันไปเรียกร้องจากรัฐบาลว่ารัฐบาลครับ ปี ๒๕๕๗ เงินฟรีแฮนด์ ตัวนี้ เราได้ ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้า ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อไรพวกเราล้มละลายทั้งประเทศ ฯพณฯ ประธาน คสช. เห็นใจ ท่านก็บอกว่าไปดูสิว่างบตัวไหนที่สามารถโอนกลับคืนเขาได้ เพราะท่านไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงเพราะตัวข้าราชการประจําบางคนบางกลุ่มไปเพ็ดทูลในเรื่องนี้ นําเรียนท่านประธานครับ เราจึงได้รับการประกาศเพิ่มเติมเป็นงบลงทุนอีก ๒๐,๖๘๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่แล้วเราหายไปประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ผ่านมาท้องถิ่นเสียเปรียบ ที่สุดคือเรื่องอะไรครับ การบริหารราชการแผ่นดินขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการทั้งประเทศ แต่คําว่า ข้าราชการ ไม่มีคําว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเลย เพราะอะไรครับ เพราะกลัวเอางบกลาง มาจ่ายให้ท้องถิ่น ซึ่งในเงิน ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทก็ต้องมาจ่ายเท่าเดิม ท่านประธานนึกออกนะครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่น ล่าสุดยังมาประกาศเบี้ยคนพิการจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๘๐๐ บาท พวกเราเองนั้นเงินมันน้อย อยู่แล้ว ผมบอกเลยครับว่าส่วนใหญ่แล้วในอดีตกระจุกงบไว้ส่วนกลาง ท่านอยากให้ ประเทศชาติมั่งคั่ง ท่านลองสิครับ ผมพูดเรื่องนี้หลายเรื่อง ท่านมองว่าท้องถิ่นไม่ดี หากลไก มาควบคุมผู้บริหารท้องถิ่น หาสภาประชาชน หาสมัชชา อะไรก็ได้แล้วลงโทษหนัก ๆ ท่านลองให้งบประมาณท้องถิ่นอย่างเต็มที่สิครับ ผมเชื่ออย่างหนึ่งครับท่านประธานว่า เมื่อท้องถิ่นเจริญ ประชาชนเข้มแข็ง มีอาชีพ มีรายได้ เศรษฐกิจมันจะพุ่งขึ้นมาเลยครับ ท่านไม่ต้องเอาเงินไม่อุ้มกองทุนน้ํามัน ไม่ต้องไปอุ้มอะไรทั้งสิ้น ผมมั่นใจอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมฝากไปถึงท่านกรรมาธิการลองนําเรื่องที่ผมพูดไปพิจารณาประกอบว่า สิ่งที่ท้องถิ่นประสบปัญหาอยู่นี้จะแก้ไขอย่างไร แต่ท่านประธานอนุกรรมาธิการการเงิน การคลังของท้องถิ่น ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์สีลาภรณ์ ท่านมองเห็นครับ ท่านบอกว่า ท้องถิ่นจะยืนอยู่ได้เหมือนต่างประเทศต้องสามารถจัดเก็บภาษีแล้วเลี้ยงตัวเองได้ ตรงนี้ละครับ ผมพูดให้เพื่อนท้องถิ่นทั้งประเทศฟัง เขาชื่นใจมาก เขาจะรอตรงนี้อยู่ แต่วิธีบริหารจัดการนั้น ผมอยากให้กรรมาธิการนั้นลงไปควบคุมดูแลว่าการบริหารจัดการนั้นจะได้ประโยชน์ขนาดไหน ขอบกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ