ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องรายงานเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของรัฐสภาในการกำหนดกรอบงบประมาณ และการปรับเปลี่ยนรายการงบประมาณ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัด สงขลานะครับ ขออนุญาตที่จะมีความเห็นต่อรายงานซึ่งต้องเรียนว่าเป็นรายงานที่ขอชื่นชมว่า ท่านได้จัดทําทั้งในเชิงสาระและในเชิงประเด็นต่าง ๆ ได้ครบถ้วนดีมากเลยนะครับ แล้วก็เป็น เรื่องของการที่แยกให้เห็นเด่นชัดว่าในเรื่องของการจัดทํางบประมาณทั้งในเชิงภารกิจ หรือทั้งการจัดทํางบประมาณในเชิงพื้นที่ก็ตาม ท่านก็ได้ให้ประเด็นและรายละเอียดเอาไว้ดีมาก แต่ว่ามีข้อสังเกตสักนิดหนึ่งที่อยากจะขอฝากไว้ ผมอ่านดู อาจจะไม่ได้อ่านครบถ้วนทุกบรรทัด แต่ว่าอ่านในเชิงประเด็นดูแล้ว รู้สึกว่าอาจจะพูดถึงบทบาทของรัฐสภาจะน้อยไปนิดหนึ่ง หรืออาจจะเพราะเห็นว่าเรื่องรัฐสภานั้นเป็นเรื่องที่อาจจะอยู่นอกกรอบของยุทธศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้วก็อยากเรียนว่าขออนุญาตที่จะต่อจากท่านเตือนใจ ซึ่งท่านได้พูดถึงไว้บ้างแล้ว ในบางประเด็น แต่ว่าขออนุญาตที่จะพูดถึงว่าในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าส่วนราชการมาชี้แจง งบประมาณอยู่ต่อรัฐสภา ทั้งในฐานะที่เป็นหัวหน้าส่วนงานในส่วนราชการและสุดท้ายก็เป็น สถานะหัวหน้าส่วนราชการ ผมมาชี้แจงงบประมาณอยู่ ๑๕ ครั้ง เป็นเวลา ๑๕ ปีต่อเนื่องกัน แล้วก็ในฐานะที่เคยอยู่ในรัฐสภา มีบทบาทในการพิจารณา มีบทบาทในการรับฟังคําชี้แจง ของท่านที่มาชี้แจง ท่านหัวหน้าส่วนราชการและคณะมาชี้แจงอยู่ ๖ ปีกว่า ขออนุญาตที่จะ เรียนว่าบทบาทในรายงานนี้ของรัฐสภา ท่านอาจจะเขียนเอาไว้หรือไม่แน่ใจว่าท่านต้องการ ที่จะตีกรอบเอาไว้เพียงแต่เป็นเรื่องของส่วนประจํา หรือส่วนที่อาจจะไปทําหน้าที่ในเชิงที่ อาจจะไม่ใช่เชิงที่เกี่ยวข้องกับทางการเมือง แต่ผมคิดว่าเรื่องการเมืองนั้นเป็นเรื่อง มีความสําคัญมาก เพราะอย่างที่ท่านเตือนใจก็ได้พูดถึงไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ว่าเวลามาชี้แจง หรืออะไรต่อมิอะไร ในที่สุดเราจะชี้แจงดีอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ในที่สุดถูกตัดแบบหารยาว รายการที่นําเสนอมาอะไรมา ถูกเปลี่ยน ถูกปรับ ถูกสับ ถูกโยก โดยฝ่ายการเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหากว่าในการทํารายงานนี้ไม่ได้พูดถึงบทบาทอํานาจหน้าที่หรือมีกรอบการทํางานของ ฝ่ายการเมืองไว้บ้าง ผมไม่แน่ใจว่าในที่สุดมันจะสามารถจัดสรรงบประมาณหรือดําเนินการ ในเชิงงบประมาณจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์หรือไม่ ทีนี้พอลองไปดูนะครับ ในรายงานก็ได้ เขียนเอาไว้ว่า ในหน้า ๖ ได้เขียนถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ๑๕ คน ก็บอกว่า มีผู้ทรงคุณวุฒิทางการเมืองอยู่ ๔ คน ตรงนี้ผมไม่ชัดเจนว่าผู้ทรงคุณวุฒิในทางการเมือง หมายความว่าอย่างไร เป็น ส.ส. หรือ ส.ว. หรือเป็นอย่างไรที่จะมีขึ้นมาในอนาคตนี้นะครับ ไม่ว่า ส.ส. หรือ ส.ว. หรือมาจากการที่รัฐสภาเป็นผู้ส่งมา อาจจะเป็นบุคคลภายนอก ตรงนี้เอง ก็อยากจะตั้งเป็นคําถามไว้เผื่อว่าท่านจะให้ความชัดเจนเกิดขึ้น ในหน้า ๙ ได้พูดถึงเรื่องของ การที่ว่ารัฐมนตรีต้องมาชี้แจง อันนั้นก็คงจะใช่ว่า ท่านรัฐมนตรีต้องมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ งบประมาณ หรือมาชี้แจงในเชิงนโยบายด้านงบประมาณ อยู่ในหน้า ๙ ในย่อหน้าแรกเลย และย่อหน้าสุดท้ายในหน้า ๑๐ ได้เขียนถึงไว้ว่า รัฐสภาเป็นผู้กําหนดกรอบงบประมาณ ของจังหวัด ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ได้กําหนดบทบาท ของฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐสภาไว้เท่าที่พบก็จะเห็นโดยสักประมาณนั้น อาจจะมีตรงอื่นบ้าง แต่ผมอาจจะอ่านไม่หมดทุก ๆ บรรทัด ทุก ๆ หน้านะครับ แต่อย่างน้อยที่เห็นก็ปรากฏอยู่ เช่นนี้ แต่ไม่ได้มีอะไรที่บ่งบอกให้เห็นว่าบทบาทของรัฐสภาจะอยู่ประมาณใด เพราะว่าถ้าไม่มี ความชัดเจนในส่วนนี้ ผมห่วงว่าพอเข้าสภาแล้ว สภายุทธศาสตร์จะกําหนดมาดีอย่างไร มีแผน มียุทธศาสตร์ มีการกําหนดไว้ว่า ประเทศชาติจะต้องเดินหน้าไปทางไหน อย่างไร แต่พอมาถึงรัฐสภา รัฐสภาไม่เรียกว่า กลไก นะครับ ใช้กุศโลบายทางการเมือง ในที่สุดรายการเปลี่ยน ปรับ สับ โยก ก็จะเกิดขึ้น แล้วในที่สุดมันไม่ได้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ตรงนั้นเลย ก็เลยห่วงใยว่าเราจะเขียนบทบาทของรัฐสภาไว้ตรงไหน อย่างไร เขาทําอะไร ได้แค่ไหน หรือทําอะไรไม่ได้ แล้วมีสภาพบังคับทางกฎหมายไม่ให้รัฐสภาไปทําอะไรที่มันเกิน สิ่งที่ควรจะเป็นมากน้อยสักแค่ไหน ก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตตรงนี้ไว้สักนิดหนึ่งในฐานะที่เคย เป็นผู้มาชี้แจงในรัฐสภาอยู่ ๑๕ ปี แล้วบางครั้งก็เรียนตรง ๆ ว่าถูกสับ ถูกโขก โดยเฉพาะ พูดกันตรง ๆ ในสภา ส.ส. แต่พอไปเป็นสภา ส.ว. ผมก็เคยมาชี้แจงและผมก็เป็นคนที่เคยรับฟัง การชี้แจงเพราะเป็น ส.ว. นั่งอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณของ ส.ว. ก็พอจะรู้ว่าบรรยากาศ มันต่างกันนะครับ แต่จะเหมือนหรือต่างก็แล้วแต่ ถามว่าบทบาทของรัฐสภานี้ อะไรที่เขา ควรทํา อะไรที่ไม่ควรทํา แล้วอะไรที่ทําแล้วมีสภาพบังคับทางกฎหมายว่าผิดถูกอย่างไร ผิดตามความเหมาะสม ทางจรรยาบรรณ หรือถึงขั้นผิดกฎหมาย มีโอกาสไหมที่จะระบุเอาไว้ ในรายงานนี้ เพื่อผมคิดว่าจะได้เติมเต็มในส่วนของรัฐสภาที่มามีบทบาทเกี่ยวข้องด้วยครับ