สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

ชาติชาย ณ เชียงใหม่ เสนอแนวคิดการปฏิรูปการบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยเน้นการบูรณาการงบประมาณและการบริหารงาน เพื่อให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเสนอให้หน่วยงานส่วนกลางมีอํานาจในการควบคุมและกำกับดูแลงานของรัฐในพื้นที่

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขออภิปรายในการปฏิรูประบบงบประมาณ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณเชิงพื้นที่นะครับ ที่จริงเรื่องงบประมาณเชิงพื้นที่นี้เป็นเรื่องซึ่งมีความสําคัญมาก แล้วก็มีการดําริริเริ่มมานาน อย่างน้อยตั้งแต่เริ่มแผน ๘ พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้วที่เรารับรับเอาแนวคิดการพัฒนาประเทศ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง แล้วก็ได้เขียนไว้เรียบร้อยในแผน ๘ ว่าให้มีการบริหารงาน แบบบูรณาการ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการที่ยึดเอาความต้องการของพื้นที่เป็นตัวตั้ง แล้วก็มี การประสานภารกิจของภาครัฐ แล้วขณะเดียวกันก็เน้นให้ประชาชนร่วมคิด ร่วมทํา ซึ่งทั้ง ๓ ข้อนี้ ก็มาปรากฏอยู่ในที่คณะอนุกรรมาธิการได้นําเสนองบประมาณ ๓ แบบวันนี้อยู่แล้ว ก็ถือว่า ดีนะครับ แม้ว่าจะเริ่มต้นให้เป็นจริงได้ช้าไปหลายปี

อีกประการหนึ่งเรื่องสําคัญของวิธีการงบประมาณในเรื่องของเชิงพื้นที่นี้ ผมคิดว่าคงต้องไปแก้ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ชัดเจนเสียว่า งบประมาณจังหวัดคืองบประมาณเชิงพื้นที่ประกอบไปด้วยงบประมาณ ๓ แบบ ๓ ส่วน ก็คืองบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ งบประมาณตามภารกิจ แล้วก็งบประมาณที่เป็นงบของ ท้องถิ่นหรือว่างบที่แก้ปัญหาความต้องการของพื้นที่นะครับ ถ้าหากทํา ๓ อย่างนี้ชัดแล้ว ก็จะทําให้เป็นกรอบที่ชัดเจนสําหรับจะประสานงบประมาณทั้ง ๓ แบบนี้ในแต่ละปีในพื้นที่ ของแต่ละจังหวัด ทั้งนี้จังหวัดเป็นส่วนราชการตามกฎหมายวิธีการของงบประมาณแล้ว แล้ว ก็มีอํานาจของตัวเองอยู่แล้วตามมาตรา ๕๒ ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ แก้ไข พ.ศ. ๒๕๕๐ คือมีหน้าที่จัดทําแผนพัฒนาจังหวัด ทีนี้ประเด็นที่ผม นําเสนอตรงนี้ก็คือว่าถ้างบประมาณเชิงพื้นที่จะปฏิบัติได้จริงคงต้องแก้ไขหลายที่ แต่ว่าที่ควรจะไปปรับแก้ก่อนนั้นที่จะง่ายกว่าเพื่อนก็คือไปแก้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการ บริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งในนั้นใช้ชื่อกรรมการที่บริหาร งบจังหวัดหรืองบยุทธศาสตร์เป็นแค่คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์จังหวัด กบจ. ก็กลับไปใช้ชื่อ คณะกรรมการจังหวัดที่อยู่ในระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๕๒ เสีย แล้วก็อาจจะ ปรับโครงสร้างให้ครอบคลุมหลายฝ่ายขึ้นนะครับ แล้วก็ให้คณะกรรมการจังหวัดนี้ มีหน้าที่จัดทําและก็ยื่นคําของบประมาณของจังหวัด ซึ่งประกอบไปด้วยงบยุทธศาสตร์ งบภารกิจ และงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายที่ของจังหวัดของตนเองในแต่ละปี และขณะเดียวกันก็คงต้องไปเขียนรายละเอียดในกฎหมาย พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ถึงกระบวนการ ในการจัดทํางบประมาณที่จังหวัด การกลั่นกรอง การประสานงบทั้ง ๓ แบบลงพื้นที่ อําเภอต่าง ๆ แล้วก็การเสนอขอ การอนุมัติ รวมทั้งทําแผนปฏิบัติการ แล้วก็แผนบริหารงบประมาณจังหวัด ให้ชัดเจน แล้วก็มีส่วนร่วมอย่างที่คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอมานะครับ และที่สําคัญที่สุด อันหนึ่งก็คือที่มันยังเป็นอุปสรรคทุกวันนี้ แม้ว่าเราจะมีสิ่งที่เรียกว่า งบจังหวัด แต่จริง ๆ ก็เป็นแค่งบยุทธศาสตร์จังหวัด แต่ไม่ใช่งบทั้งหมดของจังหวัดนี้นะครับ ส่วนหนึ่งเพราะว่า เราไม่มีองค์กรที่จังหวัดที่มีผู้เชี่ยวชาญในการที่จะคิดกลั่นกรองวิเคราะห์งบประมาณจังหวัด เป็นการเสนอขอกันขึ้นมาตามอยากจะได้ทําอะไรเท่านั้นเอง ดังนั้นคงจําเป็นจะต้องมี หน่วยงานที่ทําหน้าที่เหมือนกับสํานักงบประมาณอยู่ในทุกจังหวัด ถ้าเราจะมีงบนี้นะครับ ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องปรับปรุงอํานาจหน้าที่ของกรมการจังหวัดอย่างที่ผมเรียนไปแล้ว ที่จะทําให้สามารถทํางานในเชิงบูรณาการได้มากขึ้น ครบตามกรอบที่เราได้พูดถึงนะครับ

สิ่งสุดท้ายที่เงื่อนไขสําคัญในเชิงโครงสร้างที่จะต้องควบคู่กันไป จะทําให้ งบประมาณพื้นที่ หรืองบจังหวัดเป็นผลแบบบูรณาการที่เราคิด ต้องยอมรับว่าเราต้องปฏิรูป ราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งวันนี้ราชการส่วนภูมิภาคนั้นไม่มีเอกภาพในการบริหารงานแล้วก็ไม่มี ประสิทธิภาพในความหมายที่กําลังพูดกันก็คือว่าไม่สามารถที่จะบูรณาการ เงินก็ไม่ได้ สั่งการ บังคับบัญชาคนก็ไม่ได้ทั่วถึง และงานนั้นก็ปะติดปะต่อกันยากมาก ดังนั้นถ้าจะให้ งบประมาณเชิงพื้นที่นั้นบังเกิดผลโครงสร้างในเชิงของความสัมพันธ์ระหว่างส่วนราชการ ประเภทต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางที่ไปตั้งในจังหวัด ทั้งส่วนภูมิภาคซึ่งมี ๓๓ หน่วย และทั้งของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต่อไปจะเรียกว่า องค์กรบริหารท้องถิ่น ต้องสามารถที่จะมาอยู่ ภายใต้ร่มเงาอันเดียวกันที่จะต้องดูแลทั้งงานและเงินและคน ก็คงจะต้องไปปรับแก้ให้มัน เกิดผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงต้องปฏิรูปในความหมายว่าหน่วยราชการส่วนกลางที่อยู่ ที่จังหวัดท่านจะของบประมาณประจําปีนั้นต้องตั้งผ่านงบประมาณเชิงพื้นที่ที่จังหวัด ไม่ใช่ ทุกวันนี้ท่านตั้งที่กรมท่านแล้วก็จัดสรรลงมาแล้วให้ไปทําที่ไหนก็ได้ ในจังหวัดไหนก็ได้ ถ้าอย่างนี้ไม่สามารถบูรณาการได้ งบจังหวัดที่เราพูดถึงก็ไม่มีทางเป็นผลสําเร็จ ต้องให้ หน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งทางจังหวัดนั้นจะทําอะไรต้องเสนองบประมาณประจําปีผ่าน งบจังหวัดขึ้นมา เช่นเดียวกับงบท้องถิ่นและงบของภูมิภาค รวมทั้งของเอกชนต่าง ๆ ที่มาทํา โครงการร่วมกับภาครัฐต้องอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน แล้วให้กรมการจังหวัดนั้นมีอํานาจที่จะ ทั้งกํากับดูแลให้คุณให้โทษข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ยกเว้น ทหาร ตํารวจ อัยการ ข้าราชการครู ข้าราชการมหาวิทยาลัย อย่างที่กฎหมายเดิมก็ไม่ได้ให้ไป ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาแล้ว ขอเสนอ คิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่อยากให้คณะอนุกรรมาธิการได้ลองเอาไป พิจารณาประกอบ ขอบคุณครับ