สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘

สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง หมายเลข 219 หมายถึง ยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องมีการพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบ และต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการ โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยควรพัฒนาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชนที่ถูกผลกระทบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่ององค์กรที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และเสนอให้มีองค์กรอิสระที่มีเงินงบประมาณในการดำเนินการ โดยมีภาคเอกชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง หมายเลข ๒๑๙ นะครับ ผมมีข้อเสนออยู่ ๓ ข้อ แล้วก็มีคอมเมนท์ (Comment) อยู่ข้อหนึ่ง ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะที่จัดข้อเสนออันนี้ขึ้นมา ผมจะพูด แต่เฉพาะเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติเรื่องเดียวนะครับ คือยุทธศาสตร์ชาติผมคิดว่าจะเป็น ผลงานชิ้นที่สําคัญที่สุดของ สปช. ที่จะออกไปใช้ในการบริหาร แล้วก็พัฒนาประเทศต่อไป ในข้างหน้า เพราะฉะนั้นต้องทําด้วยความละเอียด แล้วก็ด้วยความรอบคอบอย่างยิ่งครับ ในคณะที่ดูเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจทั้ง ๒ คณะ ก็ได้มีการพูดถึงการทํายุทธศาสตร์ชาติทางด้าน เศรษฐกิจเป็นรายสาขา พื้นที่เชิงพื้นที่ แล้วก็ของประเทศทั้งหมด คงจะต้องได้ร่วมงานกับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ต่อไปนะครับ

ข้อแรกในข้อเสนอก็คือเรื่องของภาพใหญ่ของประเทศ ผมคิดว่าเราคงจะต้อง มาถึงเวลาที่ต้องพูดว่าประเทศไทยควรจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเพราะเราติดอยู่ในกับดัก ของประเทศที่มีรายได้ขนาดปานกลาง คงจะต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน คําว่า ประเทศพัฒนา แล้วคงจะมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน อย่างเช่น เรื่องมีรายได้สูงขึ้นอันหนึ่ง การมีรายได้ เฉลี่ยที่มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น อันหนึ่ง แล้วก็นอกจากนั้นก็มีเรื่องของศักยภาพของ ประชาชนต่าง ๆ ในประเทศ ซึ่งคงต้องมีการกําหนดชัดเจนลงไปนะครับ จะทําอย่างไร แผนอันนี้ถึงจะเป็นแผนที่มันมีความต่อเนื่องแล้วก็อยู่รอดปลอดภัย ก็ต้องให้คนที่จะถูก ผลกระทบจากการทําแผนเข้ามาเป็นเจ้าของมีส่วนร่วมโดยชัดเจนนะครับ โดยเฉพาะ ภาคเอกชนซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดต่อไปในประเด็นตรงนี้เรื่องของภาคเอกชนนะครับ การทําแผน ยุทธศาสตร์ชาติจะต้องทําอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ คือต้องมีความเข้าใจว่าภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะทางภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อนาคตมันจะอยู่ตรงไหนในโลกนะครับ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ เศรษฐกิจของเรา ก็ไม่ได้ใหญ่ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจโลก การพัฒนาที่มันเกิดขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวประเทศไทย ตอนนี้มันไปเร็วมาก เกือบทุกประเทศเขาก็จะมีแผนพัฒนาประเทศทางเศรษฐกิจของเขา ที่มันชัดเจน เราตอนนี้ยังไม่มี เพราะฉะนั้นเราจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทําแผนตัวนี้ขึ้นมา แต่เรา จะทําแผนตรงนี้โดยไม่ดูว่าประเทศอื่นเขาไปทางไหนเลย มันเป็นไปไม่ได้นะครับ อย่างเช่น ตอนนี้ประเทศจีนเขามีแผนที่จะทําเรื่องซิลค์ โรด (Silk road) ทางสายไหมเส้นใหม่ มันก็ต้อง ตัดผ่านประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียนนะครับ โดยเฉพาะประเทศไทยก็เป็นแกนประเทศหนึ่ง เราทําแผนของเราโดยไม่ดูจุดประสงค์ตรงนี้ของเขาก็ไม่ได้นะครับ ประเทศญี่ปุ่นมาทําเรื่อง เกี่ยวกับอีสต์เวสต์ คอริดอร์ (East West Corridor) เป็นทางเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก กับมหาสมุทรอินเดียทํามาตั้งนานแล้ว เราจะทําแผนพื้นที่หรือยุทธศาสตร์ชาติโดยไม่ดูแผน ของญี่ปุ่นตรงนี้ก็ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องนํามาประมวลกันแล้วก็ดูว่า อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้ามันจะไปทางไหน จากนั้นมากําหนดว่าประเทศไทย ควรจะไปทางไหน การกําหนดก็ต้องทํากับภาคเอกชนแล้วก็ประชาชนที่มีส่วนร่วม ที่ถูกผลกระทบให้มีส่วนร่วมในการทําแผนพวกนี้นะครับ เลือกเป็นทางเลือกต่าง ๆ ออกมา ทําเป็นทางเลือกต่าง ๆ ออกมาแล้วก็มีการเลือกว่าควรจะไปทางไหนกัน ทําให้มันเป็นระบบ เสร็จแล้วเมื่อได้ทิศทางว่าจะไปทางไหนก็มากําหนดแผนยุทธศาสตร์ รายละเอียดเลยว่า เราควรจะทําเรื่องต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะไปอย่างไร โลจิสติกส์ (Logistics) จะทําอย่างไร ข้าวจะทําอย่างไร อาหารจะทําอย่างไร ภาคการเงินจะทําอย่างไร ภาคพลังงานจะทําอย่างไร ๓-๔ ตัวที่ผมพูดถึงนี้มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศในระยะยาวนะครับ แล้วก็เราจําเป็นที่จะต้องใช้กลไกอะไรบ้าง อย่างเช่น เราจําเป็นต้องใช้กลไกของอาเซียน (ASEAN) ไหมมาช่วยเราในการดําเนินการต่าง ๆ พวกนี้ เราควรจะใช้กลไกอาเซียนบวก ๓ ไหมในการดําเนินการต่าง ๆ พวกนี้ เราก็จะมีแผนปฏิบัติ ทางยุทธศาสตร์ที่ออกมาที่มันชัดเจนโดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งเราไม่มีทาง ที่จะทิ้งเขาออกไปได้นะครับ เขาก็คงไม่ทิ้งเรา

ในส่วนที่ ๓ ในเรื่องขององค์กร คือผมเท่าที่ทําตั้งแต่ต้นมามีความเห็นตรงนี้ อยู่ ๒ อันด้วยกัน อันที่ ๑ องค์กรที่มาขับเคลื่อนเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติควรจะเป็นองค์กร ของภาครัฐแต่ไม่ใช่รัฐบาล เป็นองค์กรที่มีความอิสระในตัว แล้วก็มีเงินงบประมาณในการ ดําเนินการโดยเฉพาะอย่างยิ่งจํานวนหนึ่งแต่ว่าให้ภาคเอกชนมีส่วน มีบทบาทตรงนี้มากที่สุด เพราะว่าในที่สุดแล้วผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจมันคงจะตกอยู่กับภาคเอกชนนะครับ ทําอย่างไรถึงจะให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในตรงนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในการที่จะเป็นผู้บริหาร ของสถาบันหรือองค์กรอะไรต่าง ๆ ที่จะจัดตั้งขึ้นมาตรงนี้ก็ตาม อันนี้ก็ขอฝากไว้ ขอบคุณ มากครับ